“ซื้อ-สมัคร” สมาชิกธุรกิจ “Time Sharing” ไม่ระวัง…อาจ “ขาดทุน” หรือ “หมดตัว” ได้ !!!
Where2put Ur Money: หนึ่งในธุรกิจการท่องเที่ยวที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากทั้งในประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็คือ “ธุรกิจการจัดสรรวันหยุดพักผ่อนแบบ Time Sharing” ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ด้านการตลาดแบบทางตรง (Direct Marketing) รูปแบบหนึ่งที่นำเสนอข้อมูลเพื่อขายสิทธิในการเข้าพักในห้องชุด อพาร์เมนท์ คอนโดมิเนียม วิลล่า บังกาโล โรงแรม หรือรีสอร์ทในสถานที่พักตากอากาศต่างๆ ทั่วโลก
“ภายในช่วงระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่ผ่านคนกลางในการโฆษณาประชาสัมพันธ์แต่อย่างใด หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นธุรกิจเครือข่ายที่ขายเวลาพักล่วงหน้าในสถานที่พักตากอากาศต่างๆ ให้แก่ลูกค้าโดยตรงภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดขึ้นนั่นเอง”
ธุรกิจ “Time Sharing” เกิดขึ้นครั้งแรกที่สหราชอาณาจักร ในปี ค.ศ. 1960 โดยมาจากแนวคิดที่ว่า การซื้อสถานที่พักตากอากาศเพื่อเป็นเจ้าของเองนั้น ถือเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ที่ใช้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก และยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกมากมาย เช่น ค่าบำรุงรักษา ค่าประกันภัย และภาษี เป็นต้น ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคนที่มีเม็ดเงินไม่มากพอ
ดังนั้น การเป็นลูกค้าของธุรกิจ Time Sharing จึงเป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่า และช่วยในการวางแผนวันหยุดพักผ่อนได้ง่ายขึ้น โดยธุรกิจ Time Sharing จะมีลักษณะหลักๆ ดังต่อไปนี้

-
ธุรกิจจะนำเอาสถานที่พักตากอากาศต่างๆ ที่ตนเองบริหารจัดการอยู่มาจัดสรรเวลาเข้าใช้ที่พักให้แก่ลูกค้าที่เป็นสมาชิกในระบบเครือข่ายของตน โดยมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน เช่น ลูกค้าที่เป็นสมาชิกมีสิทธิเข้าพัก ณ สถานที่นั้นครั้งละไม่ต่ำกว่า 7 วัน โดยกำหนดวันเข้าพักสูงสุดในแต่ละครั้งไม่เกิน 14 วัน และสมาชิกมีวันเข้าพักรวมทั้งหมดสูงสุด 30 วันต่อปี ซึ่งอาจแบ่งเวลาเข้าพักได้หลายครั้งตามแต่ที่ตนต้องการ เป็นต้น
-
ลูกค้าต้องจ่ายค่าสมาชิกแรกเข้าในอัตรา และระยะเวลาที่กำหนด เนื่องจากเป็นการให้บริการที่พักสำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกของธุรกิจเครือข่ายเท่านั้น
-
ลูกค้าที่เป็นสมาชิกผู้ถือสิทธิการเข้าพักจะมีจำนวนมากมายหลายคน แต่ละรายจะไม่มีกรรมสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของสถานที่พักตากอากาศดังกล่าว แต่จะสามารถร่วมแบ่งปันเวลาการใช้งานสถานที่พักนั้นโดยใช้สิทธิเข้ารับบริการสถานที่พักได้ตามสัดส่วน และระยะเวลาที่ขึ้นอยู่กับลักษณะ และเงื่อนไขการเข้าร่วมเป็นสมาชิก
-
เมื่อมีการใช้สิทธิเข้ารับบริการสถานที่พักตากอากาศ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในสถานที่พัก ลูกค้าที่เป็นสมาชิกไม่ต้องเสียค่าที่พัก หรือค่าบริการอื่นๆ เพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด โดยสามารถมาใช้สถานที่พักดังกล่าวข้างต้นเพื่อการพักผ่อนของตนเอง หรือให้เช่าแก่บุคคลอื่นต่อได้ หรือแลกเวลาพักผ่อนที่ตัวเองมีอยู่กับสมาชิกรายอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้ธุรกิจเครือข่ายดังกล่าวได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศตามเงื่อนไขที่ธุรกิจนั้นกำหนดขึ้น
-
ในต่างประเทศ มีผู้ที่สนใจซื้อ และสมัครเข้าเป็นสมาชิกของธุรกิจ Time Sharing โดยมองว่า เป็นเครื่องมือในการลงทุนประเภทหนึ่งที่สามารถปล่อยเช่าต่อได้ หรือขายต่อเพื่อเก็งกำไรได้ หากสถานที่พักตากอากาศดังกล่าวมีราคาสูงขึ้นโดยไม่ต้องมาดูแลรักษาเอง เพราะมีธุรกิจเครือข่ายคอยบริหารจัดการ และดูแลรักษาแทนให้
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Time Sharing ในประเทศไทยกลับถูกนำมาใช้เป็นช่องทางในการหลอกลวงเงินจากกลุ่มลูกค้าที่มีความสนใจ โดยเหล่ามิจจาชีพ ดังนี้
-
การชักชวนให้ลูกค้าที่เป็นสมาชิกช่วยกันหาสมาชิกใหม่มาเพิ่ม โดยจูงใจว่า เป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง และจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนในรูปตัวเงินในอัตราที่สูงๆ (นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ในการใช้บริการที่พัก) เมื่อสามารถชักชวนผู้อื่นให้เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกกับธุรกิจเครือข่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งเข้าข่ายลักษณะธุรกิจแบบ “แชร์ลูกโซ่” นั่นเอง
-
การที่ลูกค้าที่เป็นสมาชิกมีการขอใช้บริการเข้าพัก แต่ไม่สามารถใช้บริการได้ตามวัน เวลา และสถานที่ที่ต้องการ โดยได้รับการตอบปฎิเสธตลอดว่า “ห้องพักไม่ว่าง ไม่สามารถเข้าพักได้” หากต้องการเข้าพัก ก็จะมีการเรียกเก็บเงิน หรือค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยน หรือ Upgrade ห้องพักเพิ่มเติมในอัตราที่สูง ซึ่งผิดจากเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งเข้าข่ายเป็นการละเมิดสัญญา และสิทธิของผู้บริโภคที่จะได้รับ
ดังนั้น “ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ” และสมัครเป็นสมาชิกของธุรกิจ “Time Sharing” ก็ควรพิจารณาคิดอย่างรอบคอบ และศึกษาให้เข้าใจเป็นอย่างดีเสียก่อน เสมือนกับการลงทุนที่หากไม่ศึกษาอย่างดีพอ ก็อาจเผชิญกับความเสี่ยงจนทำให้ “ขาดทุน” หรือ “หมดตัว” ได้นั่นเองครับ
