Official Update :

สำรวจทิศทางทองคำ ภายใต้ 3 สถานการณ์ภาษีป่วนโลก

เมื่อสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศยังคงมีความผันผวนอยู่มาก ทองคำก็ยังคงเป็นที่ต้องการในหมู่นักลงทุน แม้ราคาจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ โดยในโพสต์นี้ Wealthy Thai ได้สรุปราคาเป้าหมายทองคำจากศูนย์วิจัยจากสถาบันการเงินชั้นนำ ในแต่ละสถานการณ์ภาษีที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเป็นแนวทางให้นักลงทุนได้วางแผนและปรับกลยุทธ์การลงทุนในทอง ตามนโยบายภาษีที่ยังคงเปลี่ยนไปได้ในทุกวัน


ทั้งนี้ สถานการณ์ภาษีในปัจจุบัน มีแนวโน้มจะเข้าข่าย 1 ใน 3 สถานการณ์ (scenarios) ได้แก่ 1. สถานการณ์ภาษีระดับปานกลาง (กรณีฐาน), 2. สถานการณ์ภาษีรุนแรง (กรณีแย่ที่สุด) และ 3. สถานการณ์ภาษีผ่อนคลาย (กรณีดีที่สุด)


1.สถานการณ์ภาษีระดับปานกลาง

สถานการณ์ภาษีระดับปานกลางเป็น กรณีฐาน หรือ สถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด โดยในสถานการณ์นี้ จะมีการเก็บภาษีในระดับปานกลางร่วมกับการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวแต่ไม่ยังไม่ถึงกับเข้าสู่ภาวะถดถอย (recession) ขณะที่ตลาดหุ้นยังคงปรับตัวได้อย่างพอประมาณ


โดยภายใต้สถานการณ์นี้ Goldman Sachs มองว่าราคาทองคำอาจแตะ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ภายในสิ้นปี 2025 โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ (1) ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยโดยนักลงทุน (2) ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ (3) การซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องโดยธนาคารกลางทั่วโลก และ (4) ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในระดับปานกลางจากสินค้านำเข้า


2.สถานการณ์ภาษีรุนแรง

นี่เป็นกรณีแย่ที่สุดและมีความเป็นไปได้รองลงมาจากกรณีฐาน โดยความตึงเครียดทางการค้าในสถานการณ์นี้ทวีคูณจนมีการเก็บภาษีเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจซบเซาทั่วโลก (global recession) ทำให้การลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง เช่น การซื้อทองคำและพันธบัตรรัฐบาล กลายเป็นกลยุทธ์หลักของนักลงทุน


ในสถานการณ์นี้ Octa คาดว่าราคาทองคำอาจพุ่งขึ้นถึง 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยนอกจากความตึงเครียดระหว่างประเทศและ Global recession แล้ว ค่าเงินที่อ่อนลงในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียและตลาดเกิดใหม่ ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะสนับสนุนให้นักลงทุนหันมาถือทองคำเพิ่มขึ้น


ในทำนองเดียวกัน Goldman Sachs ชี้ว่า หากเกิดสถานการณ์สุดขั้วที่สหรัฐเข้าสู่ภาวะ stagflation (เศรษฐกิจชะลอแต่เงินเฟ้อสูง) ราคาทองคำอาจพุ่งขึ้นถึง 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์


3.สถานการณ์ผ่อนคลายภาษี

เป็นสถานการณ์ที่ดีที่สุด แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยที่สุดเช่นกัน โดยจะมีการเจรจาลดภาษีการค้าอย่างมีนัยสำคัญ และเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ดีกว่าคาด


ซึ่งในกรณี้ UBS มองว่าราคาทองคำจะอยู่ที่ราว $3,200 ต่อออนซ์ในปลายปี 2025 โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงจะมีอยู่ ซึ่งทำให้ทองยังคงเป็นที่ต้องการในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย


ด้าน Goldman Sachs คาดว่าหากความตึงเครียดทางการค้าบรรเทาลง ราคาทองคำอาจอยู่ที่ประมาณ 3,550 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยปัจจัยหลักที่กดดันราคาทอง ได้แก่ ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น และความกังวลของนักลงทุนที่ลดลง ส่วนปัจจัยหนุนได้ในระยะยาว ได้แก่ การซื้อทองคำของธนาคารกลาง และ บทบาทของทองคำในการป้องกันเงินเฟ้อระยะยาว


Most Viewed
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 1 day ago
Where to put your money
“All-Time High” (จุดสูงสุด) ของวันนี้… อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของโอกาสครั้งต่อไปก็เป็นได้ !!!
Updated 6 hours from now
Stock of the Day
EPG ก้าวอย่างมั่นคง เน้นบริหารต้นทุนมากกว่าตัวเลข มั่นใจปี 2569/2570 โตทุกกลุ่มธุรกิจ รับโครงการภาครัฐ - Data Center หนุน
Updated 11 hours ago
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
Updated 16 hours ago
Follow Us