3 หุ้นโรงพยาบาลตัวท็อป ทางเลือกลงทุนที่ “ทนทาน” ทุกภาวะเศรษฐกิจ
หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลโดดเด่นในช่วง High Season โดยเฉพาะฤดูมรสุมที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ถือเป็นหุ้น Defensive ที่มีผลประกอบการดีแม้เศรษฐกิจผันผวน วันนี้ Wealthy Thai จะพาไปอัปเดท 3 หุ้นโรงพยาบาลใหญ่ในไทยกันครับ
1.BDMS : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
เครือข่าย BDMS ประกอบด้วย 6 กลุ่มโรงพยาบาลหลัก ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล กรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล กลุ่มโรงพยาบาลรอยัล และอีกหนึ่งคลินิก BDMS Wellness Clinic โดย BDMS นับเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและอยู่ใน 5 อันดับแรกของโลกด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด และมีโรงพยาบาล 51 แห่งทั่วประเทศไทยและอีก 2 แห่งในประเทศกัมพูชา
รายได้ปี 2566 : 102,327.27 ล้านบาท
กำไรสุทธิปี 2566 : 14,375.27 ล้านบาท
บล.กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 37.00 บาท
2.BH : บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ภายใต้ชื่อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล ในกรุงเทพมหานคร โดยมีการให้บริการทางการแพทย์ครบวงจรทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน รวมทั้งศูนย์บริการผู้ป่วยต่างชาติ และลงทุนในธุรกิจการแพทย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ
รายได้ปี 2566 : 25,687.87 ล้านบาท
กำไรสุทธิปี 2566 : 70,006.45 ล้านบาท
บล.บัวหลวง แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 310 บาท
3.BCH : บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)
มีโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด 15 แห่ง และโพลีคลินิก 2 แห่ง ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดและในสปป.ลาว เพื่อให้บริการทางการแพทย์ในระดับปฐมภูมิ-ตติยภูมิ ภายใต้ 4 กลุ่มโรงพยาบาล คือ 1.กลุ่มโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล, 2.กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, 3.กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ และ 4.กลุ่มโรงพยาบาลการุญเวช เพื่อให้บริการครอบคลุมผู้ป่วยทุกกลุ่มตั้งแต่ผู้ป่วยทั่วไป ชาวต่างชาติ และผู้ป่วยในโครงการประกันสังคม
รายได้ปี 2566 : 11,848.13 ล้านบาท
กำไรสุทธิปี 2566 : 1,406.36 ล้านบาท
บล.ธนชาต แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 24.50 บาท
ล่าสุดโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะได้ประกาศถอนตัวจากการเป็นโรงพยาบาลคู่สัญญากับสำนักงานประกันสังคม ส่งผลให้ผู้ประกันตนราว 100,000 คน ต้องหาที่รักษาใหม่ภายในกลางปี 2568 ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองว่า BCH และ BDMS มีโอกาสสูงที่จะได้รับผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในปี 2567 ที่ BCH ตั้งเป้าจะมีจำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 40,000 คน ซึ่งในไตรมาส 1/67 มีผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นแล้ว 4,547 คน คิดเป็น 11% ของประมาณการ
ทำไมหุ้นโรงพยาบาลถึงน่าลงทุน?
รายได้สม่ำเสมอ : โรงพยาบาลมีรายได้ระยะยาวจากการใช้บริการที่ต่อเนื่อง
หุ้น Defensive : มักได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน เพราะลูกค้ายังมีความต้องการใช้บริการ
ฐานะการเงินแข็งแกร่ง : กระแสเงินสดที่มั่นคงและคืนทุนได้รวดเร็ว
จากข้อมูลที่กล่างมาข้างต้น การลงทุนในหุ้นโรงพยาบาลจึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการหุ้นที่มีความทนทานในทุกสภาวะเศรษฐกิจ

