“CSR” กับ “ESG” ต่างกันหรือไม่?

จากความต้องการของผู้ลงทุนที่มีต่อข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงข้อมูลทางการเงิน ผู้ลงทุนได้ให้ความสำคัญของข้อมูลที่มิใช่ตัวเลขทางการเงินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะข้อมูลดังกล่าว สามารถบ่งชี้ถึง ‘โอกาส’ และ ‘ความเสี่ยง’ รวมทั้งขีดความสามารถขององค์กรที่มีต่อผลประกอบการในอนาคตของบริษัท

 


คำว่า ‘ESG’ ซึ่งย่อมาจาก Environmental, Social, and Governance จึงเกิดขึ้นในแวดวงตลาดทุน เพื่ออธิบายถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทและการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุน



Financial Times” ได้บัญญัติความหมายของ ‘ESG’ ว่าเป็นคำที่ใช้ในตลาดทุนโดยผู้ลงทุนเพื่อใช้ประเมินการดำเนินงานของบริษัท และทำให้ล่วงรู้ถึงผลประกอบการในอนาคตของบริษัท ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการประกอบการดังกล่าวนี้ มาจากบทบาทของบริษัทที่มีต่อเรื่อง ‘ความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการ (CSR)’ ภายใต้บริบทของการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

 

“หากจะเปรียบเทียบระหว่าง ‘CSR’ กับ ‘ESG’ เพื่อให้เข้าใจได้อย่างถูกต้อง สามารถอธิบายได้ว่า ‘ESG’ เป็นคำที่กลุ่มผู้ลงทุนใช้ เวลาที่ต้องการเลือกกิจการที่จะเข้าไปลงทุนว่ามีการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถลงทุนได้หรือไม่ ‘ESG’ จึงเป็นคำที่ใช้สื่อระหว่างผู้ลงทุนกับบริษัท”

 

 

ส่วน ‘CSR’ เป็นคำที่กิจการใช้แสดงถึงการที่บริษัทมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (รวมถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี) ผ่านทางกระบวนการดำเนินงานต่างๆ ของบริษัท ‘CSR’ จึงเป็นคำที่ใช้สื่อระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งครอบคลุมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่เฉพาะผู้ลงทุน

 

 

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘CSR’ กับ ‘ESG’ อธิบายได้ว่า ‘CSR’ ถือเป็นบทบาทของกิจการใน ‘ภาคการดำเนินงาน’ ที่ควรตอบโจทย์กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ ‘ESG’ ถือเป็นบทบาทของกิจการใน ‘ภาคข้อมูล’ ที่ควรตอบโจทย์กลุ่มผู้ลงทุน

 

 

“หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ‘CSR’ เป็นเรื่องของการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบต่อสังคมที่คำนึงถึงความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียรอบกิจการ ขณะที่ ‘ESG’ เป็นเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลจากการการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบต่อสังคม ที่คำนึงถึงความคาดหวังของผู้ลงทุน โดยเฉพาะผู้ลงทุนสถาบัน”

 

 

นั่นหมายความว่า กิจการที่สามารถดำเนินงาน ‘CSR-in-process’ ได้ดี ก็ควรจะมีผลการดำเนินงานที่พร้อมต่อการเรียบเรียงเป็นข้อมูล ‘ESG’ ให้แก่ผู้ลงทุนได้ทันที โดยมิต้องไปดำเนินการอะไรใหม่แต่อย่างใด


 

ฉะนั้นการที่องค์กรใด ออกมาประกาศว่าจะเปลี่ยนจากการมุ่ง ‘CSR’ มาเป็น ‘ESG’ แสดงว่า ยังขาดความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว เพราะกิจการคงไม่ได้มีความมุ่งประสงค์ว่า จะเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับการดูแลผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างครอบคลุมและทั่วถึง มาเป็นการดูแลเฉพาะผู้ลงทุนกลุ่มเดียวแน่นอน

 

 

ในแง่ขององค์กรที่มีการขับเคลื่อน ‘CSR-in-process’ หรือมีความรับผิดชอบต่อสังคมในกระบวนการหลักทางธุรกิจที่ดีอยู่แล้ว อาจไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการอะไรใหม่ หรือทำเพิ่มเติมจากที่เป็นอยู่ เพราะสิ่งที่ดำเนินการอยู่ เข้าเกณฑ์ ‘ESG’ ที่ผู้ลงทุนใช้พิจารณาเข้าลงทุนในบริษัทอยู่แล้ว ส่วนจะได้รับเม็ดเงินลงทุนมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับที่ผู้ลงทุนจะ Benchmark การดำเนินงานของกิจการตามเกณฑ์ ESG เทียบกับองค์กรอื่นที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะเข้าลงทุน

 

 

ในแง่ขององค์กรที่มีการขับเคลื่อน ‘CSR-after-process’ ในลักษณะกิจกรรมเพื่อสังคมซึ่งแยกต่างหากจากกระบวนการหลักทางธุรกิจเป็นส่วนใหญ่ อาจจะต้องดำเนินการปรับปรุงพัฒนาในส่วนของ ‘CSR-in-process’ เพิ่มเติม เพื่อให้เข้าเกณฑ์ ‘ESG’ เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ลงทุนที่ใช้เกณฑ์ ‘ESG’ มักจะให้ความสำคัญกับ ‘CSR-in-process’ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความเสี่ยงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับองค์กร และกับผลประกอบการขององค์กร มากกว่าเรื่องของการบริจาคหรือโครงการสาธารณกุศลต่างๆ

 

 

ด้วยเหตุนี้องค์กรควรที่จะพิจารณาพัฒนาและมุ่งเน้นการดำเนินงาน ‘CSR-in-process’ ที่ผนวกเข้าสู่กระบวนงานทางธุรกิจและมีส่วนสัมพันธ์กับสถานะของกิจการ เพื่อที่จะสามารถนำผลการดำเนินงานเหล่านั้น มาเรียบเรียงเป็นข้อมูล ‘ESG’ เปิดเผยแก่ผู้ลงทุน และสะท้อนอยู่ในบรรทัดสุดท้าย ในทางที่เสริมคุณค่าให้แก่กิจการ

Tags:
Share: