คลังกุมขมับครึ่งปีแรกศก.ติดหล่มเตรียมอัดยาแรงกระตุ้น

สศค. เตรียมประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้ง เตรียมชงรัฐบาลใหม่ หลังเศรษฐกิจครึ่งปีแรกโตกว่า 4%

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เร่งประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้ง เพื่อจัดทำแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงจัดทำเป็นข้อเสนอรายงานทางเศรษฐกิจให้รัฐบาลใหม่เป็นผู้พิจารณา หลังจากพบว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกจะเติบโตแบบชะลอตัวไม่ถึง 4% หลังจากภาคการส่งออกชะลอตัวลงมาก รวมถึงภาคการลงทุนก็มีการชะลอการตัดสินใจหลังการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ประเมินเบื้องต้นว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาโดยมีคะแนนใกล้เคียงกัน ไม่ได้ส่งผลทางบวกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในมุมมองความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อการจัดตั้งรัฐบาล เพราะแม้จะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แต่ก็จะไม่มากพอที่จะสร้างเสถียรภาพในการทำขับเคลื่อน นโยบายทางเศรษฐกิจ หรือการออกกฎหมายต่างๆ ออกมา

"เดิมทีได้ประเมินว่า ถ้าการเลือกตั้งจบและมีพรรคใดพรรคหนึ่งมีคะแนนนำ หรือเป็นคนจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากชัดเจน จะทำให้ภาคการลงทุนทั้งในและต่างประเทศกลับมาเชื่อมั่น และมีการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังได้ แต่ในวันนี้ ถ้าคนจัดตั้งรัฐบาลมีเสียงเกินไม่มาก ก็ยังมีความกังวลต่อเศรษฐกิจโดยรวมสูงอยู่" แหล่งข่าวระบุ

สำหรับการจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ขณะนี้ สศค.กำลังรอการประเมินตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2562 ในสิ้นเดือน มี.ค.ว่า จะมีทิศทางออกมาเป็นอย่างไร และจะมีการจัดทำมาตรการแยกออกมาเป็นแต่ละด้านเพื่อให้เห็นชัดเจนขึ้น เช่น หากภาคการลงทุนมีปัญหาก็ต้องจัดหามาตรการกระตุ้นการลงทุนออกมา ถ้าภาคการส่งออกยังไม่ดี ก็ต้องมีมาตรการด้านส่งเสริมการส่งออก โดยมาตรการ ดังกล่าวจะต้องเป็นการแก้ไขที่ตรงจุด และเป็นมาตรการที่สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรัฐบาลใหม่ เนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ ไม่ได้เป็นรัฐบาลรักษาการ

ส่วนการดำเนินนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน เบื้องต้นมาตรการนี้ยังคงเดินหน้าต่อไปถึงสิ้นเดือน ก.ย. 2562 ตามเดิม แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนแปลงรัฐบาลก็ตาม เนื่องจากรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรองรับไว้แล้ว โดยล่าสุดเมื่อต้นเดือน มี.ค.เพิ่งได้รับจัดสรรงบประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาทมาเพิ่มเติม เพื่อเติมเงินเข้าไปในกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวม 4 มาตรการทั้งการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าและน้ำประปา การสนับสนุนค่าใช้จ่ายปลายปี การช่วยเหลือค่าเดินทางสำหรับผู้สูงอายุ และการช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยซึ่งเพียงพอต่อการดูแลผู้มีรายได้น้อยทั้ง 14.5 ล้านคนแน่นอน

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้ทำเรื่องขอจัดสรรงบประมาณประจำปี 2563 วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท เข้ากองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมแล้ว เพื่อรอให้รัฐบาลใหม่พิจารณานำไปจัดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

Share: