รู้จัก DW ใน 5 นาที และ 5 สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเทรด

โลกการลงทุนในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย ที่จะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนที่มักจะมีไม่สิ้นสุด และหนึ่งในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่ได้รับความนิยมในนาทีนี้ หนีไม่พ้น DW ที่นักลงทุนขาซิ่งเลือกที่จะเข้ามาเทรด เพราะให้ผลตอบแทนที่สูง ซึ่งวัถตุประสงค์ในการออก DW ในด้านการลงทุนนั้นเพื่อให้นักลงทุนสามารถใช้ในการบริหารพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากราคาหุ้นปรับตัวลดลง แต่ผู้ลงทุนไม่อยากขายหุ้น ก็สามารถใช้ DW ในการเข้ามาบริหารความเสี่ยงของพอร์ต เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพอร์ตในภาพรวม


แต่ด้วยจุดเด่นของ DW ที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก ทำให้ในระยะหลังความสนใจใน DW เพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง แต่ในอีกด้านหนึ่ง DW ก็เป็นเครื่องมือทำลายล้างพอร์ตการลงทุนได้ง่ายดาย สร้างผลขาดทุนได้มหาศาล หากนักลงทุนไม่รู้จักมัน ดังนั้นการจะมาทำความรู้จักว่า DW นั้นคืออะไร และ จะหาผลตอบแทนที่ดีได้อย่างไร จุดไหนที่ต้องระมัดระวังบ้าง


1. รู้จัก
Code DW  

DW หรือ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ นั้น เป็นผลิตภัณฑ์ในตลาดหุ้นที่บริษัทหลักทรัพย์ออกมาเพื่อใช้สร้างผลตอบแทนและบริหารความเสี่ยงให้กับพอร์ตนักลงทุน โดย DW นั้นจะสามารถออกอ้างอิงได้ในหุ้นกลุ่ม SET 100 หรือในกลุ่มที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้ โดยนักลงทุนสามารถซื้อ DW ได้ในกระดานการซื้อขายหุ้นตามปกติ โดย code ในการซื้อขาย DW นั้นนักลงทุนต้องทำความเข้าใจ โดยแบ่งออกเป็นดังต่อไปนี้


PRM13C1908A

  • PRM ชื่อย่อของหุ้นอ้างอิงของ DW
  • 13 เลขที่ของโบรกเกอร์ที่ให้บริการ DW
  • มองว่าราคาหุ้น จะปรับเพิ่มขึ้น
  • 1908 วันหมดอายุของ DW คือเดือน ส.ค. 2019
  • A   ซีรี่ย์ของ DW

             
โดยสิ่งที่นักลงทุนต้องวิเคราะห์ในการเลือกซื้อ DW นั้นนักลงทุนต้องรู้จักหุ้นอ้างอิง และวิเคราะห์ว่าหุ้นนั้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้น หรือลดลง โดยหากนักลงทุนมองว่า ราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้นนักลงทุนจะเลือกซื้อ DW ในขา call หรือ C หากราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น DW ในฝั่ง C ก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่หากนักลงทุนมองว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลดลง ให้เลือกซื้อ DW ในขา p หรือ PUT  นอกจากนี้นักลงทุนต้องสนใจวันหมดอายุของซีรี่ย์ด้วย เพราะหาก DW นั้นเข้าใกล้วันหมดอายุ ราคา DW ก็จะปรับตัวลดลงจนใกล้จะเหลือ 0

 

2. Effective Gearing  สิ่งสำคัญช่วยสร้างผลตอบแทน

เสน่ห์ของ DW คืออัตราทด หรือ Effective Gearing ที่จะช่วยสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้อย่างมาก โดยอัตราทดจะช่วยสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนที่มากกว่าปกติ ซึ่งเป็นไปตามที่โบรกเกอร์ผู้ออก DW กำหนด เช่น ถ้าโบรกเกอร์กำหนดอัตราทดที่ 13 เท่า แปลว่า หากราคาหุ้นแม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% ราคาของ DW ที่อ้างอิงก็จะปรับเพิ่มขึ้น 13% ผลตอบแทนสูงใช่ไหมละ แต่ในอีกด้านหนึ่งหากเราซื้อผิด คือซื้อขา c แต่ราคาหุ้นเกิดปรับตัวลดลง 1% นักลงทุนก็จะขาดทุน 13% เช่นกัน ซึ่งเกียร์ริ่ง จะมีความแตกต่างกันขึ้นตามที่โบรกเกอร์ผู้ออกกำหนด



3. Time Decay 
คือ ระเบิดเวลา

พื้นฐานของ DW นั้นสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงให้กับนักลงทุนได้หากสามารถซื้อขายได้ตามจังหวะที่เหมาะสม แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากราคาของหุ้นแม่ไม่ขยับนานๆ DW ก็จะเจอกับแรงกดดันอีกด้านหนึ่ง คือ Time Decay หรือ ค่าเสื่อมตามเวลา ผลก็คือ เมื่อถึงเวลาที่กำหนด มูลค่าของ DW จะปรับตัวลดลงไป ทำให้มูลค่า DW ที่อยู่ในมือของผู้ลงทุนก็จะปรับตัวลดลงไปด้วย ดังนั้นผู้ลงทุนต้องพิจารณาการปรับค่า Time Decay ว่าปรับตัวลดลงบ่อยแค่ไหน และ ปรับลดลงเมื่อไหร่ เพื่อป้องกันผลกระทบจาก Time Decay ต่อการลงทุนด้วย โดย DW ที่จะใกล้หมดอายุนั้นราคาอ้างอิงจะเข้าใกล้ 0



4. สไตล์ โบรกเกอร์ กับการออก
DW 

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญี่ผู้ลงทุนต้องพิจารณา คือ การจะเลือกเข้าซื้อขาย DW ของ โบรกเกอร์ค่ายไหน ที่จะตรงใจมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีหลายบริษัทหลักทรัพย์ที่หันมาให้บริการ DW มากขึ้น โดยแต่ละโบรกเกอร์ก็จะมีสไตล์การออก DW ไม่เหมือนกัน  เช่น

  • 01 ของ บล.บัวหลวง สไตล์การออก DW คือ สภาพคล่องหนาแน่น อัตราทดไม่สูงมาก แต่เน้นครบทุกหลักทรัพย์อ้างอิง

  • 11 ของ บล.กสิกรไทย สไตล์การออก DW คือ เน้น DW ในรูปแบบ หยุดเวลาคือ Time Decay ต่ำเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม โดยนักลงทุนสามารถถือครอง DW ได้นานกว่าค่ายอื่นๆ

  • 13  ของ บล.เคจีไอ สไตล์การออก DW คือ อัตราทดสูงที่สุดในอุตสาหกรรม ( 8- 13 เท่า) เหมาะกับการเก็งกำไรในระดับที่สูง สภาพคล่องหนาแน่น และออกครอบคลุมในทุกหลักทรัพย์



5. ห้ามถือ
DW นาน ผิดทางให้ CUTLOSS ดูตารางประกอบการเทรด 

เมื่อทำความรู้จักการรูปแบบของ DW ไปแล้ว สิ่งที่นักลงทุนต้องตระหนักในการเทรดมากที่สุด คือ ระยะเวลาการถือครองของ DW และการขายหยุดขาดทุนหากเกิดผิดทาง เพราะปัจจัยด้วย DW ที่ค่า Time Decay และ Effective Gearing หากผู้ลงทุนเลือกที่จะถือ DW นาน จะถูก Time Decay กัดกินต้นทุนให้สูงอย่างต่อเนื่อง และในขณะเดียวกันหากการซื้อขายผิดทาง และไม่เลือกที่จะหยุดขาดทุน ก็อาจจะทำให้นักลงทุนเสียหายหนักจากการ ที่มี Effective Gearing ที่อยู่ในระดับสูง สิ่งที่นักลงทุนต้องไม่ลืม คือ การดูตารางเทียบมูลค่าของ DW ที่ผู้ออก DW จะมีการแจ้งเตือนผู้ลงทุนให้รับทราบถึงวันปรับ Time Decay และ Effective Gearing ที่จะมีผลกระทบกับราคาหน่วย เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถหาผลตอบแทนกับ DW อย่างเท่าทันความเสี่ยง


อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการซื้อขาย
DW จะมีความเสี่ยงที่สูงมาก แต่หากผู้ลงทุนเรียนรู้ข้อจำกัดและจุดเด่นจะช่วยสร้างผลตอบแทนให้ได้อย่างไม่ยาก นอกจากนี้ผู้ลงทุนยังสามารถใช้ DW ในการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงที่สุด ส่วนใครจะใช้ DW ไว้เก็งกำไร ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิด หากมีวินัยและเข้าใจความเสี่ยงเพียงเท่านี้คุณก็จะซื้อขาย DW โดยไม่ต้องเครียดอีกต่อไป

Share: