“ลดความเสี่ยง”...จาก ‘ข่าวไม่คาดฝัน’ เชิงลบของหุ้น

หนึ่งในกระแสหลักของโลกการลงทุนที่เป็นธีม (Theme) แห่งอนาคต ก็คือ ‘การลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainability Investment)’ ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

           

ในไทยเองการลงทุนโดยคำนึงถึง 3 เรื่องสำคัญ ตามแนวคิดการลงทุนอย่างยั่งยืน ที่ประกอบด้วย ‘สิ่งแวดล้อม (Environmental : E)’ ‘สังคม (Social : S)’ และ ‘บรรษัทภิบาล (Governance : G)’ ก็เข้ามาในไทยระยะหนึ่งแล้วเช่นกัน

           

ปัจจุบันมีกลุ่ม ‘กองหุ้น ESG’ ในไทย 23 กอง มีสินทรัพย์สุทธิรวมกันกว่า 3.0 หมื่นล้านบาท

           

ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

 

ESG Index”...เกิดขึ้นรองรับการลงทุนอย่างยั่งยืน

 

         

ในระดับโลกนั้น ผู้จัดทำดัชนีหลักของโลกมีการจัดทำดัชนีเกี่ยวกับความยั่งยืนมานานแล้ว หนึ่งในดัชนี ที่นักลงทุนไทยรู้จักกันดีก็คือ ‘ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Index :DJSI)’ นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีดัชนีความยั่งยืนที่ผู้จัดทำดัชนีรายใหญ่ของโลกจัดทำขึ้นอีกมากเช่นเดียวกัน

           

 

ในไทยเองจุดเริ่มต้นมาจากกระบวนการลงทุนภายในของบลจ.เองเป็นสำคัญ ที่มีการนำเอาเกณฑ์เกี่ยวกับ ‘ESG’ เข้ามาใช้ เพียงแต่เป็นการใช้ภายในไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาสู่ภายนอกเท่านั้นเอง และที่ถือกำเนิดขึ้นในอุตสาหกรรมกองทุนสำหรับ ‘กองหุ้น ESG’ นี้ ก็มาจากเกณฑ์ภายในของบลจ.เองเช่นกัน โดยมี 2 บลจ.เป็นต้นตำรับในเรื่องนี้ ได้แก่ “บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)” และ “บลจ.ทิสโก้” ที่เริ่มต้นจัดตั้งมาก่อนใคร

 

           

นอกจากนี้ในกลุ่มนักลงทุนสถาบันอื่นๆ เช่น ‘กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)’, ‘กองทุนประกันสังคม’ และกลุ่ม ‘ประกัน’ ต่างๆ ก็มีเกณฑ์ ESG ที่ใช้ในกระบวนการลงทุนภายในของตัวเองเช่นกัน โดย ‘กบข.’ เองได้ตั้งพอร์ตการลงทุนแบบ ESG เรียกว่า ‘ESG-Focused Portfolio’ ขึ้นมาโดยเฉพาะเช่นกัน

 

           

นอกจากเกณฑ์ ESG ภายในที่ใช้กันเฉพาะองค์กรแล้ว ก็ยังมีหน่วยงานที่มีการจัดทำดัชนีความยั่งยืน ‘ESG Index’ ขึ้นเผยแพร่อย่างเป็นทางการเช่นเดียวกัน ปัจจุบันในไทยมีอยู่ 3 รายหลักๆ ได้แก่

 

            -‘สถาบันไทยพัฒน์’ มีดัชนี ‘Thaipat ESG Index’

            -‘Morningstar’ มีดัชนี ‘Morningstar Sustainability Index’

            -‘ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย’ มีดัชนี ‘THIS’

         

แต่ละแห่งก็จะมีกระบวนการจัดทำและเกณฑ์ที่ ‘แตกต่าง’ กันออกไป แต่ก็เป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นที่ผ่านเกณฑ์ ESG ของแต่ละแห่งมาแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนที่สนใจลงทุนสามารถนำไปใช้พิจารณาประกอบการลงทุนได้ หรือใช้เป็นดัชนีเทียบวัดสำหรับการสร้าง ‘กองหุ้น ESG’ ขึ้นมาเพื่อลงทุนในหุ้นกลุ่ม ESG ต่อไปนั่นเอง เป็นการสนับสนุนบริษัทดีๆ ให้ได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนต่างๆ มากขึ้นด้วย

 

 

“กอง ESG”…แนวโน้มเติบโต-ลดความเสี่ยงเชิงลบจาก ‘ข่าวไม่คาดฝัน

           


ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มี ‘กองหุ้น ESG’ จัดตั้งขึ้นมาเพิ่มขึ้นตามลำดับ แต่อาจจะเรียกต่างกันตามนโยบายการลงทุนที่อาจจะโฟกัสต่างกันออกไป ประกอบด้วย ‘กอง CG Fund’ และ ‘กอง ESG Fund’

 

ในปี 2017 มีความร่วมมือกันของ 11 บลจ.จัดตั้ง ‘กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย (Thai CG Fund)’ ที่มีจุดเด่น คือ ใช้ตะกร้าหุ้นเหมือนกันในการเลือกลงทุน และมีการแบ่ง 40% ของค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการไปบริจาคให้หน่วยงานส่งเสริมการต่อต้านการคอรัปชั่นนั่นเอง

 

 

“ตั้งแต้ตนปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 4 พ.ย. 19) กลุ่ม ‘กอง Thai Equity CG Fund’ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4.82% และย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ติดลบ 3.58% ในขณะที่ดัชนี SET TRI อยู่ที่ 6.76% และติดลบ 0.52% ตามลำดับ”




โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดนั้น ได้แก่ ‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นธรรมาภิบาลไทย-ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล (SCBTHAICGP)’ ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ให้ผลตอบแทน 11.83% และย้อนหลัง 1 ปี 3.28%

           

ล่าสุดทาง ‘กบข.’ ก็เป็นผู้นำชักชวนนักลงทุนสถาบันรวม 32 ราย ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกันกว่า 10.8 ล้านล้านบาท ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือด้าน ‘การลงทุนอย่างรับผิดชอบ (ESG Collaborative Engagement)’ ของนักลงทุนสถาบันในการลงนามแนวปฏิบัติ ‘การระงับลงทุน (Negative List Guideline)’ เพื่อผลักดันให้นักลงทุนตระหนักถึงความสำคัญของการลงทุนอย่างรับผิดชอบ (Responsible Investment) ขึ้นมา เป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญของการลงทุนอย่างยั่งยืนในไทยเลยทีเดียว

           

“การลงทุนอย่างยั่งยืนนี้ สามารถสร้างทั้งผลตอบแทนควบคู่กับการดูแลรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลควบคู่กันไป แม้ว่าหุ้น ESG อาจยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจนว่าสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นปกติทั่วไปได้ แต่ข้อดีประการหนึ่งของหุ้น ESG คือความเสี่ยงในเชิงลบจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะน้อยกว่าหุ้นทั่วไป เช่น ผู้บริหารประพฤติมิชอบ หรือปล่อยสารพิษในกระบวนการผลิตทำลายสิ่งแวดล้อมจนถูกฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยจำนวนมาก เป็นต้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นอย่างรุนแรงได้ กลุ่มหุ้น ESG จะไม่มีเรื่องราวลักษณะนี้เข้ามาให้ต้องกังวล เรียกว่า ลงทุนแล้วสบายใจได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว”        

           

 

ใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในหุ้นเพื่อ ‘สร้างผลตอบแทนที่ดี’ ในระยะยาว ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถช่วย ‘ดูแลสังคมส่วนรวม’ ควบคู่กันไปด้วยนั้น กลุ่ม ‘กองหุ้น ESG’ น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คุณได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

Tags:
Share: