“แบรนด์เด่น-แบรนด์ดัง” ดีมานด์แกร่งไม่หวั่น ‘เงินเฟ้อ-ศก.ถดถอย’... แนะ ‘ไม่ต้องรีบ’ รอดูผลกระทบใหญ่ให้เคลียร์ก่อน !!!
Fun of Funds: “แบรนด์เด่น แบรนด์ดัง” เป็นหนึ่งในเทรนด์การลงทุนในช่วงที่ตัวเลข “เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น” มักจะมีหลายคนหันไปมองสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคต่างๆ เพื่อแสวงหาการสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมหรือหนีจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น
แต่ที่น่าสนใจภายใต้สินค้าเกี่ยวกับการอุปโภคบริโภคยังมี “สินค้าแบรนด์เนม” หรือพูดง่ายๆ ก็สินค้าแบรนด์เนม ที่มีกลุ่มลูกค้าที่เฉพาะเจาะจง
ซึ่งนักลงทุนเองก็ยังน้อยคนนักที่ไม่ได้คุ้นชินหรือแม้แต่ที่ผ่านหูผ่านตามา จึงทำให้ไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างและวงสนทนามากนัก
ปัจจุบันมี “กองทุนสินค้าแบรนด์เนม” อยู่ 6 กอง ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันติดลบตั้งแต่ -12.62% ถึง -24.00%
เพื่อเป็นตัวช่วยให้แก่นักลงทุนและผู้ที่สนใจในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็ได้นำมุมมองการลงทุนใน “กองทุนรวมสินค้าแบรนด์เนม” มาแชร์กันในครั้งนี้
“แบรนด์เด่น-แบรนด์ดัง”...กลุ่มธุรกิจต่อสู้เงินเฟ้อ
“เงินเฟ้อสูง” เอย... “เศรษฐกิจชะลอตัว” เอย... “ดอกเบี้ยขึ้น” เอย... “สงคราม” เอย...
ดูเหมือนจะไม่ค่อยกระทบกับกลุ่มคนที่มีฐานะเท่าไรนัก เหมือนตัวเลขการขายรถยนต์ในงานมหกรรมยานยนต์ที่เพิ่งผ่านมาก็ยังเติบโตสวนกระแสไปหน้าตาเฉย รถแพง-รถแรง ยังถูกจับจองกันเป็นว่าเล่น นี่เป็นภาพสะท้อนหนึ่งถึง “กำลังซื้อที่แข็งแกร่ง” ของลูกค้ากลุ่มนี้
ราคาเท่าไร ก็ซื้อได้ ถ้าพอใจ...และในบางครั้งก็เป็นเรื่องของ “รสนิยม” ด้วยเช่นกัน นี่ทำให้กลุ่ม “ธุรกิจแบรนด์เนม” เป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่ได้รับการแนะนำให้กับนักลงทุนในช่วงเงินเฟ้อสูงเช่นนี้

อีกนัยหนึ่ง “สินค้าแบรนด์ดัง” ที่มีแบรนด์แข็งแกร่ง...อีกกลุ่มธุรกิจหนึ่งก็เป็น “สินค้าจำเป็น” ที่คนทั่วโลกใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น อย่างไมโครซอฟท์ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งในมิตินี้ ด้วยความเป็นสินค้าจำเป็นมีคนใช้ทั่วโลก กำลังซื้อมีรองรับในทุกภาวะเศรษฐกิจเพราะยังไงก็ต้องใช้...ของมันจำเป็น
“เป็นเป้าหมายของการลงทุนใน “กองทุนแบรนด์เนม” ในปัจจุบัน ขึ้นกับนโยบายของแต่ละกองทุนเป็นสำคัญ และไม่น่าแปลกใจว่า...ทำไมจึงเป็นธีมการลงทุนที่ได้รับการแนะนำในทุกภาวะตลาด ไม่จำกัดเฉพาะเงินเฟ้อ สามารถโตได้ในระยะยาว พื้นฐานดี แต่ในระยะสั้นก็ได้รับผลกระทบจากราคาตลาดที่ปรับลงทั่วโลกเช่นกัน”
“เงินเฟ้อ” ไม่กระทบ “กลุ่มธุรกิจแบรนด์เนม”...มอง “การเปิดปท.” ปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มนี้
โดย “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เป็นผู้ให้มุมมองเกี่ยวกับ “ธุรกิจแบรนด์เนม” ว่า ความต้องการสินค้าอาจจะดูไม่สูงนักด้วยกลุ่มลูกค้าที่จับเฉพาะกลุ่มหรือกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ค่อนข้างสูง
จึงทำให้การดำเนินธุรกิจหรือการสร้างผลกำไร สามารถบริหารจัดการได้ดีด้วยการจัดการต้นทุนที่บริษัทมีขีดความสามารถในการผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคสะท้อนได้จากการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าในแต่ละปี ซึ่งใน “ภาวะเงินเฟ้อ” จึงไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบมากนัก
.jpg)
(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)
“ขณะเดียว ‘การเปิดเมืองเปิดประเทศ’ ก็จะเป็นตัวเร่งให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งจะสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อหลักอย่าง ‘จีน’ ถ้าหากเปิดให้เดินทางระหว่างประเทศได้ ก็จะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนให้ความต้องการซื้อของกลุ่มสินค้าลัคชัวรี่แบรนด์กลับมาได้”
“ไม่ต้องรีบลงทุน”...แนะจับตาตัวเลขศก.-การเงินโลกใกล้ชิด-ส่งผลกระทบเชิงลบมากน้อยแค่ไหน
แต่อย่างไรก็ดีราคาหลักทรัพย์ (หุ้น) อาจได้รับ “ผลกระทบในเชิงลบ” จากเซนทิเมนของตลาดโดยรวมที่ต้องเผชิญกับนโยบายการอัตราดอกเบี้ยที่เข้มงวดขึ้นด้วยการปรับนโยบายอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และการถดถอยของภาวะเศรษฐกิจต่อจากนี้ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ต่อจากนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
“ภาพการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงหรือหุ้นในปัจจุบันถูกกดดันด้วยปัจจัยการนโยบายอัตราดอกเบี้ยที่จะเร็วและแรงแค่ไหน และภาพของเศรษฐกิจที่จะถดถอยมากน้อยแค่ไหน ซึ่งนักลงทุนต้องคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะด้านเงินเฟ้อ ราคาสินค้าบริโภค ตัวเลขการจ้างงานตึงตัวแค่ไหนอย่างน้อย 1-3 เดือน” สาห์รัช กล่าวเพิ่มเติม
สำหรับการลงทุนในกลุ่ม “ธุรกิจสินค้าแบรนด์เนม” นักลงทุนที่สนใจก็อาจจะต้องรอดูสถานการณ์เกี่ยวกับตัวเลขการเงินในช่วง1-2 เดือนข้างหน้าจะเริ่มส่งสัญญาณปรับตัวลดลงได้มากน้อยเพียงใด สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนจะเบาแค่ไหน จึงไม่ต้องรีบร้อนในการลงทุนมากนัก
“กลุ่มธุรกิจแบรนด์เนมอาจจะเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ แต่ด้วยเซนทิเมนตลาดโดยรวมที่ยังไม่เป็นใจและกดดันตลาด ก็อาจจะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนักในการเข้าลงทุน”
