“TMBUS500RMF” ลุย ‘หุ้นสหรัฐ’ แชมป์ผลงานเด่นสุดรอบ 5 ปี +9.56% ต่อปี... ส่วน “TCHRMF” ลุย ‘หุ้นจีน’ บ๊วยสุด -9.90% ต่อปี !!!

Fun of Funds: ใครที่ต้องการเก็บเงินไว้ใช้ยามเกษียณ และต้องการลดหย่อนทางภาษีด้วย “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และตรงจุดที่สุดแล้ว ลดหย่อนได้ “สูงสุด 500,000 บาท” (นับรวม SSF+กลุ่มเกษียณอื่นๆ)


จะ “อายุน้อย” หรือ “อายุมาก” ก็ลงทุนได้ ตั้งแต่ปี2563 มา “ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน” แล้ว แต่ยังต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี มีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนครบครันตั้งแต่ “เสี่ยงต่ำ” ไปจนถึง “เสี่ยงสูง”


แต่แนะนำว่า...หากมีระยะเวลาลงทุนอีกนานกว่าจะเกษียณ ควรลงทุนใน RMF-หุ้น” เพื่อให้เงินได้ทำงานงอกเงยได้เต็มศักยภาพนั่นเอง!!!


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลผลการดำเนินของกองทุนดังกล่าว “5 ปีย้อนหลัง” มาฝากให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



5 “RMF” ผลงาน ‘โดดเด่น’ รอบ 5 ปี โชว์ผลตอบแทน 7.70 – 9.56% ต่อปี...“TMBUS500RMF” ลุยหุ้นจสหรัฐแชมป์กลุ่ม

โดยกองทุนที่เราได้หยิบยกมาจะเป็นทั้งในฝั่งที่ผลการดำเนินงานหรือผลตอบแทน “โดดเด่นที่สุด” 5 อันดับแรกและกองทุนที่ “แย่ที่สุด” ในกลุ่ม 5 อันดับจะมีอะไรบ้างนั้นมาติดตามได้ดังนี้


สำหรับ 5 กองทุนที่ผลตอบแทน “โดดเด่นที่สุด” ในช่วง 5 ปีย้อนหลัง เป็นกองทุนที่ลงทุนใน หุ้นต่างประเทศถึง 4 กอง โดยมี กองหุ้นไทย เบียดเข้าทำเนียบมาได้ 1 กอง เราจะลงลึกไปถึงเป็นรายอุตสาหกรรมของทั้ง 5 กองทุนกันเลย เริ่มที่ “กองทุนเปิดทหารไทย US500 เพื่อการเลี้ยงชีพ” (TMBUS500RMF) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ได้ +9.56% ต่อปี


“โดยลงทุนผ่านกองทุน ‘iShares Core S&P 500 ETF’ พร้อมกับนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P 500 เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ได้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500”


ต่อมาเป็น “กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป” (TUSRMF-A) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ได้ +9.09% ต่อปี ที่จะลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน แต่ผ่านกองทุน ‘SPDR S&P 500 ETF’ ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500





ถัดมา “กองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ” (
KGHRMF) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ได้ +8.08% ต่อปี มีนโยบายลงทุนในหุ้นบริษัทที่ประกอบธุรกิจดูแลสุขภาพทั่วโลก โดยผ่านหน่วยลงทุนของกองทุนหลักอย่าง ‘JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund, Class A​ (acc) - USD​’


รองลงมาเป็น “กองทุนเปิด ทิสโก้ Mid/Small Cap อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (B)” (TMSRMF-B) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ได้ +7.77% ต่อปี เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย โดยจะคัดเลือกลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กของบริษัทที่จดทะเบียนทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และเอ็มเอไอ (mai)


และสุดท้ายเป็น “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นญี่ปุ่น เพื่อการเลี้ยงชีพ” (SCBRMJP) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ได้ +14.69% ต่อปี ที่จะลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นผ่านกองทุนหลักที่เป็นกอง ETF อย่าง ‘Nikkei 225 Exchange Traded Fund’ ซึ่งจะมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนทั้งหมดที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225



5
“RMF” ผลงาน ‘ยอดแย่’ รอบ 5 ปี ผลตอบแทนติดลบตั้งแต่ -9.90% ต่อปี ถึง -2.29% ต่อปี...“TCHRMF” ลุยหุ้นจีน ‘บ๊วยสุด’ ในกลุ่ม

ทางฝั่งของกองทุน RMF ที่มีผลการดำเนินงาน “ยอดแย่ที่สุด” 5 อันดับนั้น เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนใน หุ้นไทย ถึง 3 กอง และ หุ้นต่างประเทศ 2 กอง จะเริ่มตั้งแต่ “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า H-Shares อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ” (TCHRMF) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ติดลบ -9.90% ต่อปี ที่จะลงทุนในหุ้นจีนอย่าง H-Share ผ่านกองทุน ‘Hang Seng H-Share Index ETF’ ภายใต้นโยบายสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี Hang Seng China Enterprises


ถัดมาเป็น “กองทุนเปิดกรุงศรีอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ” (KFEQRMF) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี -3.62% ต่อปี ที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นไทยที่บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจสูงหรือมีปัจจัยพื้นฐานดี และส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ สถาบันการเงิน บริษัทเอกชน หรือเงินฝากธนาคาร





ต่อมาเป็น “กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผลเพื่อการเลี้ยงชีพ” (KFDIVRMF) ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี -3.32% ต่อปี ที่จะลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลดีเป็นลำดับแรก และหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดต่ำถึงปานกลาง (Small and Medium Market Capitalization) เป็นลำดับถัดไป


ลำดับต่อมาเป็น “กองทุนเปิดกรุงไทย ซีเล็คทีฟ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ” (KTSE-RMF) ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี -2.95% ต่อปี ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนทั้งที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจะเน้นบริหารแบบเชิงรุก (Active Management Portfolio)


สุดท้าย “กองทุนเปิดทิสโก้ เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน เพื่อการเลี้ยงชีพ” (TAPRMF) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี -2.29% ต่อปี ที่จะลงทุนในกองทุน ETF อย่าง ‘Lyxor MSCI AC Asia Pacific Ex Japan UCITS ETF’ ซึ่งมีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี MSCI AC Asia-Pacific Ex Japan Net Total Return


กองทุนรวม RMF นั้นเป็นกองที่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะยาวเพื่อเป้าหมาย เกษียณ เป็นสำคัญ รัฐเองส่งเสริมให้ ประโยชน์ทางภาษีมาจูงใจ พร้อมกับโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุน โดยมี ความยืดหยุ่น สามารถจัดพอร์ต ระหว่างกองทุน RMF ด้วยกันได้เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถปรับพอร์ต RMF ให้เหมาะกับสภาพตลาดในแต่ละช่วงอีกด้วย”


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
กรมศุลกากร ทรานส์ฟอร์ม สู่ NEXT DRIVE CUSTOMS สลัดภาพ "บ้านผีสิง" สู่ "Modern House" หนุนมูลค่าการค้าไทยแตะ 27 ล้านล้านบาท
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กรกฎา-ปีมะเมีย” เกาะเทรนด์ “AI Megatrend”… ชู 2 ธีมเด่น “หุ้นเกาหลีใต้-Semiconductor” ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 1 day ago
Fund Move
“ก.คลัง”...เตรียมเปิดขาย “บอนด์ ออมพลัส” ล็อตแรก 4,000 ล้านบาท ก.ค. นี้
Updated 12 hours ago
Stock of the Day
โผล่อีกราย! MAJOR จี้ ก.ล.ต. ตรวจสอบ ปมผู้ยื่นแบบ 246-2 อ้างถือหุ้น 9.99% ชี้ข้อมูลไม่สอดคล้องข้อเท็จจริงบริษัท
Updated 12 hours ago
Stock of the Day
หุ้นหมู-ไก่คึกคัก รับราคาเนื้อสัตว์ฟื้น ฟากโบรกฯ ยังคงมุมมอง Bearish ชี้ราคาเฉลี่ยต่ำ-ต้นทุนสูงกดมาร์จิ้น
Updated 1 day ago
Follow Us