ถ้า “ขาดทุนสูงสุด” กับ “5-Crypto” นี้ที่ผ่านมา...ต้องทำกำไรให้ได้ 93-339% จึงจะ ‘เท่าทุน’ !!!
Wealthy Way: เพราะเส้นทางสู่ความมั่งคั่งนั้น มีอยู่มากมายหลายหลาก ชั่วโมงนี้ “Crypto” น่าจะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์การลงทุนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลก ไม่เฉพาะในประเทศไทย
เป็นสินทรัพย์การลงทุน “ยุคใหม่” ที่แตกต่างไปจากสินทรัพย์การลงทุนแบบดั้งเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยการเคลื่อนไหวของราคาที่ “ถึงใจ” ทั้ง ‘ขาขึ้น’ และ ‘ขาลง’ ดูจะถูกอกถูกใจนักลงทุนทุก Generation เป็นอย่างดี
เรียกว่า...ลงทุนไปแล้ว ผลลัพธ์ทันตาเห็น ไม่ต้องไปรอลุ้นให้เสียเวลา หลายคน...เป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน และเชื่อว่า “Crypto” ได้ก้าวมาอยู่ในสินทรัพย์ในดวงใจของนักลงทุนไทยไปแล้วในปัจจุบัน
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะชวนให้ตั้งสติ หยุดคิดสักนิดก่อนคิดลงทุนใน “Crypto” กัน เพื่อทุกท่านจะได้ลงทุนได้อย่างสบายใจ (ด้วยความเข้าใจ) นั่นเอง
รู้หรือไม่?...ไม่ถึง 3 เดือน "Crypto" บางเหรียญสามารถขาดทุนได้หนักถึง -48 ถึง -77%
แน่นอนว่า การลงทุนทุกคนย่อมแสวงหา “ผลตอบแทนที่ดี” และถ้าผลตอบแทนนั้นดีมากๆ ด้วยก็ยิ่งน่าสนใจ จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไม “Crypto” จึงก้าวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ในดวงใจของนักลงทุนทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว ในชั่วเวลาเพียงข้ามคืน (เหมือนเทพนิยายก็ไม่ปาน) ก็ด้วยลักษณะเด่นในเรื่องของ “ผลตอบแทนที่กระชากใจ” นี้นั่นเอง
“เรียกว่า...สิ้นทรัพย์ในยุคดั้งเดิมแบบหุ้น หรือตราสารหนี้ ตามหลังไม่เห็นฝุ่นกันเลยทีเดียว ก็ถ้าคุณสามารถสร้างผลตอบแทนระดับ 100% ได้ในเวลาไม่กี่เดือน คุณยังจะต้องไปเสียเวลามองหาผลตอบแทน 10% ต่อปี เพื่อสร้างผลตอบแทน 100% ในระยะเวลาตั้ง 7.2 ปี ไปทำไม จริงมั้ยล่ะ?”
แต่ “เหรียญ” ย่อมมี “2 ด้าน” เสมอ...เมื่อมี “กำไร” ก็ต้องมี “ขาดทุน” ล่าสุดก็ยินดีกับผู้ลงทุนใน “Crypto” ด้วย ที่ทางสรรพากรให้ “นำผลขาดทุนมาหักกำไรได้” พร้อมยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ให้ แต่ยังคงเดินหน้าเก็บภาษีกันต่อไปตามเดิมนะ

เข้าเรื่องของเรากันต่อดีกว่า...ก่อนจะลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็ตาม ไม่อยากให้มองแต่ด้านบวกในเรื่องของ “ผลตอบแทน” เท่านั้น แต่นักลงทุนควรสนใจด้านมืดของพลัง คือ “ผลขาดทุน” ด้วยเช่นกัน เป็นการจำลองเหตุการณ์ล่วงหน้าก่อนเลยว่า...ถ้าเจอขาดทุนขนาดนี้ ตัวเองรับได้มั้ย? ถ้ารับได้...ก็ลุยเลย...คุณอาจจะเกิดมาเพื่อการณ์นี้จริงๆ แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ...ตั้งสติก่อนดีมั้ย? ถ้ายังอยากจะลุยต่อ...ทำยังไง ให้ “จำกัดความเสียหาย” ไว้ในระดับที่ตัวเองสามารถยอมรับได้ แล้วค่อยว่ากันต่อ...ก็ยังไม่สาย !!!
รู้หรือไม่?....ช่วงไม่ถึง 3 เดือนที่ผ่านมา “Crypto” บางเหรียญ โดยเฉพาะที่ดังๆ เป็นที่สนใจในตลาดนั้น ดิ่งเหวลงจาก ‘จุดสูงสุด’ ลงสู่ ‘จุดต่ำสุด’ ที่ศัพท์ทางการเรียกว่า “Maximum Drawdown” ประมาณ -48% ถึง -77% กันเลยทีเดียว
จะเดินบนสาย “Crypto” ถามใจตัวเองสักนิด...ว่าคุณรับ “ผลขาดทุนสูงสุด” ได้มากขนาดไหน?
มีเงิน 100 บาท ใน 3 เดือน อาจจะเหลือแค่ 52 บาท หรือ 23 บาท เอาได้ง่ายๆ นะ...ถ้ารับได้ก็ว่ากันไปเท่านั้นเอง
แต่ต้องไม่ลืมว่า...
-ถ้าคุณขาดทุน Bitcoin -48% จะต้องทำกำไรให้ได้ประมาณ 93%
-ถ้าคุณขาดทุน SHIBA INU -77% ต้องทำกำไรให้ได้ประมาณ 339%
“จึงจะทำให้คุณกลับมา ‘เท่าทุน’ (มีเงิน 100 บาท เท่าเดิมนั่นเอง) แน่นอนว่า...ในสินทรัพย์อย่าง ‘Crypto’ ผลตอบแทนแบบสุดขั้วอาจเป็นไปได้ (แต่ผลตอบแทนในอดีต ไม่ได้ยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต และยังใช้ได้กับทุกสินทรัพย์ไม่ยกเว้น Crypto แต่ประการใด)”
นี่คือสิ่งที่นักลงทุนควรถามตัวเองก่อนจะเดินบนเส้นทางสาย “Crypto” นี้ให้ได้ อย่าลืมว่า...เส้นทางสายความมั่งคั่งนั้น ไม่ได้มีแค่เส้นทางเดียว ขอให้โชคดีมีชัยในการลงทุน เฮงๆๆ รับ “ตรุษจีน-ปีเสือ” ทุกๆ ท่านครับ แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าใน “Wealthy Way”
