“กระแสเงิน”...เครื่องมือสำคัญในการ ‘ประกอบธุรกิจ’ และ ‘การลงทุน’ !!!

เดือนต.ค. นี้เริ่มมีสัญญาณดีๆ ต่อกิจกรรมเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น การฉีดวัคซีนทั้งเข็มที่ 1 และ 2 ในประเทศไทยที่กระจายทั่วถึง และพยายามเปิดการท่องเที่ยวในพื้นที่สำคัญ รวมทั้ง กทม. เพื่อนำรายได้กลับเศรษฐกิจ นับเป็นตัวบ่งชี้ว่าสถานการณ์ของการระบาดเริ่มคลี่คลายมากขึ้นนับตั้งแต่ช่วงมี.ค. ที่ผ่านมา แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความกังวลอยู่มากหาก “เปิดเศรษฐกิจ” อีกครั้งจะเสี่ยงต่อ “การระบาดอีกครั้ง” เพียงใด


“แต่เริ่มทำให้บรรยากาศการประกอบธุรกิจต่างๆ จะค่อยๆ ฟื้นกลับมาตามกำลังและสถานการณ์ที่จะอำนวย ทั้งคนที่กำลังจะกลับดำเนินธุรกิจใหม่ หรือคนที่ทำธุรกิจอยู่กำลังจะขยายเพิ่ม คงเตรียมพร้อมรอจังหวะกันในช่วงนี้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่หลายคนคงต้องบริหารกันให้ดีคือ เงินทุน เพราะไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจกิจดีหรือแย่ การประกอบธุรกิจหรือการลงทุน เงินสด คือปัจจัยสำคัญอย่างมากที่ต้องบริหารจัดการให้ดี” 


ดังนั้นสัญญาณการเปิดเศรษฐกิจที่ส่งออกมา แม้ยังเปิดไม่เต็มที่จนเข้าภาวะปกติ เราจะบริหารเงินสดอย่างไร..? เพื่อเตรียมพร้อม และป้องกันความเสี่ยง ทั้งสำหรับนักลงทุนเองและกับผู้การประกอบธุรกิจ


1.วางแผนควบคุมรายจ่ายสินค้าวัตถุดิบ: ค่าจ้างแรงงาน, ค่าสินค้าวัตถุดิบ, วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ต้องควบคุมปริมาณให้ดี ตามความจำเป็น เช่น หากขายอาหารเครื่องดื่ม, เสื้อผ้า ฯลฯ ต้องพิจารณาปริมาณสินค้าคงให้อยู่ในระดับที่พอดีสำหรับจำหน่ายในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ หรือแต่ละเดือน (ตามประเภทธุรกิจของเรา) และควรประเมินกำลังความสามารถในการขายและตัวแปรต่างๆ ควบคู่ เช่น ดิน ฟ้า อากาศ ซึ่งจะทำให้สามารถ “บริหารต้นทุน” ที่เป็นกระแสเงินสดได้





2.เก็บหนี้และจัดการหนี้:
แต่ละธุรกิจจะมีการรับรายได้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน และแน่นอนว่าผลกระทบจากเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลต่อการชะหนี้ของธุรกิจการค้าต่างๆ ดังนั้นการเร่งรัดเก็บหนี้จึงมีความสำคัญเพื่อให้ธุรกิจเราสามารถมีเงินสดมาหมุนเวียนได้ ซึ่งตรงนี้ต้องใช้เจรจาและใช้ความเข้าใจกันและหาทางออกร่วมกันเพื่อเป็นประโยชน์กับทั้ง 2 ฝ่าย เช่น ขอชำระก่อน 30-50% หรือทยอยจ่ายแทนในรูปอื่นๆ


3.เปลี่ยนสินทรัพย์เพื่อสร้างมูลค่า: หรือพูดง่ายๆ อะไรที่ไม่จำเป็นในการประกอบธุรกิจของเรา เช่น ข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์ต่างๆ ควรพิจารณาขาย หรือปล่อยเช่า เพื่อ “เพิ่มเงินสด” รวมไปถึงการลดราคาสินค้าบางประเภทในวันพิเศษต่างๆ เช่น ลดราคาพิเศษในวันที่ 10 เดือน 10 นี้ (สร้าง Promotion) เพื่อเสริมสภาพคล่องและระบายสินค้า


4.ลงทุนในสินทรัพย์ระยะสั้น: หากกำลังอยู่ช่วงรอจังหวะหรือกำลังประเมินสถานการณ์เพื่อขยายธุรกิจ หาก “มีเงินสดอยู่มาก” ควรพิจาณาลงทุนในสินทรัพย์ในระยะสั้นที่มีความเสี่ยงต่ำเพื่อสร้างผลตอบแทน เช่น ตราสารตลาดเงิน (Money Market Fund) หรือกองอสังหาริมทรัพย์คุณภาพที่ให้อัตราผลตอบแทนสม่ำเสมอ เพราะการถือเงินสดไว้มากเกินไปนั้นไม่ได้สร้างประโยชน์ หนำซ้ำกลับทำให้มูลค่าลดลงเพราะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นตรงนี้อาจรวมไปถึงการซื้อสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อเก็งกำไรในระยะสั้นๆ ได้เช่นกัน


“โดยรวมในแต่ละธุรกิจคงมี นโยบาย หรือแนวทางการบริหารที่แตกต่างกัน การจะ ถือเงินในสัดส่วนเท่าไรนั้นคงบอกได้ยาก แต่ควรจะมีเงินไว้เพียงพอสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่มีความแน่นอนและเปลี่ยนแปลงไปมาจนคาดการณ์ได้ยาก กระแสเงิน คือเครื่องมือสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการประกอบธุรกิจและการลงทุน แต่อีกสิ่งที่สำคัญซึ่งผมเคยแนะนำไปนั่นคือ ต้องมีวินัยในการเก็บ และ ใช้เงินสด ด้วยเช่นกันนะครับ”


ขอให้ทุกท่านโชคดีในการประกอบธุรกิจและการลงทุนในสถานการณ์ที่กำลังคลี่คลายมากขึ้นเรื่อยๆ ในระยะต่อจากนี้ไปครับ

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

ประธานกรรมการ บล. เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) (KTBST SEC) และอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน ที่ชอบถ่ายทอด แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเศรษฐกิจ การเงิน ให้กับคนไทยและตลาดทุน ได้มีความเข้าใจในการการวางแผนทางการเงิน เพื่อประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของคนทุกเพศทุกวัย