Bonchon แบรนด์อาหารลำดับที่ 45 ของกลุ่มไมเนอร์

เช้านี้ (18 พ.ย. 2562) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด (มหาชน) หรือ MINT แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) บริษัทย่อยที่ถือหุ้น 99.73% หนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีร้านอาหารกว่า 2,229 สาขา ใน 27 ประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า 44 แบรนด์ เช่น เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, เดอะ คอฟฟี่ คลับ, ริเวอร์ไซด์, ไทย เอ็กซ์เพรส, เบนิฮานา, สเวนเซ่นส์, ซิซซ์เลอร์, แดรี่ ควีน และเบอร์เกอร์ คิง


ได้จัดตั้งบริษัทย่อย ภายใต้ชื่อ บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด โฮลดิ้ง จํากัด เพื่อลงทุนใน บริษัท ชิคเก้น ไทม์ จํากัด ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหาร Bonchon ในประเทศไทย ในสัดส่วน 100% ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น 1 ล้านหุ้น ราคาที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท


ซึ่งหากกระบวนการดังกล่าวเสร็จสิ้น Bonchon จะกลายเป็นแบรนด์ร้านอาหารที่ 45 และช่วยเพิ่มจำนวนร้านอาหารของไมเนอร์ ฟู๊ด ทันที 40 สาขา รวมถึงกลายเป็นหัวหอกสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มไมเนอร์ในอนาคต

 

 

ซื้อ Bonchon ช่วยหนุนความเชื่อมั่น

บล.บัวหลวง ให้มุมมองเรื่องนี้ว่า MINT ประกาศซื้อร้าน Bonchon Chicken หรือ ร้านไก่ฉายา "THE BEST KOREAN FRIED CHICKEN IN MANHATTAN!" ในเมืองไทย จากเจ้าของกลุ่มคนไทยที่ได้สิทธิแฟรนไชส์ มูลค่าเงินลงทุน 2 พันล้านบาท ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวจ่ายสำหรับร้าน Bonchon จำนวนกว่า 40 สาขา โดยเราคาดว่าการซื้อดังกล่าวอยู่บน EV to EBITDA ที่ 10-13 เท่า ซึ่งเรามองว่าเป็นราคาซื้อที่ถูกกว่านี้ยากแล้ว เพราะค่าเฉลี่ยของกลุ่มร้านอาหารอยู่ประมาณนี้ และเป็นการซื้อร้านอาหารที่เปิดดําเนินงานอยู่และมี EBITDA เป็นบวกอยู่แล้วราว 150-200 ล้านบาท


ในระยะต่อไปจากการคำนวณเบื้องต้นของเรา MINT จะรับรู้ผลการดำเนินงานและกำไรของ Bonchon Chicken ในไทยทันที เป็นกําไรส่วนเพิ่มประมาณ 1.5 เดือนในไตรมาส 4/62 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเฉลิมฉลอง เบื้องต้นเราคาดกําไรของ Bonchon จะเพิ่มกําไรให้ MINT ราว 2% สําหรับปี 2563


ทั้งนี้ เรามองว่า MINT จะเจรจากับกลุ่มผู้ได้รับสิทธิแฟรนไชส์ในเมืองไทยเพื่อซื้อสิทธิในการขยายแฟรนไชส์เพิ่มเติม ในอนาคตน่าจะต้องมีการจ่ายเพิ่มอีกบ้าง


อย่างไรก็ตาม การประกาศดีลนี้น่าจะส่งผลดีต่อราคาหุ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นดีลที่มีลักษณะ “เพิ่มมูลค่าให้บริษัท - value accretion” แม้ว่าหากคํานวณเป็นมูลค่าหุ้นที่เพิ่มได้เบื้องต้นราว 1 บาท ด้วยมูลค่าหุ้นที่ซื้อขายแถว PER ค่าเฉลี่ย เราจึงคาด MINT จะรีบาวน์ขึ้นไปซื้อขายแถว 38-40 บาท ในระยะสั้น โดยเรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2563 ที่ 48 บาท

Tags:
Share: