“LTF” ไม่ใช่ยาวิเศษ ระวัง “เกาไม่ถูกที่คัน”...“หุ้นไทย” ไร้เสน่ห์ มีปัญหาเชิงโครงสร้าง นักลงทุน “ไม่มั่นใจ” นี่แหละปัญหา !!!

“หุ้นไทย” ไร้เสน่ห์ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง นักลงทุน “ไม่เชื่อมั่น”...เตือน “LTF” ไม่ใช่ยาวิเศษ ระวังเกาไม่ถูกที่คัน

            ทุกครั้ง ที่ “หุ้นไทย” ดิ่งแรง จะเห็นรัฐกับการพยายามคืนชีพ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) เกือบทุกครั้งไป ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

            หลัง “หุ้นไทย” เดือนแรกร่วงไปกว่า -6.11% เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทน “แย่สุด” ของปีนี้ไปเรียบร้อย

            ซึ่งแรงขายกองทุน LTF ในเดือนม.ค.กว่า -1.9 หมื่นล้านบาท เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ปัจจัยหลักที่กดดดันตลาดหุ้นไทยจริงๆ คือ “แรงขายต่างชาติ” มากกว่า และ “ขาดแรงซื้อ” เพราะนักลงทุนไม่เชื่อมั่นเป็นสำคัญ

……

คาดเงิน LTF 1.88 แสนล้านบาท แรงขายไม่น่าห่วง...เหตุนักลงทุนเป็นกลุ่มที่ “รอได้” ไม่จำเป็นต้องรีบขายแต่ประการใด

            ในส่วนของกองทุน LTF ที่เหลืออีกกว่า 1.88 แสนล้านบาทในระบบนั้น ตลาดส่วนใหญ่เชื่อว่าแรงขายจะเสถียรและไม่น่ากังวล เพราะที่ขายไปก็น่าจะขายตัดขาดทุนกันไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว

            นักลงทุนที่เหลืออยู่ น่าจะเป็นกลุ่มบนสมมติฐานนี้มากกว่า...

- เป็นนักลงทุนระยะยาว และอยู่ในกลุ่ม “ฐานภาษีสูง” 15 – 35% เป็นหลัก

- ผลตอบแทนที่ได้อาจจะไม่ได้ขาดทุนมากหรือเสมอตัว (หากรวมกับประโยชน์ทางภาษีที่ได้กันไป)

- เป็นกลุ่มนักลงทุนที่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน กองทุน LTF ไม่ไปไหนจากนี้เขาก็ไม่เดือดร้อน เรียกว่า “รอได้”

นั่นเป็นสมตติฐานของตลาดที่ทำให้เชื่อว่า...“แรงขาย” กองทุน LTF จากนี้ จะไม่มากและไม่น่ากระทบตลาดหุ้นอย่างที่หลายฝ่ายกำลังวิตกกังวลกันนั่นเอง

ถ้ามาดูตัวเลขสินทรัพย์สุทธิของกองทุน LTF ที่ 1.88 แสนล้านบาท นั้น ก็คิดเป็นสัดส่วนเพียง 11% ของ “กองทุนหุ้น” ทั้งระบบที่มีอยู่ 1.75 ล้านล้านบาท ก็ถือว่าไม่มาก

และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาหลังสิ้นสุดกองทุน LTF ไป ก็จะมีเงินไหลออกสุทธิเฉลี่ย -2.4 หมื่นล้านบาท ต่อปี !!!

ซึ่งไม่ได้มากมายอะไร หากไปเทียบกับมูลค่าซื้อขายในตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน

 

LTF” ถ้าจะมีเงื่อนไขต้องดี “ลดหย่อน 5 แสนบาท-ถือครอง 5 ปี”...และอาจเพียงแค่ “ประคองตลาด” เท่านั้น

          ล่าสุด “พิชัย ชุณหวชิร” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่า ก.คลังเตรียมพิจารณาปรับปรุงกองทุน LTF มีแนวคิดจะถ่ายโอนเม็ดเงิน LTF ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 180,000 ล้านบาท มาอยู่ใน “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) แทน ดังนั้น ขอให้นักลงทุนชะลอดูนโยบายก่อนที่จะตัดสินใจขายกองทุน LTF ซึ่งความคืบหน้าของการปรับปรุงกองทุน LTF กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาจะให้ประโยชน์ต่อเนื่อง ระยะเวลา 5 ปี หรือมากกว่านั้น ซึ่งจะพิจารณาโดยเร็ว

            ก.คลัง เหมือนคิดไป ทำไป นึกอะไรไม่ออก ก็ “LTF” คิดว่านี่คือ ยาวิเศษจะแก้ไขได้ทุกอย่าง จนละเลยว่า “หุ้นไทย” มีปัญหาเชิงโครงสร้าง เป็น Old Economy ไม่มีเสน่ห์ ขาดธรรมาภิบาล จนนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ต่างชาติถล่มขาย และทางเลือกอื่นที่น่าสนใจกว่ายังมี หากมองโดยเปรียบเทียบจริงๆ เขาจึงไม่จำเป็นต้องมาลงทุนในหุ้นไทย

 

LTF” สนับสนุนการลงทุน “หุ้นไทย”...เกณฑ์กำหนดลงทุน “หุ้นไทย” ไม่ต่ำกว่า 65% ก็ถูกต้อง

            ส่วนกองทุน LTF เน้นลงทุนในหุ้นไทยไม่ต่ำกว่า 65% ของ NAV เพื่อสนับสนุนการลงทุนระยะยาวในหุ้นไทย ก็เลี่ยงไม่ได้ที่โครงสร้างต้องเป็นเช่นนี้ ในยุคหนึ่งบางกองมีการนำอนุพันธ์มาใช้จนเงินลงทุนสุทธิในหุ้นไทยใกล้เคียงศูนย์ ก็เจอก.ล.ต.สั่งเบรก เพราะไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของกองทุน LTF นั่นเอง

“แล้วก.คลัง จะไปปรับเกณฑ์ไม่ให้ลงทุนในหุ้น 65% ของ NAV ยังไงก็คุยกันให้เรียบร้อยก่อนก็ดี ไม่ใช่คิดไปเรื่อย พูดไปเรื่อย นอกจากไม่ช่วยอะไร จะทำให้ผู้เกี่ยวข้องสับสนในตรรกะไปด้วยป่าวๆ”

 

“ThaiESG” ลงทุนสินทรัพย์ยั่งยืนไทย “หุ้น” เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และ Universe ของหุ้นก็ต่างกับ “LTF”

จะโยกไปกองทุน ThaiESG” ซึ่งเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่ส่งเสริมความยั่งยืนในไทย จะหุ้นหรือตราสารหนี้ก็ได้ หน้า Universe ของสินทรัพย์ที่ลงทุนก็ไม่เหมือนกัน จึงไม่ต้องแปลกใจในช่วงหุ้นไทยแย่ เงินเข้ากองทุน ThaiESG จึงไปอยู่ในตราสารหนี้กันเป็นส่วนใหญ่

“แล้วโยกเงินกองทุน LTF ไปกองทุน ThaiESG มันจะเข้าไปหุ้นเต็มๆ ทั้ง 100% ได้เหมือนที่กองทุน LTF เคยทำได้ยังไง”

 

LTF” ถ้าจะมีเงื่อนไขต้อง “ไม่ด้อยกว่าเดิม” 1) ลดหย่อน 5 แสนบาท 2) ลงทุน 5 ปี...และอาจเพียงแค่ “ประคองตลาด” โยกเงินกระเป๋าซ้าย-ย้ายมากกระเป๋าขวาเท่านั้น

ที่สำคัญ แม้จะมีกองทุน LTF ใหม่ ก็ควรให้เงื่อนไขที่ดีเหมือนเดิม ไม่ด้อยกว่าเดิม คือ 1) ลดหย่อนได้ 5 แสนบาท 2) ลงทุน 5 ปี

แต่อาจจะแค่ “ประคองตลาด” ได้เท่านั้น เหมือนเอาเงินกระเป๋าซ้าย ย้ายไปกระเป๋าขวา เอาเงินกองทุน LTF เดิม ย้ายไปอยู่กองทุน LTF ใหม่ ที่เงื่อนไขดีเสมอเหมือนเดิม ยังอาจจะทำได้แค่ “ประคองตลาด” เท่านั้นเอง

การศึกษาล่าสุดเรื่อง “กองทุนที่จะมาแทนกองทุน LTF” นั้น ก.คลังมีอยู่ในมือแล้ว คงไม่ต้องไปศึกษาอะไรเพิ่มเติมมาก เพียงแต่เลือกที่จะไม่เอา แล้วเลือกมาใช้เป็นกองทุน ThaiESG แทนในปัจจุบันนั่นเอง เกรงว่า สุดท้ายแล้ว “LTF” จะไม่ได้แก้ตรงต้นเหตุ และเกาไม่ถูกที่คันไปเสียเปล่าๆ

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา 9 หุ้นแกร่ง งบไตรมาส 2/69 ปัง โบรกฯ มอง Valuation ไม่แพง แนวโน้มครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง
Updated 1 day ago
Fun of Funds
ชู “Smart Grid” ธีมลงทุนแห่งอนาคต “หัวใจ” ขับเคลื่อนโลกเทคโนโลยี... ส่วน “หุ้นสิงคโปร์” เสริมพอร์ตแกร่งรับ “ปฏิรูปตลาดทุน” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
MGC พุ่งแรง 20% ลุ้น Q2/69 นิวไฮกำไรโต 509% XPENG-ZEEKR ดันผลงานแกร่ง โบรกฯ ชูปันผลสูง 7% ให้เป้า 20.20 บาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
บิ๊กดีล! AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์ข้ามเจ้าพระยา อัดงบหมื่นล้านปั้นเอเชียทีคสู่ระดับโลก เล็งตั้งกองทุน Lifestyle Fund ดึงพันธมิตรร่วมทุน
Updated 1 day ago
News Highlight
แจ้งเตือนผู้ถือหุ้นกู้ MJD ทั้ง 7 รุ่น ใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
Updated 1 day ago
Follow Us