“ES-CHEQ” ร่วมเติบโตไปกับศก.จีน... ผ่าน “หุ้น A-Share” ไซส์ใหญ่ 50 ตัวแรก !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Greater China Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นจีน A-Share” ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี “FTSE China A50 Net Total Return Index”
หลังรัฐบาลจีนอัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชัดใหญ่ออกมาในเดือนก.ย. ที่ผ่านมา “หุ้นจีน” ก็พุ่งเป็นจรวดเลยทีเดียว ย้อนหลัง 1 เดือน (ณ วันที่ 11 ต.ค. 24) “A-Share” +22%, “H-Share” +27% และ “HSI” +24% นี่ขนาดปรับฐานลงมาหลังวันหยุดยาวของจีนแล้วนะ
ภาพตอนนี้ ตลาดก็ยังรอดูว่า รัฐบาลจีนจะมีมาตรการอะไรใหม่ๆ ออกมาเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะทางการส่งสัญญาณพร้อมดูแลเศรษฐกิจและตลาดการเงินชัดเจน ในช่วงที่ตลาดย่อก็เป็นโอกาสลงทุนได้ เพราะ “หุ้นจีน” ในภาพรวมก็ยังเป็นหนึ่งในตลาดที่ “ถูก” ตลาดหนึ่งของโลกอยู่นั่นเอง โดย “A-Share” มี Forward P/E 12.31 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 12.78 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 27 ก.ย. 24)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นจีน” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“ES-CHEQ” คว้าโอกาสเติบโตไปกับ 50 “หุ้นจีนไซส์ใหญ่” ตลาด “A-Share”
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “ES-CHEQ: กองทุนเปิดอีสท์สปริง China Equity Index” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.อีสท์สปริง’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2550 มีนโยบายลงทุน “หุ้นจีน A-Share” ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี “FTSE China A50 Net Total Return Index” บริหารจัดการโดย BlackRock Asset Management North Asia Limited
“โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนใน ‘หุ้นใหญ่’ 50 ตัว ที่เป็นองค์ประกอบของหุ้นขนาดใหญ่ใน ‘ตลาดเซี่ยงไฮ้’ และ ‘เซินเจิ้น’ เป็นสำคัญ”

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘‘ES-CHEQ’’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 24) นั้น พบว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย
-
Financials 63%
-
Consumer Staples 30%
-
Industrials 07%
-
Energy 55%
-
Consumer Discretionary 16%
“โดยหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5 อันดับแรกนั้น ได้แก่ KWEICHOW MOUTAI LTD A, CONTEMPORARY AMPEREX TECHNOLOGY LT, CHINA YANGTZE POWER LTD A, CHINA MERCHANTS BANK LTD A และ PING AN INSURANCE (GROUP) OF CHINA ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘ES-CHEQ’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ส.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ -3.24% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด -1.84% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 29.28% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 25.88% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -41.77%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1 บาท
สำหรับผู้ลงทุนที่อยากจะลงทุนในกองทุนดังกล่าวก็สามารถลงทุนเริ่มต้นได้โดยด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำทั้งใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ที่ 1 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนอยู่ที่ 1 บาท โดยยอดคงเหลือขั้นต่ำไม่มีกำหนดไว้แต่ประการใด โดยการขายคืนจะได้รับเงินค่าขายคืนภายใน 2 วัน ทำการนับจากวันที่ขาย (T+2)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดกองทุน อีสท์สปริง จำกัด แต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://www.eastspring.co.th และโมบายแอพพลิเคชั่น ttb touch
สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนที่มีศักยภาพในสินทรัพย์ที่ยังมีราคา “ถูก” เชื่อว่า “หุ้นจีน” จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตได้เป็นอย่างดี เพียงแต่อาจต้องมองภาระยะยาวเป็นสำคัญ รอให้ตลาดเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลกกลับมาได้อีกครั้ง ผ่านมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ ก็จะทำให้ “หุ้นจีน” กลับมาได้อย่างจริงจัง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
