“หุ้นอินเดีย” ของดี-ราคาเหมาะสม ประเทศที่ “ศก.โตโดดเด่น” ของโลก... ส่วนธีม “Cybersecurity” โอกาสเติบโตสูงตาม “ยุคดิจิทัล” !!!

Fun of Funds: “อินเดีย” เป็นหนึ่งในประเทศที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก “ภาษี Trump” น้อยสุดประเทศหนึ่งของโลก บวกกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายในประเทศเอง


ทำให้ท่ามกลางมรสุม Trade War” เช่นนี้ ทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจอินเดียยังจะโตในระดับสูงได้ 6.2% และ 6.3% ในปี25 และ 26 ตามลำดับ


ทาง “ธนาคารกลางอินเดีย” (RBI) คงประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 6.5% สำหรับปี25 – 26 ส่วนปีนี้ก็ลดดอกเบี้ยนโยบายลงแล้ว 3 ครั้ง จากระดับ 6.5% สู่ระดับ 5.5% ในปัจจุบัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระหนี้ครัวเรือน


“หุ้นอินเดีย” (Sensex) เองก็ตอบรับในเชิงบวก ปีนี้ +3.3% ราคาที่เคยแพง ปัจจุบันก็ย่อลงมาแล้วระดับหนึ่ง ปัจจุบันมี Forward 12M P/E ที่ 21.91% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีเล็กน้อยที่ 20.53 เท่า ในขณะที่คาดว่ากำไรบจ.ปีนี้ยังโตได้ +14.68%


จึงเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจลงทุนสำหรับเป้าหมายการลงทุนระยะยาว


ส่วนอีกธีมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือ “Cybersecurity” ที่มีศักยภาพเติบโตสูงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลนั่นเอง


ทำไมทั้ง “หุ้นอินเดีย-หุ้น Cybersecurityจึงเป็น 2 ธีมการลงทุนที่น่าสนใจ ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมมองจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมๆ กันได้เลย



“หุ้นอินเดีย” จังหวะดีของการลงทุน...ร่วมเติบโตกับประเทศที่โตโดดเด่น

โดย “วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย บอกว่า ประเทศอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตสูงของโลก ตลาดหุ้นก็ให้ผลตอบแทนที่ดีต่อเนื่อง เป็นตลาดที่น่าสนใจแต่นักลงทุนไทยยังมีการลงทุนไม่มาก ถ้าเทียบกับ “หุ้นจีน” เมื่อสงครามการค้าเริ่มผ่อนคลายลงมาบ้าง


โดยเฉพาะสหรัฐและจีนที่ยอมถอยกันคนละก้าว แต่นักลงทุนอย่างเราก็ยังคงไว้วางใจไม่ได้มากนัก จึงต้องมองหาทางเลือก และเบนเข็มทิศไปยังประเทศที่มีโอกาสมากกว่า ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาประเทศที่ยังไม่ค่อยถูกพูดถึงแต่ว่ามีความโดดเด่นจากหลายปัจจัยที่ซ่อนอยู่นั่นก็คือ “อินเดีย” หนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลก


(วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์)


3 ปัจจัยที่ทำให้ ตลาดหุ้นอินเดีย มีความน่าสนใจ ประกอบด้วย 1) การเติบโตทางเศรษฐกิจที่โดดเด่น 2) นโยบายจากภาครัฐที่สนับสนุน และ 3) การเจรจาการค้าที่มีความคืบหน้ามีสัญญาณเชิงบวก แนะนำให้นักลงทุน เพิ่มน้ำหนัก’ (Overweight) การลงทุนไปยังอินเดีย เพราะตลาดหุ้นอินเดียยังคงมีแนวโน้มที่ดีและน่าสนใจ”


ภาพรวมเศรษฐกิจตอนนี้ ทาง IMF ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอินเดียจะเติบโตที่ 6.2% ในปี 25 และ 6.3% ในปี 26 โดยจะยังคงเป็นผู้นำในระดับโลกและระดับภูมิภาค รวมถึงอนาคตจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอีกด้วย ในขณะที่เงินเฟ้อลดลงต่อเนื่องล่าสุดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพ.ค. อยู่ที่ 2.82% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายกลางของ RBI ที่ 4%


โดยนโยบายจากภาครัฐบาลที่ผ่านมาทางรัฐบาลอินเดียได้ออกนโยบาย เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจในระยะยาว โดยนโยบายดังกล่าวครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ การปฏิรูปพื้นที่เขตเมือง รวมถึงยังเสนอให้ยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ใช้ในภาคอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า และยกเว้นภาษีในสินค้าที่ใช้ในการสร้างเรือเป็นระยะเวลา 10 ปีอีกด้วย


“การเจรจาระหว่างประเทศ การพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดี และรองประธานาธิบดีสหรัฐ เจ.ดี. แวนซ์ ที่กรุงนิวเดลี เกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาด้านการค้าโลก ซึ่งการเจรจาดังกล่าว ครอบคลุมในประเด็นด้านการค้าของทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงยังเดินหน้าส่งเสริมด้านความร่วมมือในด้านพลังงาน กลาโหม และเทคโนโลยีขั้นสูง ล่าสุด อินเดีย–สหรัฐขยายเวลาเจรจาการค้าหวังบรรลุข้อตกลงภายใน 9 ก.ค. ก่อนเส้นตายมาถึงอีกด้วย จึงถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา”


Cybersecurity” โอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว...จากธีม “ความมั่นคงทางไซเบอร์”

ทางด้าน “มนชญา รัชตกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจัดการลงทุน บลจ.ดาโอ บอกว่า การเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบส่งผลให้ข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกจัดเก็บและแลกเปลี่ยนผ่านเครือข่ายออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารราชการ ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลการเงิน ภาพถ่าย หรือแม้แต่ระบบควบคุมอุปกรณ์ไอที ซึ่งการแชร์ข้อมูลสำคัญมีความละเอียดอ่อนเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้น ได้เปิดโอกาสให้ภัยคุกคามทางไซเบอร์ขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีความซับซ้อนมากขึ้น จากรายงาน Allianz Risk Barometer” ปี 2025 พบว่า ภัยคุกคามจากไซเบอร์ เป็นปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจอันดับหนึ่งของโลก แซงหน้าความเสี่ยงอื่นๆ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือความไม่มั่นคงทางการเมือง โดยเฉพาะการรั่วไหลของข้อมูล (Data Breach) และการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ (Ransomware Attack) กลายเป็นปัจจัยที่สร้างความเสียหายทั้งด้านชื่อเสียงและการเงินต่อองค์กรทุกขนาดทั่วโลก


(มนชญา รัชตกุล)


ขณะเดียวกันการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั่วโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง คาดว่า ภายในปี 25 การใช้จ่ายด้านไอทีจะสูงถึง 5.61 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้าน Cybersecurity’ โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ความปลอดภัยและบริการเครือข่ายจะขยายตัวกว่า 15% จากการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Cloud มาใช้ เรามองว่าการลงทุนใน ‘Cybersecurity’ คือกลยุทธ์สำคัญในการปกป้องและเสริมรากฐานความยั่งยืนของเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว และยังเป็นธีมการลงทุนที่มีศักยภาพเติบโตสูงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นอีกธีมการลงทุนที่น่าสนใจ”


สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนเพื่อเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและโตอย่างโดดเด่นอย่าง “อินเดีย” ตลอดจนโอกาสเติบโตไปพร้อมกับโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงในยุคดิจิทัล ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโตทั่วโลก และเป็นธีมการลงทุนที่มีศักยภาพในระยะยาว เชื่อว่าทั้ง “หุ้นอินเดีย” และ “Cybersecurity” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และสามารเติมเต็มพอร์ตได้เป็นอย่างดี

โต๊ะกองทุน Wealthy Thai

Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบ ปม "สุภาพร พิมพงษ์" หลังพบพิรุธส่อแวว “ข้อมูลไม่ตรงปก” ชี้หากข้อมูลเท็จ พร้อมเอาผิดตามกฎหมาย
Updated 1 day ago
Fun of Funds
ครึ่งแรกปี26 “ต่างชาติ” ซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 3 หมื่นลบ. ส่วนครึ่งหลังปีนี้มี “หุ้นกู้” ครบอายุกว่า 4.2 แสนลบ. ส่วนใหญ่ 90% เป็น “Investment Grade” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. นั่งไม่ติด! แจงปม “สุภาพร พิมพ์พงษ์” ชี้ถอนรายงานหลังพบเป็นธุรกรรมทิพย์ จ่อดำเนินคดีหากพบเจตนาส่งข้อมูลเท็จ
Updated 14 hours ago
Video
“ONE-SINGEQ” โอกาสลงทุน "หุ้นสิงคโปร์"...รับ “การปฏิรูปตลาดทุน” ครั้งใหญ่ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
KCE พ้นวัฏจักรขาลง Q3/69 จุดเริ่มต้นกำไรฟื้น ปรับราคาขาย-เพิ่ม HDI PCB หนุน โบรกฯ อัปเป้า 47 บ. แนะ “ซื้อเก็งกำไร”
Updated 1 day ago
Follow Us