Official Update :

วิเคราะห์สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน จะดันราคาทองคำไปไกลแค่ไหน

ราคาทองคำแกว่งตัวผันผวนจากความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน จนแตะจุดสูงสุดในปี 2564 ที่ 1,975 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านจุดสูงสุดในปี 2563 ที่ 2,075 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้ ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนแบบนี้ ราคาทองจะเคลื่อนไหวอย่างไร และนักลงทุนควรรับมือแบบไหน Wealthy Thai มีคำแนะนำจากผู้ค้าทองคำมาฝากเช่นเคย


วานนี้ราคาทองคำแกว่งตัวอย่างมาก หลังรัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนทั้งทางบก ทะเล และอากาศ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์รุกรานประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลให้ราคาทองคำปรับขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบ 18 เดือนที่ 1,975 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ก่อนจะปรับตัวลงหลังองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (Nato) ยืนยันว่าจะไม่ส่งกองกำลังเข้าไปในยูเครน เนื่องจากยูเครนไม่ได้เป็นสมาชิก Nato ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ประกาศคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อรัสเซีย ด้วยมาตรการขัดขวางความสามารถของรัสเซียในการทำธุรกิจในสกุลเงินหลักพร้อมกับคว่ำบาตรต่อธนาคารและรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย อย่างไรก็ดี สหรัฐและสหภาพยุโรปเลือกที่จะไม่ตัดรัสเซียออกจากระบบการชำระเงินระหว่างธนาคารทั่วโลกของ SWIFT พร้อมยืนยันว่ากองกำลังสหรัฐจะไม่เข้าไปสู้รบในยูเครน ส่งผลกระตุ้นแรงขายกดดันให้ทองคำร่วงลงอย่างหนัก


โดยคุณวรุต รุ่งขํา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด กล่าวถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า ยูเครนยากที่จะต่อกรกับรัสเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางการทหารสูง ส่วนการคว่ำบาตรัสเซียของสหรัฐ มองว่ารัสเซียแทบไม่ได้รับผลกระทบ แต่ฝ่ายที่น่าจะได้กระทบคือสหภาพยุโรปที่เข้าไปทำการค้าในประเทศรัสเซียค่อนข้างมาก ทำให้หลายฝ่ายคลายความกังวลว่าสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนจะลุกลากยยืดเยื้อ เพราะสหภาพยุโรปและสหรัฐไม่ได้ยื่นมือช่วยเหลือหรือส่งกองกำลังทหารเข้าไปช่วย ทำให้ราคทองคำถูกเทขายทำกำไรกลับลงมา


แต่ทั้งนี้ประเด็นความตึงเครียดยังไม่จบ ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป เพราะหากดูท่าทางของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ที่เข้ายึดเมืองทางตะวันออกอย่างโดเนตสก์และลูฮันสก์ของยูเครนได้แล้ว จึงมีการคาดการณ์ว่าประธานาธิบดีปูตินอาจไม่ได้หยุดเพียงแค่สองเมืองนี้ อาจขยายอาณาเขตยึดครองหรืออยากควบคุมยูเครนให้กลับมาเป็นฝ่ายเดียวกัน ดังนั้นต้องติดตามว่าประธานาธิบดียูเครนจะยอมลงจากตำแหน่งหรือไม่ หากยอมสละตำแหน่ง YLG มองว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะคลี่คลายลง แต่รัสเซียอาจยังคงต้องการในส่วนของเมืองที่ติดกับชายฝั่งทะเลดำ จึงอาจส่งกองกำลังหรือกลุ่มกบฏเข้ามายึดครองเพิ่มเติม ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้รัสเซียและยูเครนมีแนวโน้มตึงเครียดมากยิ่งขึ้น


อย่างไรก็ตาม หากดูจากปี 2014 จะพบว่ามีการต่อสู้และแย่งพื้นที่ในส่วนที่ติดกับทะเลดำ ส่งผลให้นานาประเทศก็มีการออกมาคว่ำบาตและกล่าวประณามรัสเซีย จนทำให้รัสเซียต้องดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศด้วยตนเอง จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รัสเซียมีความแข็งแกร่งมากขึ้นด้านเศรษฐกิจและหันมาไม่พึ่งพาระบบเศรษฐกิจโลก ดังนั้นการที่รัสเซียหันมาบุกยูเครนในปีนี้ หลายฝ่ายมองว่ารัสเซียอาจจะต้องการควบคุมอำนาจของยูเครนให้เข้ามาเป็นพื้นที่เดียวกันหรือทำให้รัสเซียสามารถเข้ามาชี้นำสถานการณ์ได้ ซึ่งหลายฝ่ายจับตามองว่าจะยืดเยื้อแค่ไหน รวมทั้งจับดูท่าทีของ Nato และสหรัฐO ว่าจะเป็นอย่างไร เพื่อชี้นำแนวทางการลงทุนใสนตลาดเงินตลาดทุน



กลยุทธ์เทรดทองคำ

ขณะที่แนวโน้มราคาทองคำปรับตัวขึ้นพ้นจุดสูงสุดในปี 2564 ที่ระดับ 1,975 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากความไม่แน่นอนระหว่างรัสเซียและยูเครน จากสถานการณ์บายปลาย ทองคำซึ่งถูกมองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจึงมีโอกาสปรับขึ้น แต่สถานการณ์คลี่คลายราคาทองคำก็มีการปรับฐานลงมา


โดยระยะสั้นราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น อาจแกว่งตัวเพื่อสะสมกำลังหรือแรงซื้อ หากราคาทองคำสามารถทรงตัวเหนือ 1,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้ มีโอกาสปรับขึ้นไปแตะ 1,932 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนที่ถือทองคำไว้และยังไม่ได้ขายทำกำไร หากสถานการณ์รัสเซียและยูเครนไม่ได้เลวร้ายลงไป แนะนำให้แบ่งขายทำกำไร


หากราคาทองคำไม่สามารถทะลุผ่าน 1,932 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ไปได้ ราคาอาจอ่อนตัวลงมา โดยประเมินแนวรับที่ 1,888 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หากราคาทองคำย่อตัวลงมาใกล้ระดับดังกล่าว แต่ยังไม่หลุดนักลงทุนสามารรถเข้าซื้อ หรือสะสมทองคำเพิ่มได้ แต่หากหลุดแนวรับดังกล่าว แนะนำให้ตัดขายทำกำไร หรือ Stop Loss อย่างไรก็ตาม ประเมินกรอบแนวต้านที่ระดับ 1,932 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และ 1,985 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์


ทั้งนี้ ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามและจะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในคืนนี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐซึ่งจะเปิดเผยหลายรายการ เช่น ดัชนีการใช้จ่าย ส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) เดือนม.ค. 2565, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนม.ค. 2565 ,การใช้จ่ายและรายได้ส่วนบุคคลเดือนม.ค. 2565 รวมถึงยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอเปิดการขาย


ด้านนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้คำแนะนำว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่มัก Outperform ในช่วงเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งสามารถใช้ Hedging Portfolio ได้ในระยะสั้น แต่พฤติกรรมในอดีตบ่งชี้ว่า การปรับตัวขึ้นเพราะสงครามจะเป็นปัจจัยหนุนเพียงชั่วคราว และราคาจะถอยกลับมาที่จุดเดิมอย่างรวดเร็วเมื่อสถานการณ์คลายตัวลง เพราะฉะนั้น นักลงทุนในตลาดทองคำต้องติดตามสถานการณ์หลังจากนี้อย่างใกล้ชิด

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้