Official Update :

7UP ไร้แรงซื้อร่วงติด Floor หลังให้ผลตอบแทนจากต้นปี 490 %

หนึ่งในหุ้นที่ซิ่งที่อยู่ในเรดาร์นักลงทุนมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ต้องมีชื่อ 7UP หรือ บริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงตั้งแต่ต้นปีและทำจุดสูงสุดที่ 3.58 บาทต่อหุ้น ก่อนที่ราคาหุ้นจะร่วงลงมาในวันที่ 3 ส.ค. ที่ 2.54 บาทต่อหุ้น โดยเขาสามารถให้ผลตอบแทนกับนักลงทุนสูงถึง 490 % หรือ เกือบ 5 เท่าตัว 


แต่ในวันที่ 4 ส.ค. ราคาหุ้น 7UP  ลงมาเหลือที่  1.78 บาทต่อหุ้น ลดลง 29.92 % การปรับตัวลดลงในรอบนี้สร้างความเจ็บปวดให้กับนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก เพราะ 7UP มักจะเป็นหุ้นสามัญประจำพอร์ตของนักลงทุนสายซิ่งอย่างแท้จริง


ย้อนอดีตกับ 7UP พวกเขาทำธุรกิจ  5 ธุรกิจ ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจสถานีบริการแก๊สและน้ำมัน 2) กลุ่มธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคม และ Internet of Things (IoT) 3) กลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทน 4) กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภค 5) กลุ่มธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม รายชื่อผู้ถือหุ้น 10 อันดับแรกได้แก่  





โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทางบริษัทให้ข่าวว่า ในปีนี้จะมีการเติบโตที่ดี คาดว่ารายได้จะเติบโต 50 % โดยจะมาจากธุรกิจขายก๊าซแอลพีจี และน้ำมัน  รวมถึงการบริหารจัดการน้ำผ่านการขายน้ำประปาในจังหวัดภูเก็ต


ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2564 พบว่า

บริษัทมีรายได้  157 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  32 %

กำไรสุทธิ 103 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 205 %

การเพิ่มขึ้นของกำไรบริษัทนั้นเป็นตัวเร่งของราคาหุ้นให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น



ขยายเวลา 
Cash Balance สาเหตุหุ้นดิ่ง?

ความร้อนแรงของ 7UP ทำให้หุ้นของบริษัทถูกเข้ามาตรการกำกับการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง โดยจากต้นปีพบว่า  4 ครั้ง  โดยล่าสุดในวันที่ 3 ส.ค. พบว่า บริษัทถูกกำกับการซื้อขายอยู่ในระดับที่ 2  คือ ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance


ซึ่งไม่แน่ชัดว่าการขยายมาตรการกำกับซื้อขาย 7UP เป็นชนวนให้ราคาหุ้นลงรุนแรงหรือไม่ แต่คนที่มี 7 UP ในพอร์ตคงต้องติดตามกับความเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com