Official Update :

MALEE ปรับทัพครั้งใหญ่ สู่ “Global Wellbeing” ตั้งเป้าปี 69-71 รายได้เติบโต 10-15% ต่อปี โฟกัส Own Brand-ขยายตลาดต่างประเทศ

บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ผู้นำตลาดน้ำผลไม้พรีเมียมมายาวนานกว่า 47 ปี ได้ประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญ ‘Beyond Fruit to Global Wellbeing’ พร้อมเดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่สู่การเป็น ‘Global Wellbeing Company’ ภายในปี 2571 โดยมุ่งส่งมอบสุขภาวะที่ดีทั้งด้านสุขภาพและความสุขให้กับผู้บริโภคทั่วโลก


คุณเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า Wellbeing คือหัวใจสำคัญขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งในเชิงพัฒนานวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ และการทำตลาด โดย Roadmap ปี 2568 บริษัทได้ปรับทัพธุรกิจจัดพอร์ตโฟลิโอสินค้าใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรและด้านกำไร


โดยบริษัทวางเป้าหมายรายได้ปี 2569 – 2571 มีอัตราเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ประมาณ 10-15% ต่อปี โดยปัจจัยสนับสนุนจะมาจากสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัท (Own Brand) ซึ่งตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก 35% เป็น 55% ของพอร์ตทั้งหมด ในขณะเดียวกันยังคงรักษาธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) ไว้อย่างแข็งแกร่ง


ทั้งนี้ แผนการเติบโตของบริษัทจะถูกขับเคลื่อนภายใต้ 5 กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและรอบด้าน ดังนี้ 1. เร่งการเติบโตของ Own Brand ซึ่งบริษัทได้ปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ตั้งแต่กลุ่มผลิตภัณฑ์ Enjoyable ไปจนถึง Functional Benefit


นอกจากนี้ บริษัทวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปีละ 2-3 รายการ โดยในปี 2569 จะก้าวเข้าสู่หมวดสินค้าใหม่ที่ยังไม่เคยลงแข่งขันมาก่อน พร้อมทั้งปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัยยิ่งขึ้นด้วยการใช้พรีเซนเตอร์ระดับภูมิภาค เช่น คุณจาง หลิงเฮ่อ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์เอเชียแปซิฟิกของมาลี โคโค่


2. การยกระดับธุรกิจรับจ้างผลิต ให้เป็นผู้ให้บริการครบวงจรที่สามารถรองรับการผลิตเครื่องดื่มหลากหลายประเภท โดยมุ่งเน้นเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจด้วยมาตรฐานระดับสากลและโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ บริษัทมีกำลังการผลิตรวม 749 ล้านลิตร แต่ปัจจุบันใช้ไปเพียง 60% เท่านั้น จึงยังมีพื้นที่รองรับการเติบโตในอนาคตอีกมาก


3. การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต


4. ก้าวหน้าด้วย Malee Applied Science (MAS) ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาส่วนผสมใหม่ๆ ด้วยเทคโนโลยีทางการเกษตร เทคโนโลยีอาหาร นาโนเทคโนโลยี และเทคโนโลยีชีวภาพ ทำให้สามารถแข่งขันในตลาดเทรนด์สุขภาพได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสร้างรายได้ใหม่จากการขายส่วนผสมให้กับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและอาหารเสริม รวมถึงการนำวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตมาสร้างมูลค่าเพิ่มอีกด้วย


5. สร้างรากฐานวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง ภายใต้แนวคิด "หนึ่งบริษัท หนึ่งทีม หนึ่งเป้าหมาย" โดยเน้นการทำงานเป็นทีมเพื่อชัยชนะ การมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ และภาวะผู้นำที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน


สำหรับการขยายตลาดต่างประเทศบริษัทมีการกระจายสินค้าไปกว่า 30 ประเทศทั่วโลก แต่จะมุ่งเน้น 4 ตลาดหลัก ได้แก่ จีนและเกาหลีใต้ที่เน้นผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในจีนที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ตะวันออกกลางที่มุ่งเน้นน้ำผลไม้พรีเมียมและขยายไปยังซาอุดีอาระเบีย นอกเหนือจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวต รวมถึงอินโดนีเซียที่จะเน้นผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้พรีเมียม อีกทั้งบริษัทจะเพิ่มงบประมาณด้านการตลาดในต่างประเทศเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขยายตัวได้มากขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ราว 40% ของรายได้รวมทั้งหมด


ในส่วนของช่องทางจำหน่าย นอกจากช่องทางหลักอย่างซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อแล้ว บริษัทยังเร่งพัฒนาช่องทางฟู้ดเซอร์วิส เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่จากผลิตภัณฑ์มาลีผ่านร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเชน รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่กำลังเร่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


คุณเรืองรัตน์ ว่องสุวรรณเลิศ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานการตลาด กล่าวว่า บริษัทมีผลงานที่น่าภาคภูมิใจในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาลี โคโค่ ที่ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในตลาดน้ำมะพร้าวในเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี นอกจากนี้บริษัทยังคงรักษาอันดับหนึ่งในตลาดน้ำผลไม้พรีเมียมด้วยส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 30% ทั้งนี้ มูลค่าตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มในไทยอยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดน้ำผลไม้พรีเมียมอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท


ขณะที่ภาพรวมผลประกอบการปี 2568 คุณเอกรินทร์ คาดการณ์ว่าอาจย่อตัวจากปีก่อนที่มีรายได้ 8,496.22 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากกลุ่มลูกค้า CMG มีการชะลอตัว ประกอบกับในช่วงกลางปีได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงการปิดด่านของเมียนมา โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้บริษัททำรายได้ไปแล้ว 3,834.53 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ของมาลีมักได้รับความนิยมในช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวนิยมซื้อเป็นของฝาก ดังนั้นหากปลายปีนี้การท่องเที่ยวคึกคัก คาดว่าจะช่วยหนุนยอดขายของบริษัทได้เช่นกัน ส่วนปัญหาการส่งออกไปยังกัมพูชาบริษัทมองว่าเป็นเรื่องชั่วคราว และมีแผนรองรับเนื่องจากมีพอร์ตการขายที่หลากหลายอีก 29 ประเทศ รวมถึงหากปัญหาคลี่คลายก็พร้อมเดินหน้าต่อทันที
Most Viewed
Fund Move
“ก.คลัง”...เตรียมเปิดขาย “บอนด์ ออมพลัส” ล็อตแรก 4,000 ล้านบาท ก.ค. นี้
Updated 1 day ago
Stock of the Day
โผล่อีกราย! MAJOR จี้ ก.ล.ต. ตรวจสอบ ปมผู้ยื่นแบบ 246-2 อ้างถือหุ้น 9.99% ชี้ข้อมูลไม่สอดคล้องข้อเท็จจริงบริษัท
Updated 1 day ago
Fund Move
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อจัดทำกฎกระทรวง เพิ่มการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และมีข้อมูลวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุ สำหรับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ลาก่อน 1,600! SET ปิดเช้าดิ่ง 20 จุด รับแรงกดดันกลุ่มเทคฯ ตามภูมิภาค โบรกฯ คาดดัชนีบ่ายมีแนวโน้มซึมลง
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. แจงปมหุ้น TRUE ยืนยันยื่นแบบ 246-2 แล้ว ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น สั่งลุยเช็กความถูกต้องเชิงลึก
Updated 1 day ago
Follow Us