EA เร่งส่งมอบรถไฟฟ้าดันปี 63 รายได้ 2 หมื่นล้าน

EA ปี 63 โปรเจคคืบหน้าเพียบ ลุยทยอยส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 4.5 พันคัน พร้อมเตรียมเปิดใช้บริการเรือไฟฟ้า แถม COD โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนเฟสแรก การันตีดันรายได้ 20,000 ล้านบาท ฟากผลงานครึ่งปีหลัง 62 โตไม่หยุด รับกำลังการผลิตครบ 664 เมกะวัตต์ ตามเป้าหมาย ย้ำปี 62 รายได้พุ่ง 15,000 ล้านบาท


นางออมสิน ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวว่า ความคืบหน้าในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของคนไทย 100% ภายใต้ยี่ห้อ MINE Mobility นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างสร้างโรงงานประกอบ นำเข้าเครื่องมือเครื่องจักรการผลิต และจัดเตรียมชิ้นส่วนต่างๆ ไว้ โดยตามแผน บริษัท จะทยอยส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าภายในปี 2563 โดยปัจจุบันมียอดจองเข้ามาแล้วกว่า 4,500 คัน


ส่วนเรือไฟฟ้านั้น บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยชื่อ "บริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต จำกัด" (E Smart Transport Co., Ltd.)  เพื่อดำเนินธุรกิจ เรือโดยสารและเรือท่องเที่ยว เพื่อเตรียมการจะเปิดให้บริการรับส่งผู้โดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยาจากท่าน้ำนนทบุรี ไปยังท่าน้ำวัดราชสิงขร ระยะทางรวม 20 กิโลเมตร ซึ่งจะเป็นการเดินทางที่ใช้เวลาไม่ถึง 40 นาที อยู่ระหว่างการผลิตเรือนำร่อง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมนี้และเตรียมเปิดทดลองใช้ในปลายปีอย่างแน่นอน ส่วนที่เหลือจะทะยอยผลิตเพื่อนำมาให้บริการตั้งแต่ปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้า ด้วยงบประมาณรวม 1,000 ล้านบาท


ขณะที่ความคืบหน้าโครงการผลิตแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนเฟสแรก ขนาดกำลังการผลิต 1 GWh ด้วยงบประมาณการลงทุน 5,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินไตรมาส 1/2563 และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2563 ซึ่งต่อยอดธุรกิจใหม่โดยใช้แบตเตอรี่เป็นพื้นฐาน และถือเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย ที่เข้ามารุกธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและเรือไฟฟ้า ที่ออกแบบและผลิตโดยคนไทย ซึ่งจะเป็นการใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ของกลุ่ม EA ร่วมกับชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เป็นของไทยทั้งหมด


นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการลงทุนสร้างโรงผลิตกรีนดีเซล และพีซีเอ็มที่เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มขั้นสูงและเป็นลิขสิทธิ์ของกลุ่มบริษัทเอง สำหรับทำตลาดส่งออกและทดแทนการนำเข้า คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2562 และเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 1/2563 โดยมีลูกค้ารองรับเกือบเต็มกำลังการผลิตแล้ว


ดังนั้นจึงมั่นใจว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ว่าบริษัทจะเป็น New S-curve ของบริษัทที่จะช่วยผลักดันรายได้ และกำไร ในปี 2563 ทำนิวไฮต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นประเมินว่าแนวโน้มรายได้ปี 2563 จะอยู่ที่ระดับ 20,000 ล้านบาท


นางออมสิน กล่าวอีกว่า แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลัง จะเติบโตได้ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจาก การรับรู้รายได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมเข้ามาครบ 664 เมกะวัตต์ ตามเป้าหมาย และเป็นช่วงไฮซีซั่นของโรงไฟฟ้าพลังงานลม เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนและมีพายุเข้ามาค่อนข้างมาก ส่งผลดีต่อกำลังการผลิตไฟฟ้าเข้ามาเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงคงเป้าทั้งปี 2562 จะมีรายได้ 15,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2561 ที่มีรายได้อยู่ที่ 12,656.30 ล้านบาท 


สำหรับงบงบลงทุนปี 2562-2563 อยู่ที่ระดับ 9,200 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการผลิตแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนเฟสแรก ขนาดกำลังการผลิต 1 กิโลวัตต์ชั่วโมง 5,000 ล้านบาท, ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ประมาณ 200 ล้านบาท, ธุรกิจเรือโดยสารไฟฟ้าประมาณ 1,000 ล้านบาท, ธุรกิจ EV Charging ประมาณ 500 ล้านบาท, ธุรกิจไบโอดีเซล 1,000 ล้านบาท และอื่นๆอีก 1,500 ล้านบาท


นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนออกหุ้นกู้มูลค่า 3,000 ล้านบาท อายุ 7 ปี ดอกเบี้ยราว 3%  ซึ่งจะขายให้กับธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) เพื่อใช้คืนหนี้เงินกู้เดิม ที่ปัจจุบันมีอยู่ 8,000 ล้านบาท โดยเชื่อว่าจะส่งผลให้ต้นทุนดอกเบี้ยของบริษัทลดลงประมาณ 1% โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในปี 2562


อย่างไรก็ตาม ในเดือนก.ค. และเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา บริษัทได้ออกหุ้นกู้ 2 ครั้ง รวม 5 ชุด เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกัน มูลค่ารวมทั้งสิ้น 7,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ชำระค่าใช้จ่ายลงทุนของโครงการหนุมาน โดยประกอบด้วย ครั้งที่ 1/2562 (ก.ค. 2562) อายุ 3 ปี มูลค่า 1,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2.61%, อายุ 10 ปีมูลค่า2,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3.61% และอายุ 10 ปี มูลค่า2,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3.61%


ส่วนหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2562 (ส.ค. 2562) อายุ 3 ปี มูลค่า 500 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2.41%,อายุ 5 ปี มูลค่า 1,500 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3.11%, อายุ 10 ปี มูลค่า 2,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3.58%


สำหรับ หุ้นกู้ที่ออกนี้ ช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยได้เป็นจำนวนมาก หลังจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เพิ่มเครดิตองค์กรเป็น “A” จาก “A-” และถือเป็นการปรับอันดับเครดิตเพิ่มขึ้น 3 ปีติดต่อกัน สะท้อนถึงผลประกอบการที่มั่นคงแน่นอนจากโรงไฟฟ้าต่างๆ ที่แสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ สร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำ และมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมดของบริษัทเดินเครื่องเต็มกำลังแล้ว

 

Tags:
Share: