ส่องอนาคต 5 หุ้นเทคยักษ์ เมื่อ AI เข้าสู่รอบการเติบโตใหม่
กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง ล่าสุดสถาบันการเงินระดับโลกหลายแห่งได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายและมุมมองเชิงบวกต่อบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยี AI — ตั้งแต่ NVIDIA, AMD, ASML, Salesforce ไปจนถึง Samsung สะท้อน “รอบเติบโตใหม่ของ AI”
NVIDIA ถูกอัปเกรดโดย HSBC เป็น “ซื้อ” จากความต้องการชิป AI ที่ขยายตัวเกินกลุ่ม Hyperscaler
ธนาคาร HSBC ปรับคำแนะนำหุ้น NVIDIA (NVDA) จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” และเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 200 ดอลลาร์ เป็น 320 ดอลลาร์ โดยเชื่อว่ารายได้จากธุรกิจศูนย์ข้อมูลจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีงบประมาณ 2027 จากความต้องการชิป GPU สำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
HSBC คาดว่ารายได้ศูนย์ข้อมูลของ NVIDIA จะพุ่งแตะ 351 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 36% จากประมาณการตลาด ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) จะอยู่ที่ 8.75 ดอลลาร์ และในกรณีดีที่สุด รายได้อาจแตะ 390 พันล้านดอลลาร์ พร้อม EPS ที่ 9.68 ดอลลาร์
นอกจากนี้ สถาบันยังมองว่า ดีลใหญ่กับ OpenAI (โครงการ Stargate) อาจสร้างรายได้จาก GPU สูงสุดถึง 400 พันล้านดอลลาร์ และหากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีนผ่อนคลาย อุปสงค์จากจีนก็อาจกลับมาเป็นแรงหนุนสำคัญอีกครั้ง
AMD ถูกอัปเกรดโดย Wolfe Research เป็น “Outperform” หลังได้ดีลระยะยาวกับ OpenAI
Wolfe Research ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น AMD (AMD) จากระดับทั่วไปขึ้นเป็น “Outperform” และตั้งราคาเป้าหมายใหม่ที่ 300 ดอลลาร์ โดยมองว่าบริษัทจะมีกำไรต่อหุ้นเกิน 10 ดอลลาร์ภายในปี 2027 จากความต้องการชิปเซิร์ฟเวอร์และ GPU สำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
นักวิเคราะห์คาดว่า รายได้จากธุรกิจ AI จะแตะ 27 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 โดยเฉพาะดีลระยะยาวกับ OpenAI ที่อาจสร้างรายได้ต่อเนื่องราว 15 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะเดียวกัน รายได้จากชิป CPU เซิร์ฟเวอร์ คาดจะเพิ่มจาก 9.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 เป็น 11.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026
นอกจากนี้ ชิป MI450 GPU รุ่นใหม่ ที่จะเริ่มผลิตปลายปี 2026 คาดว่าจะสร้างรายได้กว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว สะท้อนศักยภาพการเติบโตของ AMD ในตลาด AI ที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
ASML ถูกยืนยันคำแนะนำ “ซื้อ” โดย UBS จากความต้องการเครื่องผลิตชิป EUV ที่พุ่งแรง
UBS คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับหุ้น ASML (ASML.AS) และตั้งราคาเป้าหมายที่ 1,000 ยูโร พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026–2027 ขึ้นอีก 6–10% หลังมองว่าการลงทุนด้าน AI semiconductor จะเป็นแรงหนุนสำคัญในระยะยาว
สถาบันคาดว่า กำไรของ ASML จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 16% ในช่วงปี 2025–2030 จากความต้องการเทคโนโลยี EUV รุ่น High-NA ที่ใช้ผลิตชิปขั้นสูงทั่วโลก ขณะเดียวกัน รายได้จากลูกค้านอกจีนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 18% ในปี 2026 สะท้อนการฟื้นตัวของดีมานด์จากกลุ่มผู้ผลิตชิปรายใหญ่ เช่น TSMC และผู้ผลิตหน่วยความจำ ทั้งนี้มองว่า ASML คือ “หัวใจของอุตสาหกรรมชิป” และจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการขยายกำลังผลิตเพื่อรองรับคลื่นการเติบโตของ AI ทั่วโลก
Salesforce ถูกคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดย Goldman Sachs จากการผสาน AI เข้ากับแพลตฟอร์มธุรกิจ
Goldman Sachs ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับหุ้น Salesforce (CRM) พร้อมตั้งราคาเป้าหมายไว้ที่ 385 ดอลลาร์ โดยมองว่าการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ฝังอยู่ในแพลตฟอร์มของบริษัท จะเป็นแรงขับสำคัญที่ช่วยให้ Salesforce รักษาอัตราการเติบโตระดับ สองหลักได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030
Goldman Sachs ประเมินว่า Salesforce จะมีรายได้ทะลุ 60 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 หรือเติบโตเฉลี่ยราว 10% ต่อปี ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงานจะอยู่ที่ประมาณ 40% สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างกำไรที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ รายได้จากบริการ AI ARR ในไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นถึง 400% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะระดับ 440 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าธุรกิจ AI ของบริษัทกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ในระยะยาว Goldman Sachs คาดว่า Free Cash Flow ต่อหุ้นของ Salesforce จะอยู่ที่ 26–28 ดอลลาร์ภายในปี 2030 และหากบริษัทสามารถขยายรายได้เกินเป้าหมาย 60 พันล้านดอลลาร์ได้จริง ราคาหุ้นอาจพุ่งไปถึง 700–800 ดอลลาร์ต่อหุ้นในกรณีดีที่สุด
Samsung ถูกยกให้เป็นหุ้นเด่นอันดับ 1 โดย KB Securities จากภาวะขาดแคลนหน่วยความจำสำหรับ AI
KB Securities ปรับราคาเป้าหมายของ Samsung Electronics (005930) ขึ้น 18% เป็น 130,000 วอน และยกให้เป็น หุ้นเด่นอันดับ 1 ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ โดยมองว่าบริษัทจะได้อานิสงส์จากความต้องการหน่วยความจำ HBM และ DRAM สำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานของ Samsung จะเพิ่มขึ้นถึง 64 ล้านล้านวอนในปี 2026 (+20%) ขณะที่รายได้จาก HBM จะ พุ่งขึ้นกว่า 3 เท่า ท่ามกลางการลงทุนในศูนย์ข้อมูล AI ทั่วโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5 เท่า ภายในปี 2030 นอกจากนี้ ยังมองว่า อุปทานหน่วยความจำจะยังคงตึงตัวและมีราคาสูงต่อเนื่อง ในช่วงที่บริษัทเปิดสายการผลิตใหม่ (P5 และ Yongin) หลังปี 2028

