“Infra Fund” ทางเลือกฝ่ายุค "ดอกเบี้ยต่ำ"... โชว์ปันผล 1 ปี "สุดปัง" เฉลี่ย 7.49% ส่วน "BTSGIF" เป็นกองเดียวที่ “ยังไร้ปันผล” !!!

Wealthy Way: ใน “ยุคดอกเบี้ยต่ำ” เช่นนี้ กลุ่ม “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” (Infra Fund: Infrastructure Fund) เป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี


สามารถให้ “ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ” ในรูปเงินปันผลในระหว่างที่ลงทุนในระดับที่ดี มีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุดเฉลี่ย 7.50%


โดยมีเพียง 1 กอง ได้แก่  BTSGIF” ที่ยัง “จ่ายปันผลไม่ได้”


ในขณะที่ราคาตลาดตั้งแต่ต้นปีมีสัญญาณฟื้นตัว แต่ก็ยัง Laggard” หุ้นทั่วไปอยู่พอสมควร


Infra Fund” กองไหนปันผลช่วง 1 ปี เป็นยังไงบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปอัปเดตพร้อมๆ กันได้เลย


"Infra Fund" ทางเลือกฝ่ายุค "ดอกเบี้ยต่ำ" โชว์ปันผล 1 ปี "สุดปัง" เฉลี่ย 7.49%..."KBSPIF" แชมป์ปันผลสูงสุด
 10.58%   

สำหรับ “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” (Infra Fund: Infrastructure Fund) เปิดโอกาสให้รัฐและเอกชนที่ทำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน นำโครงการที่มีรายได้มาระดมทุนจากผู้ลงทุน เพิ่มทางเลือกและโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน


“Infra Fund” ที่มีมากสุดในอุตาสหกรรมเป็นกลุ่มโรงงานไฟฟ้าที่มี 4 กอง คิดเป็น 50% เลยทีเดียว รองลงมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม 2 กอง และทางด่วน/ระบบขนส่งทางราง อีก 2 กอง โดยกองทุนที่มีปันผล 12 เดือนล่าสุดสูงสุด เรียงตามลำดับดังนี้


1.“
KBSPIF” ของบลจ.กรุงไทย ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 10.58% ที่เน้นลงทุนในนผลประโยชน์คิดเป็นอัตรา 62% ของรายได้ค่าไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขนาดเล็ก (SPP) ประเภทพลังงานความร้อนร่วมซึ่งใช้กากอ้อยเป็นเชื้อเพลิงหลัก ของ ‘บจ.ผลิตไฟฟ้าครบุรี’ (บริษัทย่อยของบมจ.น้ำตาลครบุรี (KBS))


2.“BRRGIF” ของบลจ.บัวหลวง ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 10.06% ที่เน้นลงทุนสิทธิในรายได้สุทธิของโรงไฟฟ้าชีวมวล (กากอ้อย) ของ ‘บจ.บุรีรัมย์พลังงาน’ และ ‘บจ.บุรีรัมย์เพาเวอร์’ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ‘บมจ.น้ำตาลบุรีรัมย์’ (BRR)


3.“DIF” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 9.36% ที่เน้นลงทุนเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้สุทธิที่เกิดจากกลุ่มทรัพย์สิน (portfolio) ประเภทเสาโทรคมนาคม



4.“
EGATIF” ของบลจ.กรุงไทย ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 8.13% เน้นลงทุนในรายได้ค่าความพร้อมจ่ายในอนาคตของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 670 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 20 ปี


5.“3BBIF” ของบลจ.บัวหลวง ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 7.88% เน้นลงทุนในกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงจำนวน 1,680,500 คอร์กิโลเมตร ซึ่งกองทุนซื้อจาก ‘บมจ.ทริปเปิลที บรอดแบนด์’ (TTTBB)


6.“TFFIF” ของบลจ.กรุงไทย ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 7.01% เน้นลงทุนในสิทธิที่จะได้รับรายได้ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากเส้นทางในปัจจุบันของทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษบูรพาวิถี เป็นระยะเวลา 30 ปี


7.“SUPEREIF” ของบลจ.บัวหลวง ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 6.88% ที่เน้นลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ ‘บจ.17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง’ (17AYH) และ ‘บจ.เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ปทท.)’ (HPM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ‘บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น’ (SUPER)


8.“BTSGIF” ของบลจ.บัวหลวง “ไม่มีปันผล” ในช่วง 12 เดือนล่าสุด เน้นลงทุนในรายได้สุทธิที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพสายหลัก


Infra Fund” ราคาในตลาดรองเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว ด้วยบุคลิกคล้าย “หุ้น Defensive” ที่มีปันผลสม่ำเสมอ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนในยุค “ดอกเบี้ยต่ำ” เช่นปัจจุบัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’