Official Update :

2 ตลาด-2 สไตล์...“สหรัฐ” & “เวียดนาม”-ที่โลกการลงทุนไม่อาจละเลย !!!

ในตลาดโลก “สหรัฐ” ถือเป็นนัมเบอร์วันทั้งในแง่ของเศรษฐกิจและตลาดทุน ใครที่จะกระจายการลงทุนออกไปในต่างประเทศหรือในโลก จึงมักจะไม่ละเลย “หุ้นสหรัฐ” ติดพอร์ต


ในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา ก็สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ “ตลาดหุ้นสหรัฐ” ได้เป็นอย่างดี หลังจากเดินหน้าหักทุกแนวต้านทะยานทำ จุดสูงสุดใหม่ เป็นว่าเล่น


ย้อนกลับมามองใน “ตลาดชายขอบ (Frontier Market)’ กันบ้าง “เวียดนาม” ก็ถือว่าเป็นพี่ใหญ่ในตลาดนี้และมีแววว่าจะได้อัพ Level ขึ้นไปสู่ “หุ้นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)” ในอนาคตอันใกล้อีกด้วย


นี่จึงเป็น 2 ตลาดหุ้นที่แตกต่างกัน 2 สไตล์ ที่น่าสนใจลงทุน ซึ่งวันนี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย



“บลจ.บัวหลวง” มั่นใจ “หุ้นสหรัฐ”
& “หุ้นเวียดนาม”...มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว

โดย “วศิน วัฒนวรกิจกุล” กรรมการผู้จัดการ Head of Business Distribution บลจ.บัวหลวง (กองทุนบัวหลวง) มองว่า “สหรัฐ” เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และตลาดหุ้นก็มีมาร์เก็ตแคปมากที่สุดในโลกเช่นกัน ในช่วงเวลานี้เศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวได้ดี ขณะที่ “ตลาดหุ้นสหรัฐ” ก็มีหุ้นที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์ในอนาคตให้เลือกมากมาย ซึ่งหุ้นเหล่านี้ไม่ได้ดำเนินธุรกิจแค่ในสหรัฐอย่างเดียว แต่ยังมีโอกาสทำรายได้จากทั่วโลกด้วย หากนักลงทุนมีการจัดสรรเงินส่วนหนึ่งลงทุนในสหรัฐในพอร์ตลงทุนระยะยาว ก็จะทำให้ไม่พลาดโอกาสการเติบโตดีๆ ไป



(วศิน วัฒนวรกิจกุล)



“ส่วน เวียดนาม ก็ถือเป็นเศรษฐกิจดาวรุ่งในอาเซียนที่กำลังเติบโตได้ดี จากการที่ประเทศที่ประชากรวัยแรงงานอยู่มาก เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศให้เติบโต ทั้งยังเป็นฐานการผลิตสำคัญที่บริษัททั่วโลกใช้ในการผลิตสินค้า นอกจากนี้มูลค่า หุ้นเวียดนาม ก็ยังไม่แพงเกินไป โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีดาวรุ่งรอให้ผู้จัดการกองทุนค้นหาอีกมาก และตลาดหุ้นเวียดนามก็กำลังรอวันปรับสถานะจาก ตลาดหุ้นชายขอบ (Frontier Market)’ ไปสู่การเป็น ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market)’ ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นจะยิ่งทำให้เวียดนามโดดเด่นในสายตานักลงทุนทั่วโลกมากขึ้นไปอีก” 



“บลจ.ทาลิส” มั่นใจหุ้นเทคฯ ใน “
NASDAQ-100”…พร้อมโตไปกับโลกแห่งอนาคต

เช่นเดียวกับ “ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ทาลิส ที่มองว่า สำหรับโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจและสามารถเติบโตได้ต้องมี “หุ้นสหรัฐ” โดยเฉพาะการลงทุนผ่าน ดัชนี NASDAQ-100’ ซึ่งเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดีและมีอัตราการเติบโตสูง คือ กลุ่มหุ้นนวัตกรรม ที่ยังคงเป็นกลุ่มขับเคลื่อนให้ผลตอบแทนของดัชนีอยู่ในระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี, กลุ่มการแพทย์ กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มบริการ เป็นต้น หากคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานยังมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีกถือเป็นจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม



(ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์)



“บริษัทเหล่านี้แม้จะอยู่ใน สหรัฐ แต่ส่วนใหญ่ยังมีรายได้ที่มาจากภูมิภาคอื่นนอกประเทศสหรัฐในสัดส่วนที่สูง การลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าวจึงเป็นการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของหุ้น กลุ่มเทคโนโลยีที่จะส่งผลต่อวิถีชีวิตที่กำลังจะเปลี่ยนไปของโลกในอนาคตที่มิใช่เฉพาะในประเทศสหรัฐ จึงถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน”


สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสกระจายการลงทุนไปในต่างประเทศ “หุ้นสหรัฐ” และ “หุ้นเวียดนาม” ถือเป็น 2 ตลาด 2 สไตล์ที่มีศักยภาพในการเติบโตรองรับที่แตกต่างกันออกไป แต่เป็น 2 ตลาดที่โลกการลงทุนไม่อาจละสายตาไปได้เลย 

โต๊ะกองทุน Wealthythai