การเลือกรูปแบบแนวคิด “FIRE”… ขึ้นกับ “เป้าหมายทางการเงิน” & “รูปแบบการใช้ชีวิตหลังเกษียณ” !!!

Where2put Ur Money: “แนวคิดการเกษียณไว” (Early Retirement) ที่เรียกกันว่า “FIRE” (Financial Independence, Retire Early) ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มคนรุ่นใหม่นับตั้งแต่ยุค Millennials และ Gen Z เป็นต้นมา โดยเร่งออม และลงทุนกันตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูง และเร็วที่สุด จะได้หยุดทำงาน และมีอิสรภาพทางการเงินอย่างเพียงพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว แล้วจึงออกไปใช้ชีวิตตามแบบที่ตนเองต้องการได้ในขณะที่ร่างกายยังแข็งแรงดีอยู่


ทั้งนี้ แนวคิด FIRE” ต้องอาศัยความมุ่งมั่น การมีวินัย ความสม่ำเสมอ และการวางแผนที่ดีอย่างรอบคอบ โดยสามารถแบ่งออกได้เป็นหลากหลายรูปแบบ ดังนี้

  • Traditional/ Regular FIRE: เป็นความพยายามที่จะรักษา “วิถีชีวิต” (Life Style) และ “มาตรฐานความเป็นอยู่” ตามรูปแบบเดิมก่อนเกษียณ โดยมีเป้าหมายที่จะใช้ชีวิตหลังเกษียณให้เหมือนกับที่เคยเป็นอยู่ก่อนเกษียณ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องทำงาน ค่าใช้จ่ายที่ต้องการใช้ในวัยเกษียณจึงพอๆ หรือใกล้เคียงกับก่อนที่จะเกษียณอายุ

  • Lean FIRE: เป็นความพยายามในการใช้ชีวิตอย่าง “เรียบง่ายที่สุด” เมื่อยามเกษียณ โดยมีเป้าหมายคือ ต้องการใช้จ่ายอย่างประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ทำให้ค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณจะค่อนข้างต่ำกว่าปกติ หรือต่ำกว่าช่วงก่อนเกษียณอายุ

  • Fat FIRE: เป็นความพยายามในการใช้ชีวิตในวัยเกษียณ “แบบหรูหรา” สุขสบาย และไม่ต้องลำบากอีกต่อไป ทำให้ต้องเก็บออม และลงทุนอย่างหนัก เพราะต้องเตรียมเงินก้อนโตไว้ใช้จ่ายในวัยเกษียณเพื่อซื้อความสุขให้แก่ตนเอง

  • Obese FIRE: เป็นความพยายามในการใช้ชีวิตอย่าง “หรูหราแบบสุดโต่ง” โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ทำให้ต้องมีการวางแผนทางการเงินเป็นอย่างดี และเข้มงวดเรื่องการลงทุนเป็นอย่างหนัก เพื่อที่จะได้มีเงินไว้ใช้จ่ายอย่างไม่จำกัดในวัยเกษียณ

 

  • Barista FIRE: เป็นความพยายามในการ “ใช้ชีวิตอย่างอิสระ” โดยไม่ต้องทำงานประจำอีกต่อไป แต่ยังคงรับงาน Part Time เพื่อเสริมสร้างรายได้ไว้จำนวนหนึ่ง จะได้มีเงินไว้ใช้จ่ายอย่างเพียงพอเมื่อยามเกษียณอายุ

  • Baby FIRE: เป็นความพยายามในการ “ใช้ชีวิตอยู่กับลูก” ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในขณะที่ลูกยังเด็กอยู่ โดยมุ่งลดจำนวนชั่วโมงในการทำงานลง หรือสามารถจัดตารางงานที่มีความยืดหยุ่นได้หลังจากที่มีลูก ทำให้ต้องเริ่มต้นวางแผนทางการเงินตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มมีครอบครัว

  • Coast FIRE: เป็นความพยายามในการใช้ชีวิตโดยเน้นการ “ออมเป็นเงินก้อนใหญ่” ตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วนำไปลงทุนเพื่อให้เงินทำงานจนถึงเป้าหมายเกษียณที่ต้องการ โดยไม่ต้องออมเพิ่มในช่วงท้ายอีกแต่อย่างใด

  • Slow FIRE: เป็นความพยายามในการ “สร้างความสมดุล” ระหว่างการออมเพื่อเกษียณได้เร็วกว่าปกติ ควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความสุขระหว่างทาง ไม่ต้องรอไปใช้ชีวิตเมื่อยามเกษียณ ทำให้ไม่ต้องเร่งรีบเกษียณเร็วจนเกินไป จึงลดความกดดัน หรือความตึงเครียดทางการเงินที่มีลงได้

  • Flamingo FIRE: เป็นความพยายามในการใช้ชีวิตที่มุ่งเน้น “การออมเงินอย่างหนัก” ในช่วง 10-15 ปีแรก เพื่อให้ได้เงินออมก้อนใหญ่ประมาณ 50% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ หลังจากนั้นก็จะหยุดออม หรือลดการทำงานหนักลง แล้วนำไปเงินออมก้อนดังกล่าวไปลงทุนต่อ โดยปล่อยให้เงินลงทุนเติบโตต่อเองจนกว่าจะครบตามเป้าหมายที่ต้องการ และอาจทำงาน Part Time เสริมควบคู่กันไปด้วยได้


แน่นอนว่า การที่จะเลือกรูปแบบแนวคิด “
FIRE” ที่เหมาะสมมาปรับใช้สำหรับชีวิตตนเองนั้นย่อมขึ้นอยู่กับ “เป้าหมายทางการเงิน” ความสามารถในการออม และการลงทุน ตลอดจน “รูปแบบการใช้ชีวิต” ที่ต้องการหลังเกษียณด้วยนั่นเองครับ

ดร.ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์

นักวิชาการอิสระสายการเงิน-การลงทุน ชอบสื่อสารเรื่องการเงินยากๆ ให้เข้าใจง่าย ผ่านการสอน งานเขียน และการเป็นวิทยากร ทุ่มเททั้งชีวิต หวังปลุกคนไทยให้ตื่นขึ้นมา อ่านออก-เขียนได้ทางการเงิน