“เงินสำรองฉุกเฉิน” สำคัญกว่าที่คิด... สามารถช่วยคุณได้เมื่อ “ยามจำเป็น” !!!

Wealthy Way: รู้หรือไม่?...“เงินสำรองฉุกเฉิน” น่าจะเป็นเงินในวัตถุประสงค์แรกๆ ที่คุณควรจะมีไว้ ไม่ว่าจะในภาวะเศรษฐกิจใดๆ ก็ตาม


โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี และได้รับผลกระทบจาก “สงคราม” เช่นในปัจจุบัน ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกเริ่มเตรียมมาตรการตั้งรับกันไว้แล้ว รวมถึงประเทศไทยเองด้วยเช่นกัน


บนโลกที่ “ความไม่แน่นอน” กำลังจะกลายเป็น “ความแน่นอน” ของโลกยุคใหม่ไปแล้ว การเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองไว้ก่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม


เงินเก็บอีกส่วนที่สำคัญและไม่ควรละเลย นั่นคือ “เงินสำรองฉุกเฉิน” และน่าจะเป็นเงินในวัตถุประสงค์แรกๆ ที่คุณควรจะมีเลยก็ว่าได้ ก่อนจะขยับไปสู่เรื่องของการลงทุนอื่นๆ ต่อไป


“เงินสำรองฉุกเฉิน” สำคัญยังไง? วันนี้ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย


5 เหตุผลที่ควรมี “เงินสำรองฉุกเฉิน”

สำหรับ “เงินสำรองฉุกเฉิน” นั้น ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าจะต้องเก็บไว้เท่าไร แต่สำคัญควรมีให้ “เพียงพอ” สำหรับเงื่อนไขชีวิตของตัวคุณเอง ซึ่งแต่ละคนเงื่อนไขในชีวิตก็อาจจะแตกต่างกันออกไป


จากชื่อก็บอกอยู่เป็นนัยแล้วว่า...ไว้ใช้ใน “ยามฉุกเฉิน” เป็นเป้าหมายในการเก็บเงินก้อนนี้ เพราะเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าในภาวะเศรษฐกิจเช่นใดก็ตาม เป็นเสมือน “เงินก้นถุง” ที่จะช่วยให้เกิด "ความมั่นคงทางจิตใจ" และ "ความคล่องตัวทางการเงิน" โดยมี 5 เหตุผลที่คุณควรมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” ได้แก่


- ช่วยได้เมื่อยามจำเป็น-รองรับเหตุไม่คาดฝัน: นี่เป็นเป้าหมายหลักของเงินก้อนนี้ที่มักจะหยิบยกมาพูดกัน ถ้า “ฉุกเฉิน” จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เงินก้อนนี้ก็จะช่วยคุณได้เป็นอย่างดี (ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว) เช่น การตกงาน, อุบัติเหตุ, การเจ็บป่วยที่ประกันไม่ครอบคลุม หรือค่าซ่อมแซมบ้านและรถที่จำเป็น เป็นต้น


- เตรียมพร้อมก่อนจะขยับไปเรื่อง “การเงิน” อื่น: ลองจินตนาการตามดูง่ายๆ หากคุณเริ่มต้นไปที่ “การลงทุน” หรือ “ซื้อประกัน” ก่อน (ไม่มีส่วนที่กันไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉินเลยนั้น) แล้วเกิด “เหตุฉุกเฉิน” ขึ้นในชีวิต สุดท้ายก็อาจต้องไปกระทบกับเงินลงทุนและเงินประกันที่คุณเคยส่งมาตั้งแต่ต้นในท้ายที่สุด


- ป้องกันการเป็น “หนี้”: การมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” ช่วยให้คุณไม่ต้องไป “กู้เงินนอกระบบ” หรือ “รูดบัตรเครดิต” มาใช้ ซึ่งมีดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะเป็นภาระหนักตามมาในอนาคต


- ช่วยรักษา “โอกาสการลงทุน”: เมื่อเกิด “เหตุฉุกเฉิน” คุณจะได้ไม่ต้องขายสินทรัพย์ (เช่น หุ้น, กองทุน, ตราสารหนี้ เป็นต้น) ในจังหวะที่ราคาตกต่ำเพื่อเอาเงินออกมาใช้นั่นเอง สามารถนำ “เงินสำรองฉุกเฉิน” ออกมาใช้แก้ไขสถานการณ์ได้ก่อน


- ลดความเครียด: งานวิจัยด้านจิตวิทยาการเงินระบุว่า ผู้ที่มี “เงินสำรองฉุกเฉิน” เพียงพอจะมีความวิตกกังวลน้อยกว่าและตัดสินใจแก้ปัญหาได้ดีกว่าเมื่อเกิดวิกฤต



เตรียมไว้ให้ “เพียงพอ”...กับ “เงื่อนไขชีวิต” ของตัวคุณเอง

“รู้แล้วว่าสำคัญ แต่เท่าไรถึงจะ เพียงพอนี่ก็คือ คำถามคลาสสิกยอดฮิต ซึ่งไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ตามทฤษฎีทางการเงินก็แนะนำให้มีไว้ให้พอใช้ประมาณ 3-6 เดือน บางคนบอกเก็บไว้ทำไมมากๆ เสียโอกาสลงทุน ตรงนี้แล้วแต่ถ้าเก็บไว้น้อยแต่  เพียงพอสำหรับคุณมันก็โอเค บางคนชีวิตไม่มีหนี้สิน ชีวิต Slow Life ใช้จ่ายต่อเดือนนิดเดียว บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ จริงมั้ย? สำคัญ คือให้ เพียงพอ นี่แหละหัวใจ”


อย่างไรก็ตาม ควรเตรียม “เงินสำรองฉุกเฉิน” ไว้มาก-น้อยขนาดไหนนั้น ส่วนหนึ่งก็ขึ้นกับความมั่นคงของรายได้ตัวคุณเองเป็นสำคัญ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ประกอบด้วย


1)พนักงานประจำ” ซึ่งถือว่ามีรายได้ค่อนข้างมั่นคง มีความผันผวนต่ำ (แม้ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น อาจทำให้ความมั่นคงส่วนนี้ต่างไปจากนิยามในอดีตก็ตาม) แนะนำให้มีเงินสำรองฉุกเฉิน 3 – 6 เท่า ของค่าใช้จ่ายรายเดือน


2) “ฟรีแลนซ์/ เจ้าของธุรกิจ” รายได้มีความผันผวน ขึ้นลงไม่แน่นอน แนะนำให้มีเงินสำรองฉุกเฉิน 6 – 12 เท่า ของค่าใช้จ่ายรายเดือน


3) “คนที่มีภาระมาก”: กลุ่มคนที่มีครอบครัวมีลูก มีพ่อแม่ให้ต้องดูแล ค่าใช้จ่ายต่อเดือนของคุณต้องมองใน “ภาพรวม” เลย อะไรที่เป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่ากินอยู่ของครอบคัว ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าเทอมลูก ประกัน เป็นต้น แนะนำให้มีเงินสำรองฉุกเฉิน 6 – 12 เท่า ของค่าใช้จ่ายรายเดือน


“อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ เงินสำรองฉุกเฉินควรเก็บไว้ในสินทรัพย์ที่มี สภาพคล่องสูงที่สามารถเปลี่ยนมาเป็น เงินสด ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่แนะนำให้ทิ้ง เงินสำรองฉุกเฉิน ไว้ 100% กองใน เงินฝากออมทรัพย์ แต่ประการใด ควรจะผสม กองทุนตราสารตลาดเงิน ไว้ด้วย เพราะสภาพคล่องดีไม่ด้อยกว่ากัน ในขณะที่ ผลตอบแทนดีกว่าเท่าตัว”


ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงถูกกดดันจากปัจจัยลบเรื่อง “สงคราม” วันนี้...คุณมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” ไว้เพียงพอกันแล้วหรือยัง?

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’