กองทรัสต์ SHREIT แถลงผลงานปี 61 กำไร 141.62 ล้านบาท แสดงถึงทรัพย์สินคุณภาพสูง พร้อมต่อยอดการเติบโต

นายปธาน สมบูรณสิน กรรมการผู้จัดการ บจ.สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ อินเวสท์เตอร์ส ในฐานะผู้จัดการ กอง SHREIT’ เปิดเผยว่า “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่า สตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้ (SHREIT)” รายงานผลการดำเนินการในปี 2018 มีรายได้รวมอยู่ที่ 418.83 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 141.62 ล้านบาท

สำหรับโรงแรมทั้ง 3 แห่งในอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่ง ‘กอง SHREIT’ ลงทุนอยู่นั้นมีผลการดำเนินงานขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการตอบรับจากกลุ่มนักท่องเที่ยวและกลุ่มนักธุรกิจเป็นอย่างดี ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องรวม (REVPAR) ปรับตัวดีขึ้น ดังนี้

  1. ‘รร. IBIS Saigon South’ เวียดนาม เพิ่มขึ้น 7.1%
  2. รร. Capri by Fraser’ เวียดนาม เพิ่มขึ้น 3.3%
  3. รร. Pullman Jakarta Central Park’ อินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น 1%

“อย่างไรก็ตามจากสภาพตลาดทุนที่ผันผวนในช่วงปลายปี 2018 เป็นผลให้ ‘กอง SHREIT’ ตัดสินใจเพิกถอนแผนการเพิ่มทุนครั้งที่ 1 เพื่อเข้าลงทุนในโรงแรม 2 แห่ง ในมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งทำให้เกิดต้นทุนจากการดำเนินการเข้าซื้อสินทรัพย์ และส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของ ‘กอง SHREIT’ ในไตรมาสที่ 4/18

จึงเป็นเหตุให้กองทรัสต์เลื่อนการจ่ายเงินปันผลเฉพาะในงวดไตรมาส 4/18 อย่างไรก็ตามผู้จัดการ ‘กอง SHREIT’ มั่นใจว่าผลการดำเนินงานของกองทรัสต์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในปี 2019 นี้”

นายปธาน ยังกล่าวอีกว่า ช่วงปลายปี2018 ‘กอง SHREIT’ ได้ทำการทบทวนการประเมินมูลค่าสินทรัพย์

  • ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินที่กองทรัสต์ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 18 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 143.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากราคาซื้อสินทรัพย์ ณ วันที่จัดตั้งกองทรัสต์ซึ่งอยู่ที่ 130.7  ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 9.6%
  • เพิ่มขึ้นจากมูลค่าเงินลงทุนตามงบการเงิน ณ สิ้นปี2018 ซึ่งอยู่ที่ 138.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 3.6% 

 

ซึ่งการเพิ่มของมูลค่าประเมินของทรัพย์สินนั้น ตอกย้ำว่าผู้จัดการ ‘กอง SHREIT’ สามารถเลือกเฟ้นทรัพย์สินที่สร้างความมั่งคั่งและมีโอกาสการเติบโตให้แก่นักลงทุน


( ปธาน สมบูรณสิน )

“สินทรัพย์ที่ ‘กอง SHREIT’ ลงทุนล้วนเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ โรงแรมทั้ง 3 แห่ง ตั้งอยู่ในประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วโดยอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพเป็นที่นิยมของผู้เข้าพักที่เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างชาติรวมถึงนักธุรกิจ นอกจากนี้ยังจับกลุ่มลูกค้าเข้าพักที่แตกต่างกัน

โดยเป็นโรงแรมตั้งแต่ระดับ 3-5 ดาว จึงเป็นการกระจายความเสี่ยงในการจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ดี บริษัทเชื่อมั่นว่าด้วยคุณภาพของทรัพย์สินดังกล่าวจะสามารถสร้างรายได้เติบโตจากปัจจัยบวก รวมทั้งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเพื่อผลักดันผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องต่อไป”

ศึกษาข้อมุลธุรกิจเพิ่มเติมได้ที่ www.sh-reit.com/en/investor-relations

Share: