แกะพอร์ต 5 หมื่นล้าน กลุ่มบุญรอด “เราจะลุยธุรกิจที่ไม่โดนดิสรัปชั่น”

เริ่มขยับเข้าตลาดหุ้นแล้วสำหรับกลุ่มบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เจ้าของธุรกิจน้ำเมารายใหญ่ในไทย กำลังหาโอกาสการเติบโตธุรกิจอื่นๆในตลาดหลักทรัพย์  แม้การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ล่าสุดของ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)  หรือ SHR จะไม่สร้างความประทับใจกับผู้ลงทุนเท่าไหร่ เพราะราคาเปิดการซื้อขายนั้นต่ำจากราคาจองซื้อ  ซึ่ง SHR อาจต้องอาศัยเวลาพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นหุ้นดีหรือไม่ แต่ก็เป็นหนึ่งในความพยายามของกลุ่มบุญรอดที่จะใช้ตลาดทุนเพื่อสร้างการเติบโต


ทั้งนี้หากเราแกะพอร์ตการลงทุนอขงกลุ่มบุญรอด หรือ สิงห์ จะพบว่าในตลาดหลักทรัพย์เขาลงทุนในกลุ่ม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และกองทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ รีทส์ ซึ่งขณะนี้ บริษัทมี    4 บริษัทจดทะเบียนและ 1 กองรีทส์ มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท    

 

 

ได้แก่

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)  หรือ S ประกอบธุรกิจกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด   2.02 หมื่นล้านบาท


บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ  BGC ประกอบธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้วที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อาหาร และยา มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 9 พันล้านบาท


ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอส ไพรม์ โกรท หรือ SPRIME กองทรัสต์ อาคารสำนักงานของกลุ่ม  มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด  5.4 พันล้านบาท (อ้างอิงจาก SETSMART)


บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน)  หรือ NVD ประกอบธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์  รับเหมาก่อสร้าง และ ขายสินค้าวัสดุก่อสร้าง   มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 2.67 พันล้านบาท


และบริษัทน้องใหม่อย่าง บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)  หรือ SHR ประกอบธุรกิจโรงแรม ทั้งในและต่างประเทศ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด  1.48 หมื่นล้านบาท

 

 

ธุรกิจของสิงห์ต้องไม่ถูก disruption  

ธงของกลุ่มบุญรอด คือ จะทำธุรกิจที่ไม่ถูกกระทบจาก Disruption ของเทคโนโลยี  ซึ่งคำพูดนี้เป็นคำพูดของ  จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการ บริษัท สิงห์  เอสเตท จำกัด (มหาชน) โดยเขาได้ให้ความเห็นว่า ในปัจจุบันธุรกิจในกลุ่มบุญรอด นั้นเริ่มเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งที่ดีของการระดมทุน จากจุดเริ่มต้นคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากการเข้าจดทะเบียนของ  บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)    หรือ S ที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  หรือแม้แต่ NVD  แม้จะเป็นกลุ่มอสังหาเหมือนกับแต่ก็มีความโดดเด่นเฉพาะตัว


ไม่นับรวมกองทรัสต์ อย่าง SPRIME ที่เป็นอีกหนึ่งของเส้นเลือดสำคัญของกลุ่มธุรกิจ และล่าสุด SHR คือเรือธงในกลุ่มโรงแรมกลุ่มบุญรอด ที่จะมีธุรกิจที่แข็งแกร่งมาก ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มบุญรอดที่จะช่วยให้ SHR เป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งและแข่งขันได้ ซึ่งหัวใจหลักของกลุ่ม บุญรอดคือ เราต้องอยู่ในธุรกิจกที่ไม่ถูก Disruption  


อย่างในธุรกิจโรงแรม เรามั่นใจว่า การเติบโตในระยะยาวนั้นจะดีมาก และเป็นหนึ่งใน โกรทสต็อก เพราะเรามีการลงทุนโรงแรมที่สำคัญอย่างโครงการ Crossroads ในเกาะมัลดีฟส์ ซึ่งเรามั่นใจว่าจะสร้างผลงานที่ดีให้กับกลุ่มบริษัทได้

 

 

เป้าหมายถัดไป กลุ่มอาหาร และ อสังหาฯทั่วโลก

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้กลุ่มบุญรอดจะให้ความสำคัญกับธุรกิจอาหารมากขึ้น เพราะเรามองว่าจะมีการเติบโตที่ดีและไม่ถูก Disruption อย่างช่วงที่ผ่านมา เราเข้าไปซื้อธุรกิจอย่าง ซานตาเฟ่ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ของในการรุกกลุ่ม นอนแอลกอฮอล์ และหลังจากนี้เราจะโฟกัสในธุรกิจอาหารมากขึ้น รวมถึงการให้ความสนใจในอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของกลุ่มบุญรอดที่จะสร้างการเติบโตได้  

 

Tags:
Share: