Official Update :

New High = New Bubble? ราคาทอง 2025 จะย้อนรอยฟองสบู่ทองในอดีตหรือไม่ Wealthy Thai จะพาไปดูความเหมือนและต่างของรอบ New High ใหม่นี้กัน

การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคาทองคำในปี 2025 ทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักเตือนถึงความเสี่ยงของภาวะ “ฟองสบู่” 

โดย John Higgins หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics กล่าวว่า ราคาทองคำ “ได้พุ่งเกินมูลค่าที่แท้จริง” โดยปัจจุบันอยู่สูงกว่า ราคาในปี 1980 (ที่ถูกปรับตามเงินเฟ้อเพื่อให้เทียบเท่ากับราคาในยุคนี้) ถึง 60% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวกว่าสามเท่า นอกจากนี้ยังระบุว่าราคาทองกำลังขึ้นในทิศทางที่ ไม่สัมพันธ์กับดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ” (ซึ่งต่างจากที่ผ่านๆ มาที่ราคาทองกับดอกเบี้ยและเงินเฟ้อมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ)


คำถามที่หลายคนอาจกำลังสงสัยคือ ราคาทองที่พุ่งขึ้นในตอนนี้เข้าส่ภาวะ “ฟองสบู่” แล้วหรือยัง? แล้วมีโอกาสที่จะลงเอยแบบในอดีตปี 1980 และ 2011 หรือไม่? วันนี้ Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบกัน


อะไรเกิดขึ้นกับฟองสบู่ทองคำในอดีต
?

ปี 1980: ฟองสบู่ทองคำจากความกลัวเรื่องเงินเฟ้อ

ช่วงปลายทศวรรษ 1970 เงินเฟ้อในสหรัฐทะลุ 13%, สงครามเย็นทวีความตึงเครียด, และราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นสองเท่า ทองคำจึงกลายเป็น สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงสูงสุด” และความกังวลต่อความเสี่ยงนี้เองทำให้เกิดการแห่กันซื้อทองคำจนราคาพุ่งจาก $185 ต่ออนซ์ ขึ้นเป็น $850 ต่อออนซ์ (+360%) ในเวลาไม่ถึงสองปี 


แต่เมื่อธนาคารสหรัฐฯ ซึ่งมี Paul Volcker เป็นประธานในตอนนั้น ปรับขึ้นดอกเบี้ยเกิน 15% เพื่อสกัดเงินเฟ้อ การแห่ซื้อทองก็หยุดลงแทบจะทันที โดยภายในปี 1982 ราคาทองคำร่วงลงกว่า 60% และไม่กลับสู่จุดสูงสุดนั้นอีกเป็นเวลาหลายสิบปี 


ปี 2011: ฟองสบู่ทองคำจาก
การเก็งกำไรหลังวิกฤติการเงิน

หลังวิกฤติการเงินโลกปี 2008 ความกังวลเรื่องการพิมพ์เงินจำนวนมากและการผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลทั่วโลก ทำให้ความนิยมสะสมทองคำกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่ต่างไปคือ กองทุน ETF ทำให้ประชาชนเข้าถึงทองคำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้มี demand เพิ่มขึ้นจากเก็งกำไรของรายย่อยทะลักเข้ามา ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก $700 ต่อออนซ์ในปี 2008 เป็น $1,920 ในปี 2011


แต่เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยก็ไหลกลับเข้าไปหาเงินดอลลาร์อีกครั้ง นักลงทุนบางส่วนเลือกขายทองคำเพื่อปรับพอร์ตไปถือเงินดอลลาร์ เป็นเหตุให้ราคาทองคำร่วงลงถึง 45% ภายในปี 2015 


แล้วราคาทองปี
2025 เรียกว่าเข้าสู่ภาวะฟองสบู่แล้วหรือไม่?

นักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics, Bloomberg, และสถาบันวิจัยอื่น ๆ เริ่มเห็นสัญญาณว่าการพุ่งขึ้นของราคาทองในครั้งนี้มีแนวโน้มเป็นฟองสบู่ จากปัจจัยต่างๆ เช่น


1.ราคาพุ่งสูงเกินเหตุ

ราคาทองคำที่ปรับตามเงินเฟ้อในปี 2025 สูงกว่าจุดสูงสุดในปี 1980 ถึง 60% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวถึงสามเท่า ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าความยืดตัวของราคาในระดับนี้มักปรากฏเมื่อเข้าใกล้จุดสูงสุดของวงจรเก็งกำไร


2.ปัจจัยพื้นฐานไม่สัมพันธ์กันอีกต่อไป

ปกติแล้วราคาทองจะลงเมื่อดอกเบี้ยแท้จริง (real interest rate) ปรับขึ้น และจะปรับขึ้นเมื่ออัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง แต่ตอนนี้ความสัมพันธ์นี้เริ่มผิดปกติ เพราะแม้เงินเฟ้ออยู่เพียงราว 3% ราคาทองก็ยังพุ่งแรง นอกจากนี้ ข้อมูลของ Discovery Alert ยังพบว่าความเชื่อมโยง (correlation) ระหว่างทองกับดอกเบี้ยแท้จริงอ่อนลงจาก -0.7 เหลือ -0.3 ซึ่งสัญญาณนี้แสดงให้เห็นว่าราคาของทองคำกำลังขยับออกห่างจากปัจจัยพื้นฐานของตัวมันเอง


3.เริ่มมีสัญญาณการเก็งกำไร

การพุ่งขึ้นครั้งนี้มีส่วนจากจิตวิทยากลัวตกขบวน (Fear of Missing Out) มากกว่าจากข้อมูลเศรษฐกิจด้วย โดย Bloomberg และนักกลยุทธ์การลงทุนพันธบัตรระดับตำนานอย่าง Bill Gross อธิบายว่าเป็น “แรงโมเมนตัมและกระแสมีม” ที่นักลงทุนรายย่อยแห่เข้าลงทุนใน ETF และฟิวเจอร์สทองคำแตะระดับสูงสุด ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการกลัวตกกระแสของรายย่อย 


4.สัญญาณเตือนเริ่มปรากฏ

ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 55% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งแข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ปี 1979 แต่ล่าสุดการร่วงลง 6% ในเดือนตุลาคมอาจเป็นสัญญาณว่าราคากำลังร้อนแรงเกินไปและมีความเสี่ยงต่อการปรับฐานเฉียบพลัน 


เมื่อรวมกันแล้ว ปัจจัยเหล่านี้ก็ชี้ว่าการขึ้นของราคาทองตอนนี้มีความใกล้เคียงกับสภาวะ “ฟองสบู่” โดยเมื่อเทียบกับอดีตอาจมีความเสี่ยงจะเป็นฟองสบู่ครั้งที่ใหญ่กว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ


สิ่งที่เหมือนกับฟองสบู่ในอดีต
 

  • ราคาพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด: จาก $1,600 ในปี 2022 มาเป็น $4,100 ในปี 2025 คล้ายกับกราฟการพุ่งขึ้นของราคาทองคำที่เกิดขึ้นในปี 1980 และ 2011 

  • ความกลัวเป็นตัวกระตุ้น: ไม่ว่าจะเป็นจาก เงินเฟ้อ (1980) วิกฤติหนี้ (2011) หรือสงครามการค้า (2025)

  • ราคาสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน: เช่นเดียวกับในปี 1980 การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตอนนี้สูงเกินกว่าความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่สมเหตุสมผล


สิ่งที่ต่างออกไปในรอบนี้
 

  • ปัจจัยขับเคลื่อนมาจากภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ใช่เงินเฟ้: ความต้องการในปัจจุบันเกิดจากความพยายาม “ลดการพึ่งพาดอลลาร์” และความตึงเครียดด้านการค้า โดยเฉพาะจีนที่กระจายทุนสำรอง 

  • เป็นการซื้อของธนาคารกลางเสียส่วนใหญ่ ไม่ใช่รายย่อย: ในปี 2025 การสะสมทองมาจาก ธนาคารกลางของหลายประเทศ ที่ต้องการเสริมความมั่นคงของเงินสกุลตนเอง และลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ (Dedollarization) ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น ซึ่งต่างจากปี 2011 ที่ธนาคารกลางไม่ได้สะสมทองคำเองขนาดนี้

  • กระแสการซื้อทองยุคดิจิทัล: แพลตฟอร์มออนไลน์, fractional gold, และอัลกอริทึม ทำให้การเก็งกำไรเกิดขึ้นทันใจ โดย The Wall Street Journal ระบุว่าราคาทองปีนี้มีพฤติกรรมแบบ “ฟองสบู่ยุคฟินเทค” ที่ถูกขยายด้วยโซเชียลและการเทรดอัตโนมัติ 


สรุปว่าราคาทองในปัจจุบัน
เข้าสู่ภาวะฟองสบู่แล้วหรือไม่? และจะจบแบบเดิมหรือเปล่า?

จากภาพรวมข้อมูลในปัจจุบัน บอกได้ว่า ราคาทองวันนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะอยู่ในภาวะ “ฟองสบู่”


ทั้ง ราคาหลุดจากปัจจัยพื้นฐาน, มีสัญญาณว่านักลงทุนแห่ซื้อเพราะกลัวตกขบวน (FOMO) ที่ทำให้เกิดการเก็งกำไร (Speculative Demand) และ ความเคลื่อนไหวของราคามีความผันผวนสูงขึ้น ซึ่งสัญญาณเหล่านี้มีความคล้ายอย่างมากกับช่วงก่อนฟองสบู่แตกในอดีต


แต่ต่างจากอดีตตรงที่มี “แรงหนุนเชิงโครงสร้าง” จากธนาคารกลางหลายประเทศ ที่แข็งแกร่งกว่าอดีตมาก ซึ่งอาจทำให้คิดว่าราคาทองมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงยาวนานและรุนแรงน้อยกว่าเมื่อปี 1980 หรือ 2011 เนื่องจากหากราคาทองปรับตัวลงรุนแรง ธนาคารหลายประเทศจะเกิดความเสียหายหนัก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการตัดสินใจพยายามพยุงราคาไม่ให้ปรับลดอย่างที่เรียกว่า “ฟองสบู่แตกเช่นในอดีต


โดยรอบนี้ราคาทองคำมีแรงผลักใหม่ที่ไม่เคยเกิดพร้อมกันมาก่อน เช่น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ (de-dollarization) และมีเทคโนโลยีที่ทำให้การซื้อขายเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จึงอาจเป็นคำตอบที่ทำให้การปรับตัวขึ้นในครั้งนี้ของทองคำสูงกว่าครั้งไหนๆในอดี


ทั้งนี้ สิ่งที่อาจเป็นไปได้มากที่สุด คือการที่ราคาทองอาจมีการพักฐานแรงเป็นช่วง ๆ เมื่อมีความร้อนแรงเกินไปในระยะสั้น เหมือนเมื่อเร็วๆนี้ในเดือนตุลาคม แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะกลับมาทรงตัวที่ระดับสูงกว่าอดีตในระยะยาว เพราะโครงสร้างความต้องการทองกำลังเปลี่ยนไปจากปัจจัยหนุนใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีต


แล้วแฟนๆ Wealthy Thai ล่ะ มีความเห็นกับทองคำอย่างไรกันบ้าง? แบ่งปันเรื่องราวลงการลงทุนในทองคำของคุณได้ที่ comment เลยนะคะ



ที่มา:
 

[1] Investing.com – “Gold may be in a bubble set to burst”

[2] Futunn News – “Economists Warn: Gold Bubble Set to Burst”

[3] Discovery Alert – “Record High Gold Prices: Why They’re Soaring in 2025”

[4] Trading Economics – “Gold Historical Data”

[5] Fortune – “China’s Role in Gold’s Price Surge”

[6] CBA – “Vivek Dhar on the Spectacular Gold Rush of 2025”

[7] GoldMarket.fr – “The History of the Gold Price and its Bubbles”

[8] Auronum – “Is Gold Overvalued? Lessons from 1980 and 2011”

[9] Bloomberg – “Is Gold a Bubble Yet?”

[10] SCMP – “Gold Slumps After Record Highs”

[11] Wall Street Journal – “Is Gold in the Grips of a Speculative Bubble?”

Most Viewed
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 1 day ago
Where to put your money
“All-Time High” (จุดสูงสุด) ของวันนี้… อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของโอกาสครั้งต่อไปก็เป็นได้ !!!
Updated 6 hours from now
Stock of the Day
EPG ก้าวอย่างมั่นคง เน้นบริหารต้นทุนมากกว่าตัวเลข มั่นใจปี 2569/2570 โตทุกกลุ่มธุรกิจ รับโครงการภาครัฐ - Data Center หนุน
Updated 11 hours ago
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
Updated 16 hours ago
Follow Us