เปิดผลงาน SISB ฝ่าวิกฤต! กว่าจะมาเป็นหุ้นโรงเรียนตัวแรกของตลาดฯ

บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB ประกอบธุรกิจเป็นผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในระบบตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ประเภทโรงเรียนนานาชาติ และเป็นผู้นำหลักสูตรการศึกษาของประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์มาใช้เป็นหลักสูตรพื้นฐานในการจัดเรียนการสอนเป็นแห่งแรกในประเทศไทย

 

 


ปัจจุบัน SISB เป็นผู้รับใบอนุญาตโดยตรง ได้แก่ 1.โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพฯ โดยความจุนักเรียนสูงสุด 2,170 คน, 2.โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์สุวรรณภูมิ ความจุนักเรียนสูงสุดที่ 640 คน, 3.โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ธนบุรี ความจุนักเรียนสูงสุดที่ 900 คน, 4.โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เอกมัย ความจุนักเรียนสูงสุดที่ 155 คน และมีโรงเรียนที่กิจการร่วมค้าเป็นผู้รับใบอนุญาต ได้แก่ โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เชียงใหม่ ความจุนักเรียนสูงสุดที่ 310 คน

 

 

โดย SISB ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) (ปัจจุบันย้ายมาซื้อขาย SET) กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 260 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.20  บาท แต่ก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในช่วงเวลานั้น ว่าเหมาะสมหรือไม่ ที่เอาธุรกิจการศึกษาเข้ามาซื้อขายในตลาดหุ้น

 

ทั้งนี้ตามกระแสดังกล่าว ก็ทำให้ทั้งนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกมาชี้แจงว่า การที่ SISB เข้าตลาดหุ้นทำถูกต้องตามเกณฑ์ทุกประการ

 

             
อย่างไรก็ตามจากกระแสดังกล่าวในช่วงเวลานั้น หลายๆ ฝ่ายเชื่อว่าเป็นเหตุทำให้ราคาหุ้นที่เปิดการซื้อขายในวันแรกทำได้ต่ำกว่าราคา IPO โดยเปิดตลาดที่ราคา 5 บาท ปรับลดลง 0.20 บาท หรือคิดเป็นลดลง 3.85% จากราคา IPO ที่ราคา 5.20 บาทต่อหุ้น ก่อนจะมาปิดตลาดในวันเดียวกันที่ราคา 4.36 บาท ปรับลดลง 0.84 บาท หรือคิดเป็นลดลง 16.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 879.31 ล้านบาท

 

 

วันเวลาผ่านไปแล้วเหมือนจะไม่นาน แต่ก็ 9 เดือนเศษๆแล้ว นับตั้งแต่เข้ามาซื้อขายในตลาดหุ้นท่ามกลางกระแสต่างๆนานา โดยพบว่าล่าสุด ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2562 ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 8.00  บาทต่อหุ้น ปรับเพิ่มขึ้น 2.80 บาท จากราคา IPO ที่ระดับ 5.20 บาทต่อหุ้น

 

             
“ปัจจุบันเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านั้น คงได้คลายความกังวลไปหมดแล้ว จนตอนนี้มาวัดกันที่ผลงานว่าจะออกมาเป็นอย่างไรก็บ้าง แต่แหม่! น่าเสียดาย ด้วยราคาเพิ่มมาถึงระดับนี้แล้ว หากใครเข้าไปในช่วงที่ราคาต่ำกว่าไอพีโอตอนนั้นนะ และทนถือมาถึงตอนนี้ได้ ก็น่าจะได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเชียวล่ะ”

 

             
วันนี้เราจะพามาดูว่าผลประกอบการจะเป็นอย่างไรบ้าง  โดยล่าสุด นายยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SISB ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2562 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 52.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 20.80 ล้านบาท และมีรายได้รวม  272.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.47 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 226.92 ล้านบาท

 

 

ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกของปี 2562 มีกำไรสุทธิ 94.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 43.69 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 541.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 452.98 ล้านบาท


เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อน ขณะที่ต้นทุนภาระดอกเบี้ยลดลง ส่งผลให้บริษัทไม่มีภาระหนี้สินประเภทเงินกู้ยืม หลังจากที่บริษัทนำเงินที่ได้รับจากการขายหุ้น ไอพีโอ ส่วนหนึ่งไปชำระคืนหนี้สถาบันการเงิน ทำให้สามารถลดภาระด้านค่าใช้จ่ายทางการเงินได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนจากการดำเนินงานได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

ขึ้นค่าเทอม 5%ต่อปี

 

นายยิว ฮอค โคว กล่าวอีกว่า ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเราได้ปรับขึ้นค่าเรียนในปีนี้แล้ว โดยเรามีนโยบายปรับขึ้นค่าเรียนประมาณ 5% ต่อปี ซึ่งมีค่าเทอมที่ประมาณ 400,000-500,000 บาทต่อเทอม ทั้งนี้อุตสาหกรรมการศึกษานานาชาติจะปรับขึ้นค่าเล่าเรียนประมาณ 3-15% ต่อปี มีค่าเทอมที่ประมาณ 0.2-1 ล้านบาทต่อเทอม

 

 

ปี 62 รายได้โต 15-20%

 

ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง เราเชื่อว่าจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก โดยเป็นการเติบโตตามจำนวนนักเรียนใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งเราประเมินรายได้โดยรวมทั้งปี 2562 จะเติบโตประมาณ 15-20% จากปีก่อนที่มีรายได้ 947.35 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนนักเรียนใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีนักเรียนใหม่เพิ่มขึ้นแล้ว จำนวน 170 คน และคาดว่าจำนวนนักเรียนจะเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ 200-250 คนต่อปี โดยปัจจุบันมีนักเรียนแล้ว 2,539 คน แบ่งเป็นสัดส่วนนักเรียนไทย 85% และนักเรียนต่างชาติ 15%



ขณะที่มีความสามารถรองรับนักเรียนรวม 4,175 คน ใน 5 โรงเรียน ได้แก่

 

  1. โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพฯ จุนักเรียนสูงสุด 2,170 คน
  2. โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์สุวรรณภูมิ จุนักเรียนสูงสุด 640 คน
  3. โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ธนบุรี จุนักเรียนสูงสุด 900 คน
  4. โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เอกมัย จุนักเรียนสูงสุด 155 คน
  5. โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เชียงใหม่ (เป็นโรงเรียนร่วมทุนที่ SISB ถือหุ้น 50%) จุนักเรียนสูงสุด 310 คน



นอกจากนี้เรายังมีแผนขยายความสามารถรองรับนักเรียนเพิ่มเติม โดยในขั้นตอนการเข้าซื้อที่ดินในทำเลใกล้เคียงโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ธนบุรี ขนาดพื้นที่ประมาณ 8 ไร่ มูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท ซึ่งเราได้วางมัดจำค่าที่ดินแล้ว เบื้องต้นบริษัทประเมินมูลค่าการลงทุนที่ประมาณ 250-300 ล้านบาท และคาดว่าจะรองรับนักเรียนได้ประมาณ 600 คน โดยด้านแหล่งเงินทุนมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ซึ่งปัจจุบันอยู่ประมาณ 1,200 ล้านบาท และยังมีเงินระดมทุนจากการขายหุ้น IPO มากกว่า 200 ล้านบาท

 

 

เล็งร่วมทุน-เข้าซื้อกิจการต่อยอดธุรกิจ

 

 

เรามีแผนขยายการศึกษาให้เข้าถึงนักเรียนมากขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนศึกษาและเจรจากับพันธมิตรราว 5-10 ราย เพื่อร่วมลงทุน และเข้าซื้อกิจการ ทั้งในกรุงเทพ ต่างจังหวัด และต่างประเทศ แต่ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเจรจา เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

 

 

ส่วนหลักสูตร International Baccalaureate (IB) คาดจะได้รับการอนุมัติหลักสูตรการศึกษาจาก International Baccalaureate Organization หรือ IBO ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายในปี 2562 และจะเริ่มเปิดสอนได้ภายในเดือนสิงหาคม 2563 โดยเป็นหลักสูตรใหม่ ที่เน้นความหลากหลายของภาษา และการทำกิจกรรม เพื่อปูพื้นฐานรักเรียนเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัย และเพิ่มทางเลือกในการเรียนมากขึ้น โดยจะเปิดให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา 5 และ 6 ได้เลือกเรียน

 

 

“ฟินันเซียฯ คาด SISB ไตรมาส 3 กำไรสุทธิทุบสถิติ 60 ล้านบาท เติบโต108% ได้ดีเพราะเปิดภาคการศึกษาใหม่ ปรับค่าธรรมเนียมการศึกษาเพิ่มขึ้น 5% หนุนทั้งปี 62 กำไรสุทธิ 215 ล้านบาท พร้อมมีลุ้นปันผลงวดครึ่งหลัง”

 

 

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ได้แนะนำ “ซื้อ”หุ้น SISB ให้ราคาเป้าหมาย เหมาะสมปี 2562 ที่ 9.20 บาท โดยประเมินว่าแนวโน้มผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2562 กำไรจะทำสถิติสูงสุด  คาดว่าจะมีกำไรสุทธิที่ราว 58-60 ล้านบาท เติบโต 108% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 12% จากไตรมาส 2/2562

 

 

เนื่องจากเป็นช่วงเปิดภาคการศึกษาใหม่ ซึ่งจะมีการปรับค่าธรรมเนียมการศึกษาเพิ่มขึ้นอีกราว 5% (อัตราปกติ) รวมทั้ง คาดว่าจำนวนนักเรียนน่าจะขยับเพิ่มขึ้นอีกราว 50-70 คน เข้าใกล้จำนวนนักเรียนตามเป้าหมายทั้งปีที่ 2,450 คน บนประมาณการอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ 4.5 แสนบาทต่อคนต่อปี (คิดจากค่าเฉลี่ยครึ่งปีแรกที่ราว 4.3 แสนบาทต่อคนต่อปี * 5%)

 

 

ลุ้นครึ่งหลังจ่ายปันผล

 

 

โดยกำไรช่วงครึ่งปีแรก 2562 อยู่ที่ 94.50 ล้านบาท เติบโต 116% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 44% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2562 ที่ 215 ล้านบาท ซึ่งยังคงประมาณการเดิม นอกจากนี้เป็นที่สังเกตว่าในไตรมาสนี้ SISB ได้ล้างขาดทุนสะสมเรียบร้อยแล้ว โดยมีส่วนกำไรสะสมในส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ราว 94.50 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าบริษัทจะกลับมาจ่ายเงินปันผลได้จากกำไรช่วงครึ่งปีหลัง 2562 (จ่ายปีหน้า) ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวก

 

 

“กูรูชี้เป้าไตรมาส 3 กำไรทำจุดสูงสุด แถมมีโอกาสปันผลครึ่งปีหลังอีกด้วย น่าจะเป็นอีกหุ้นที่เป็นตัวเลือกของนักลงทุนได้เป็นอย่างดี  โดยหลายๆ ฝ่ายต่างก็มองว่า เป็นหุ้นที่มั่นคง และมีรายได้ประจำ อย่างไรก็ตามภายใต้ผลดี ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน อาทิ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร, การแข่งขันในกลุ่มโรงเรียนนานาชาติ, ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของกลุ่มเป้าหมายโรงเรียนเอกชนนานาชาติ”

Tags:
Share: