“Top5” กองรีทปี64...โชว์อัตราเงินปันผลตอบแทนสูงโดนใจ 8.03 – 9.48% !!!

“กองรีท (REIT)” หรือ “กอง​ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” ถือเป็นสินทรัพย์ทางเลือกประเภทหนึ่งที่นักลงทุนเลือกไว้เป็นตัวช่วยในการบาลานซ์พอร์ตการลงทุน


ในแง่ของ “ความเสี่ยง” ย้อยกว่าหุ้น ในแง่ของ “ผลตอบแทน” ดีกว่าตราสารหนี้ ถือว่าอยู่กึ่งกลางพอดี แต่ถ้าจัดเข้าทำเนียบความเสี่ยงกองทุนจะเสี่ยงสูงในฐานะของสินทรัพย์ทางเลือกนั่นเอง


แต่ในช่วงสถานการณ์แพร่บาดของไวรัส COVID-19 กลับมาให้ความน่าสนใจและการให้น้ำหนักจากนักลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าวลดน้อยลง เพราะผลกระทบในสินทรัพย์อย่าง อาคารออฟฟิศ โรงแรม และคอมมูนิตี้มอลล์


ซึ่งในปัจจุบันสถานการณ์ก็เริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น ด้วยการเริ่มเปิดเมืองพร้อมกับการคลายล็อกมาตรการบางอย่างลง ให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตได้ดังเดิม


เพื่อเป็นการเตรียมให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูล “5 กองรีท” ที่มีอัตราตอบแทนโดดเด่นที่สุดในปี 64 มาแชร์กันในครั้งนี้



AIMCG” แชมป์อัตราเงินปันผลตอบแทนปี64 สูงสุด 9.48%

โดยเริ่มที่ กองที่มีอัตราผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดอย่าง “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม คอมเมอร์เชียล โกรท” หรือ “AIMCG ลงทุนในสินทรัพย์รูปแบบ Leasehold หรือ การถือครองผ่านการจ่ายค่าเซ้ง เพื่อให้ได้สิทธิการเช่าระยะยาวภายในระยะเวลาที่กำหนดนั่นเอง มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 9.48%


“สำหรับสินทรัพย์ที่กองคัดเลือกเข้ามาลงทุนในแบบสิทธิการเช่าและสิทธิการเช่าช่วง จะเป็นศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ทั้ง 3 โครงการ ได้แก่ โครงการยูดี ทาวน์ โครงการ 72 คอร์ทยาร์ด และโครงการพอร์โต้ ชิโน่ และลงทุนในกรรมสิทธิ์ในห้องชุดซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการพาณิชย์ในโครงการ โนเบิล โซโล”


ซึ่งแม้ว่ากอง AIMCG จะเข้าจดทะเบียนในตลาดทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ไม่นานหรือนับเป็นเวลา 2 ปีเศษๆ (วันที่จดทะเบียนกับตลท. 12 กรกฎาคม 2562) แต่ในแง่การปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนก็สามารถทำได้ดีไม่แพ้กองอื่น โดยมีการปันผลทั้งสิ้นถึง 7 ครั้งด้วยกันนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน


ต่อมา “กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพร์มออฟฟิศ” หรือ “POPF มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 9.21% เป็นกองที่ลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้างพร้อมซื้ออุปกรณ์และงานระบบที่เกี่ยวเนื่องของอาคารยูบีซี 2 ลงทุนในกรรมสิทธิ์อาคารและสิ่งปลูกสร้างพร้อมงานระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง


“และรับโอนสิทธิการเช่าที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์ และลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดิน อาคารสำนักงานจำนวน 4 อาคาร รวมพื้นที่จอดรถ และงานระบบภายในอาคารในโครงการบางนา ทาวเวอร์ ซึ่งตัวเลขอัตราผลตอบแทนอาจจะเป็นรองอยู่บ้าง แต่ในด้านการปันผลของกองสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอโดยมีการปันผลทั้งสิ้นถึง 20 ครั้งด้วยกันนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน”





ถัดมาเป็น “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทรัพย์ศรีไทย” หรือ “SSTRT มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 9.05%


“SSTRT ลงทุนในรูปแบบกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ (Freehold) ในสินทรัพย์ 2 โครงการคือ โครงการทรัพย์ศรีไทย สมาร์ท สโตเรจ และ โครงการทรัพย์ศรีไทย ประกอบไปด้วยคลังเอกสาร จำนวน 14 อาคาร พร้อมสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ รวมถึงส่วนควบงานระบบสาธารณูปโภค”


ซึ่งในส่วนของผลการดำเนินงานอย่างการจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน กอง SSTRT นับตั้งแต่วันที่กองได้จดทะเบียนกับตลท. ในวันที่ 26 ธันวาคม 2560 ได้มีการปันผลอย่างสม่ำเสมอทุกปีหรือรวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง


ต่อมาเป็น “กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท” หรือ “CPNCG ที่การลงทุนจะเป็นรูปแบบลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) ที่ดินพร้อมอาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัล เวิลด์ และสิทธิในการใช้บริการพื้นที่จอดรถจำนวน 1,271 คัน รวมทั้งการซื้อทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องบนสิทธิการเช่าดังกล่าว มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 8.22%


“โดยเป็นกองที่มีการปันผลอย่างสม่ำเสมอหรือเฉลี่ยปีละ 3 – 4 ครั้งนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนกับตลท.หรือในวันที่ 21 กันยายน 2555 หากนับจำนวนการปันผลทั้งหมดมีรวมกัน 35 ครั้ง”


สุดท้ายกองที่เราจะหยิบมานำเสนอมีชื่อว่า “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าเหมราชอินดัสเตรียล” หรือ “HPF มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 8.03%


“ซึ่งจะเป็นกองที่มีความแตกต่างจากกองก่อนหน้านี้ทั้งหมด เพราะด้วยการลงทุนจะมีทั้งกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ (Freehold) อย่างโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอชลบุรี 1 จำนวน 7 แห่ง, โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) จำนวน  23 แห่งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 จำนวน 17 แห่ง”   


และแบบสิทธิการเช่า (Leasehold) ประกอบไปด้วยโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอชลบุรี 1 จำนวน 12 แห่ง, โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) จำนวน 33 แห่ง, โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 1 จำนวน 2 แห่ง และโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ สระบุรี จำนวน 10 แห่ง


ฟากผลการดำเนินงานอย่างการปันผลที่เฉลี่ยปีละ 3-4 ครั้งเช่นเดียวกัน ซึ่งนับตั้งแต่จัดตั้งกองมาวันที่จดทะเบียนกับตลท. 23 มกราคม 2557 จนถึงปัจจุบันมีการปันผลรวมทั้งสิ้น 26 ครั้ง


การเริ่มทยอยเปิดเมืองและคลายมาตรการบางอย่างลง ก็ถือเป็นสัญญาณให้การบริโภคและการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนกลับมาเป็นดังเดิม ซึ่งก็เป็นโอกาสการลงทุนที่ดีอีกหนึ่งครั้งของผู้ลงทุนที่ชอบสินทรัพย์ทางเลือกที่มีการสร้างรายได้ให้อย่างสม่ำเสมอระหว่างที่ถือหน่วยลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Fund Move
“ก.คลัง”...เตรียมเปิดขาย “บอนด์ ออมพลัส” ล็อตแรก 4,000 ล้านบาท ก.ค. นี้
Updated 1 day ago
Stock of the Day
โผล่อีกราย! MAJOR จี้ ก.ล.ต. ตรวจสอบ ปมผู้ยื่นแบบ 246-2 อ้างถือหุ้น 9.99% ชี้ข้อมูลไม่สอดคล้องข้อเท็จจริงบริษัท
Updated 1 day ago
Fund Move
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อจัดทำกฎกระทรวง เพิ่มการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และมีข้อมูลวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุ สำหรับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ลาก่อน 1,600! SET ปิดเช้าดิ่ง 20 จุด รับแรงกดดันกลุ่มเทคฯ ตามภูมิภาค โบรกฯ คาดดัชนีบ่ายมีแนวโน้มซึมลง
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. แจงปมหุ้น TRUE ยืนยันยื่นแบบ 246-2 แล้ว ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น สั่งลุยเช็กความถูกต้องเชิงลึก
Updated 1 day ago
Follow Us