Official Update :

ส่องแนวโน้มครึ่งปีหลัง หุ้นนิคมฯ จะฟื้นตัวได้ไหม?

ช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ยอดโอนที่ดินของหุ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมยังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากนักลงทุนยังไม่สามารถเดินทางมาทำธุรกรรมในประเทศได้ การเร่งฉีดวัคซีนจึงเป็นความหวังที่จะช่วยสนับสนุนให้สถานการณ์ Covid-19 คลี่คลาย ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการตามปกติอีกครั้ง โดยวันนี้ Wealthy Thai จะมาอัพเดทว่าหุ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA, WHA และ ROJNA มีแนวโน้มครึ่งปีหลังเป็นอย่างไร จะได้รับผลบวกจากการเร่งฉีดวัคซันในประเทศหรือไม่ แล้วจะมีปัจจัยอะไรนอกเหนือจากนี้เข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตบ้าง



AMATA นิคมฯ เวียดนามคือความหวัง

เริ่มที่ AMATA หรือ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ซึ่งในช่วงไตรมาส 1/64 กำไรสุทธิออกมาดีนัก อยู่ที่ 186 ล้านบาท ลดลง 53% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดโอนที่ดินที่ชะลอตัวเหลือ 32 ไร่ จาก 75 ไร่ และ 114 ไร่ ตามลำดับ ส่งผลให้รายได้จากการขายอสังหาในไตรมาส 1/64 ลดลงมาอยู่ที่ 121 ล้านบาท ลดลง 73% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลงถึง 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


ส่วนแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า สิ้นไตรมาส 1/64 AMATA เหลือแบ็กล็อกอยู่ที่ 1,829 ล้านบาท ครอบคลุมประมาณการรายได้ขายที่ดินปีนี้แล้วกว่า 90% แม้ยอดขายที่ดิน Presale ของนิคมอุตสาหกรรมในไตรมาส 1/64 ในประเทศมีเพียง 36 ไร่ ลดจาก 70 ไร่ ในไตรมาส 1/63 แต่เห็นพัฒนาการเชิงบวกของนิคมฯ เวียดนาม ซึ่งมีลูกค้าเซ็นสัญญา LOI หรือสัญญาจองซื้อที่ดินราว 212 ไร่ คาดจะเห็นยอดโอนที่ดินนิคมฯ เวียดนามเข้ามาหนุนช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เทียบกับปี 2563 ที่ AMATA ยังไม่ได้มีการขายที่ดินในเวียดนาม เพราะยังติดปัญหาการเวนคืนและเอกสารสิทธิ์เรื่องที่ดิน


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าผลประกอบการของ AMATA จะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เมื่อทั่วโลกกระจายวัคซีนครอคลุมยิ่งขึ้น เพราะไทยและเวียดนามยังคงเป็นประเทศเป้าหมายการลงทุนจากผลกระทบสงครามการค้า ประเมิน AMATA ยังมี Upside สูง แนะนำซื้อ กำหนดราคาเป้าหมาย 24.99 บาท



WHA ยอดโอนที่ดินฟื้นไตรมาส 4/64

สำหรับ WHA หรือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผลงานไตรมาส 1/64 มีกำไรสุทธิ 135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 91% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยบล.เอเชีย เวลท์ ระบุว่า กำไรสุทธิที่เติบโตมาจากการรับรู้ผลขาดทุนจากส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมที่ลดลงเหลือ 50 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง รวมทั้งรายได้ธุรกิจที่ดินในนิคมฯ ปรับตัวลง 37% เหลือ 154 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจำนวนการโอนที่ดินลดลง เพราะผู้ซื้อที่ดินไม่สามารถเดินทางเข้ามาทำธุรกรรมการโอนได้


ส่วนแนวโน้มการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ฝ่ายวิจัยประเมินว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ระลอกใหม่ ทำให้คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/64 มีแนวโน้มทรงตัวจากไตรมาส 1/64 หลังผู้ประกอบการที่มีความประสงค์จะเข้ามาทำธุรกรรมโอนที่ดินถูกเลื่อนออกไป โดยคาดว่าจะเห็นการกลับมาของยอดโอนที่ดินอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะไตรมาส 4/64 หลังคาดภาครัฐฯ จะมีการกระจายวัคซีนให้ครอบคลุม จนนำไปสู่การเปิดประเทศอีกครั้ง ประกอบกับแผนการขายสินทรัพย์เข้ากองฯ ซึ่งคาดว่าจะมีขนาด 180,000 ตร.ม. ขณะที่รายได้ส่วนอื่นทั้งรายได้จากการให้เช่าและสาธารณูปโภค คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังบริษัทส่วนใหญ่กลับมาดำเนินงานตามปกติ ทำให้อุปสงค์การใช้น้ำปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับยังมีความต้องการเช่าของกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม E-Commerce ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิ์ปี 2564 ของ WHA ไว้ที่ 2,981 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน



ROJNA แตกไลน์ธุรกิจใหม่สร้างการเติบโตระยะยาว

ด้าน ROJNA หรือ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ที่ 293 ล้านบาท พลิกกลับมาเติบโตจากผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1/63 ที่ 808 ล้านบาท แต่หากไม่นับรายการพิเศษจะมีกำไรสุทธิที่ 162 ล้านบาท ลดลง 72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 43% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการรับรู้ยอดขายที่ดินและไฟฟ้าที่ต่ำกว่าคาด ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการรายได้ปี 2564-2565 ขึ้นอีก 7-8% เพราะอัตราการใช้โรงงานที่เพิ่มขึ้นของ 3 SPP และคงสมมติฐานยอดขายที่ดิน อัตรากำไรขั้นต้นรวม และ SG&A to revenue ที่ 4.5% ต่อปีตามเดิม สัดส่วนผู้ถือหุ้นใน Rojana Power ที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีกำไรในส่วนของ non-controlling interests ลดลงตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป โดยลดลง 7% ในช่วงปี 2564 และลดลง 45% ในช่วงปี 2565-2574  ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงปรับกำไรสุทธิปีนี้เพิ่มขึ้น 49% เพื่อสะท้อนสัดส่วนการถือ Rojana Power ที่เพิ่มขึ้น และกำไร/ขาดทุนพิเศษในช่วงไตรมาส 1/64 ทำให้กำไรสุทธิช่วงปี 2565-2574  เพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 60% ต่อปี แนะนำซื้อ มูลค่าเหมาะสมใหม่ที่ 7.70 บาท


นอกเหนือจากการเติบโตในธุรกิจเดิมแล้ว ล่าสุด ROJNA ยังขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยได้ลงนาม MOU กับ EVLOMO เพื่อร่วมทุนดำเนินโครงการผลิตแบตเตอรี่ เพื่อเก็บพลังงานไฟฟ้า (Battery Cell production) ขนาดการผลิต 8 GWh. หรือ 8,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นระดับที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เทียบกับการรองรับรถ EV ได้ 150,000 คัน จะทำให้เกิดเงินลงทุนสูงถึง 1.06 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 33,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการ ฯ ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยปี 2564 จะเกิดการลงทุนระยะแรก 1 GWh. หรือ 1,000 เมกะวัตต์ ทันที โดยคาดว่าการก่อสร้างโรงงานจะแล้วเสร็จ และผลิตแบตเตอรี่ชุดแรกภายใน 18-24 เดือน เกิดการสร้างงานที่มีคุณภาพ รายได้สูงไม่น้อยกว่า 3,000 ตำแหน่ง ไม่นับรวมตำแหน่งงานที่เชื่อมโยงอื่นๆ อีกจำนวนมาก สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้