วันนี้ ! คุณ “วางแผนการเงิน” ให้ตัวเองกันแล้วหรือยัง?... พบคนไทยปรึกษา 2 เรื่อง “แผนเกษียณ-การลงทุน” มากสุด !!!
Wealthy Way: หนึ่งในหัวข้อในการแสดงวิสัยทัศน์ของอดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” คือ ความกังวลต่อ “ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทย” ที่สูงกว่า 90% ของ GDP จนทำให้คนไทยยิ้มได้ไม่เหมือนเดิม แนะภาครัฐต้องเข้ามาแก้ไขโดยด่วน
เช่นเดียวกับการศึกษาของ “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ” (กบข.) ที่พบว่า คนไทยส่วนใหญ่ที่เริ่มต้นทำงานไม่มีเงินเก็บ มีแต่หนี้
ทำให้ฐานะของคนไทยโดยเฉลี่ยมีหนี้เยอะ ไปจนถึงอายุ 50 ปี ไปแล้ว และส่วนใหญ่จะปลดหนี้ได้หมดในช่วง 2 – 3 ปีก่อนเกษียณ แล้วก็เอาเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีเอามาใช้กัน ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อชีวิตหลังเกษียณ
จึงไม่น่าแลกใจว่า...“เรื่องเงิน” เป็นเรื่องที่ทำให้คนเครียดมากสุดถึง 42% จากการสำรวจของ “สมาคมนักวางแผนการเงินไทย” (TFPA) ตามมาด้วย “เรื่องสุขภาพ” 26% และ “เรื่องงาน” 12% ตามลำดับ
แล้วสาเหตุอะไรที่ทำให้คนไทย “เครียดเรื่องเงิน” กันบ้าง วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีสถิติที่น่าสนใจมาอัพเดทให้ฟังกัน
เปิด 5 สาเหตุ ของความเครียด “เรื่องเงิน”...ที่ทำคนไทย “เครียดมากสุด”
จากการสำรวจความคิดเห็นเรื่องเงินและพฤติกรรมทางการเงินของผู้เยี่ยมชมบูธของ “สมาคมนักวางแผนการเงินไทย” (TFPA) ในงาน “SET in the City 2024” จำนวน 340 คน พบว่า เรื่องที่ทำประชาชนเครียดมากที่สุด 42% คือ “เรื่องเงิน” ตามมาด้วย “เรื่องสุขภาพ” และ “เรื่องงาน” 26% และ 12% ตามลำดับ

และหากเจาะไปในสาเหตุของความเครียด “เรื่องเงิน” นั้นมาจากอะไร? พบว่า 5 สาเหตุที่สำคัญ ได้แก่
1.การออมเพื่อเกษียณ 56%
2.ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 46%
3.หนี้สินของตัวเอง 21%
4.ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ/ผ่อนบ้าน 19%
5.หนี้สิน/การใช้จ่ายของครอบครัว 16%
“จะพบว่า ในส่วนสาเหตุความเครียดทางการเงินอันดับ 3 – 5 นั้น ล้วนเป็นเรื่องของ ‘หนี้’ ทั้งสิ้น หากมองในภาพรวมแล้วก็มีสัดส่วนไม่น้อยประมาณ 56% เลยทีเดียว ดังนั้นสาเหตุที่ทำให้คนไทยเครียดเรื่องเงินหลักๆ จึงเป็นเรื่องของการออมเพื่อเกษียณ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และหนี้นั่นเอง”
แล้วความเครียด “เรื่องเงิน” ยังส่งผลให้คุณมีปัญหาที่ตามมาอีกด้วย ได้แก่
-
ปัญหาสุขภาพจิต 63%
-
ประสิทธิภาพและการทำงานลดลง 32%
-
ปัญหาคนในครอบครัว 25%
“เรียกว่าจาก ‘ปัญหาการเงิน’ เพียงเรื่องเดียว ที่ทำคนไทยเครียดมากสุด ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามมาด้วย เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ดียังไงถ้าคนไทยยังมีปัญหาการเงิน แล้วสารพัดปัญหาสังคมที่ตามมาจากปัญหาการเงินอีกมากมาย”
จากข้อมูลของ “สมาคมนักวางแผนการเงินไทย” (TFPA) พบว่า ปัจจุบัน ผู้ใช้บริการของ “นักวางแผนการเงิน” (CFP) นั้น ส่วนใหญ่จะมีอายุเฉลี่ย 45 ปี ขึ้นไป และเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ระดับหนึ่งแล้ว โดยเรื่องที่ใช้บริการมากสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ 1) การวางแผนเกษียณ และ 2) การลงทุน
“ซึ่งจริงๆ ‘การวางแผนการเงิน’ เป็นเรื่องของทุกคน และมีหลากหลายมิติทั้งการวางแผนการเงิน, การวางแผนการลงทุน, การวางแผนประกัน, การวางแผนเกษียณ, การวางแผนภาษีและมรดก ตลอดจนการจัดทำแผนการเงินที่ต้องคอยทบทวนติดตาม และประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเงินที่วางเอาไว้ ไม่ใช่เรื่องของการขายของ (Product) นำแต่ประการใด ซึ่งผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่ ‘สมาคมนักวางแผนการเงินไทย’ (TFPA) ได้โดยตรง ที่ tfpa.or.th”
ดังนั้น การส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของ “การวางแผนการเงิน” และชี้ให้เห็นว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวเป็นเรื่องของทุกคนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ “ไม่ใช่เฉพาะคนรวย” ที่มีเงินมากเท่านั้น แต่รวมถึง “คนที่มีรายได้จำกัด” คนทำงานตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตทำงานด้วยเช่นกัน เพื่อช่วยให้คนไทยหลุดพ้นจาก “ปัญหาการเงิน” ของตัวเองได้ในที่สุด ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคงนั่นเอง แล้ววันนี้...คุณ “วางแผนการเงิน” ให้ตัวเองกันแล้วหรือยัง?
