การทำความเข้าใจ “เศรษฐกิจโลก”...มีประโยชน์ต่อ “ธุรกิจ-การลงทุน” !!!
Where2put Ur Money: กระบวนการเชื่อมโยง “เศรษฐกิจโลก” ที่เข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น ผ่านระบบการค้า การบริการ การลงทุน เทคโนโลยี การเผยแพร่ส่งต่อข้อมูลต่างๆ ไอเดียความคิด รวมถึงแรงงาน เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นและดำเนินไปช่วงหลายทศวรรษหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศต่างๆ ทั่วโลกใช้นโยบายลดข้อจำกัดและเปิดกว้างเรื่องการลงทุนและการค้า สร้างประโยชน์ต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ นั่นคือ “โลกาภิวัตน์” ที่เราเรียกกัน
การตั้ง “องค์การการค้าโลก” (WTO) ในปี พ.ศ. 2538 คือการรวมกลุ่มหลายประเทศเพื่อลดกฎระเบียบทางการเงิน เปิดเสรีการค้า พัฒนาเทคโนโลยีที่ลดต้นทุนการค้า การเพิ่มขึ้นของการขนส่งทางทะเลและทางอากาศที่มีราคาถูกลง เช่น การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ผ่านท่าเรือน้ำลึก
ต่อมาเมื่อการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้อย่างกว้างขวางขึ้น ตั้งแต่เครื่องแฟกซ์ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอุปกรณ์สื่อสารแบบพกพา มาจนถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วโลก การทำธุรกิจข้ามพรมแดนระหว่างประเทศก็ง่ายขึ้น เราจึงพูดกันบ่อยๆว่า “โลกทุกวันนี้แคบลง”
“เรียกได้ว่าช่วงร้อยปีมีพลังการขับเคลื่อนของ ‘เศรษฐกิจโลก’ ที่ค่อยๆ ดึงแต่ละประเทศให้เข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น นับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19 หลายประเทศต่างๆ มองหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจมากขึ้นแม้จะยังมีความแตกต่างกันด้านการเมือง อุดมการณ์และปัจจัยอื่นๆ อยู่ก็ตาม”
เมื่อมองมาปัจจุบันการขับเคลื่อน “เศรษฐกิจโลก” เปลี่ยนไป มีทั้งความซับซ้อนมากขึ้นรวมทั้งเกิดรูปแบบใหม่ๆ ที่จะที่กำหนดแนวโน้มในอนาคต
ประการแรก “ตัวชี้วัดการเติบโต” และ “คุณภาพของเศรษฐกิจ” ดูเหมือนจะมุ่งเน้นไปที่การมีส่วนร่วมอยู่ในระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของโลกเพราะใช้เทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโลกหลายประเทศเร่งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเป็นฐานการผลิต ขนส่งและพัฒนาด้านต่างๆ จะทำให้ประเทศนั้นมีบทบาทและมีโอกาสในการเติบโต

“ขณะที่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ เริ่มขยายตัวขึ้น (เช่น กลุ่ม BRICs, Global South) เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคง เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศที่รุนแรงมีการใช้มาตรการโต้ทางการค้าอย่างหนักและมีแนวโน้มที่ดำเนินต่อไป โดยเฉพาะสหรัฐฯ กับจีน การรวมกลุ่มทางการค้ากำลังขยายตัวเพื่อ ‘สร้างจุดแข็ง’ และ ‘ลดจุดอ่อน’ ทางเศรษฐกิจ เรียกได้ว่าแนวโน้มการค้าการลงทุนระระหว่างประเทศจะดำเนินไปโดยมีปัจจัยของการเกิดขั้วอำนาจโลกหรือการจัดระเบียบโลกใหม่เป็นตัวกำหนด”
ประการต่อมา คือ “การพัฒนาเทคโนโลยี” จะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจมากขึ้นในอนาคตและจะเป็นเครื่องมือทางโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาสร้างศักยภาพเศรษฐกิจ ไม่วาจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิต การเงิน บริการ ข้อมูล การสื่อสารฯ ซึ่งรวมไปถึงการเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาดของอุตสาหกรรมต่างๆ ตามทิศทางของโลก ความต้องการอุปกรณ์เทคโนโลยีตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงระดับสูง เช่น ชิป เซมิคอนดักเตอร์ ฯ ยังมีแนวโน้มความต้องการที่สูงต่อไป
“แต่การเติบโตและเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสร้างผลกระทบเช่นกัน ด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจหลายประเทศที่แตกต่างกัน ขณะที่นโยบายการเงินที่ไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ขนาดเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน เกิดความไม่เท่าเทียมของรายได้เพิ่มขึ้น ปัญหาหนี้สาธารณะของทั่วโลกสูงขึ้น ทำให้ตลาดเงิน ตลาดทุนอาจเผชิญกับมีความไม่แน่นอนและความผันผวนในอนาคตได้”
อย่างไรก็ตาม โดยรวมมองว่าโลกกำลังเดินหน้าในสู่เศรษฐกิจรูปแบบใหม่ “โลกาภิวัตน์” ที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต ก็อาจจะเกิด “โลกาภิวัตน์” ใหม่พร้อมการ “Disruption” ใหม่ๆ ได้อีก อยู่ที่เราจะเรียกว่าอะไร
ดังนั้นการทำความเข้าใจทิศทางการเปลี่ยนแปลงของ “เศรษฐกิจโลก” ในอนาคตอย่างลึกซึ้ง จะมีประโยชน์อย่างมากต่อการตัดสินใจด้านธุรกิจและวางแผนทางการเงินในอนาคต รวมถึงการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งจะนำเสนอในตอนต่อๆ ไป
