“ก.ล.ต.”…ชวน 38 บริษัท บน ‘ถ.วิภาวดี’ ร่วมด้วยช่วยกัน

หาดทรายขาวที่สวยงาม...ก็มาจากเม็ดทรายเล็กๆ ที่รวมตัวกันฉันใด เรื่องที่ยิ่งใหญ่ในบางครั้งก็มาจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ฉันนั้น


เช่นเดียวกับโครงการ “ถนนวิภาวดีฯ ไม่มีขยะ” นี้ ซึ่งเป็นการดำเนินการภายใต้ ‘โครงการเสริมสร้างตลาดทุนธรรมาภิบาลเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก’


โดยมี ‘สำนักงานก.ล.ต.’ เป็นแกนนำ เชิญชวนบริษัทจดทะเบียน 38 แห่ง ที่อยู่ในบริเวณถนนวิภาวดีฯ เข้าร่วมโครงการ และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 ธ.ค. 19 ซึ่งตรงกับ “วันสิ่งแวดล้อมไทย” อีกครั้ง


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

 

เริ่มต้นง่ายๆ กับเรื่องใกล้ตัว...ไม่ให้ ‘ขยะ’ เป็นภาระของ “สิ่งแวดล้อม”

การนำพาตลาดทุนไทยไปสู่ความยั่งยืนนั้น ตรงกับ ‘ยุทธศาสตร์ชาติ’ ที่ต้องการจะดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เพื่อนำประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยเช่นกัน


“รื่นวดี สุวรรณมงคล” เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) บอกว่า การทำความดีเพื่อแผ่นดินสามารถเริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัวภายในองค์กรตนเอง ดังนั้น ก.ล.ต. ซึ่งมีสำนักงานอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต จึงได้ริเริ่มโครงการ “ถนนวิภาวดีฯ ไม่มีขยะ” และเชิญชวนบริษัทจดทะเบียนที่ตั้งอยู่ในบริเวณถนนวิภาวดีฯ มาร่วมกันบริหารจัดการขยะภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ และลดขยะที่ไม่สามารถหมุนเวียนไปใช้หรือทำประโยชน์อย่างอื่นให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งจะเป็นตัวอย่างที่ดีและสามารถขยายผลไปยังองค์กรอื่นได้

 

 

บนถ.วิภาวดีฯ ซึ่งเป็นถนนเส้นสำคัญเส้นหนึ่งมีบริษัทจดทะเบียนอยู่ทั้งสิ้น 38 บริษัท ก็ตั้งใจจะเชิญชวนให้เข้าร่วมในโครงการให้หมด แต่ในเบื้องต้นอาจจะเริ่มต้นจาก 28  แห่งก่อน


“โครงการ ‘ถนนวิภาวดีฯ ไม่มีขยะ’ เป็นการดำเนินการภายใต้ “โครงการเสริมสร้างตลาดทุนธรรมาภิบาลเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ที่ ก.ล.ต. และหน่วยงานในตลาดทุน 12 องค์กรร่วมกันจัดทำและมีพิธีเปิดโครงการไปเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 19 เพื่อให้หน่วยงานและบุคลากรในตลาดทุนร่วมกันทำความดี โดยการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยสู่ความยั่งยืนตามบทบาทของแต่ละหน่วยงาน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และจะพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกันเพื่อสนับสนุนองค์กรที่ได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้แล้วให้สามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม”  


นอกจากนี้ โครงการ “ถนนวิภาวดีฯ ไม่มีขยะ” จะเป็นส่วนสำคัญในการเริ่มต้นกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมของ “เครือข่ายเพื่อความยั่งยืนแห่งประเทศไทย (TRBN)” ที่สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ได้ร่วมกับ ก.ล.ต. และอีก 7 องค์กรจัดตั้งขึ้นอีกด้วย

 

 

“ESG”...เป็นการแบ่งปันสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

การที่บริษัทให้ความสำคัญในเรื่องของ ESG นั้น หลายคนอาจจะมองว่าเป็น ‘ต้นทุน’ ทางธุรกิจ แต่ในมุมมองของบริษัทที่ให้ความสำคัญในเรื่อง ESG กลับมองต่างออกไป


“เอนก พนาอภิชน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อินทัช (INTUCH) มองว่า ในระยะสั้นอาจดูเป็น ‘ต้นทุน (Cost)’ ของธุรกิจ แต่ในระยะยาวแล้วเรามองว่าเป็น ‘การลงทุนที่คุ้มค่า’ เวลามีโอกาสไป Road Show ในต่างประเทศ นักลงทุนต่างชาติจะตั้งคำถามในเรื่องประเด็นของเรื่อง ESG เป็นสาระหลักที่จะใช้เป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจลงทุนของเขาเลยทีเดียว ในส่วนของบริษัทเองแม้จะเป็นองค์กรที่มีพนักงานไม่มากประมาณ 60-70 คน ประกอบกับตัวธุรกิจเองอาจจะไม่ได้มีกิจกรรมอะไรที่ก่อให้เกิดขยะมากนัก แต่เราก็โฟกัสไปที่ ‘ต้นเหตุ’ ของขยะ ทำยังไงให้เกิดขยะน้อยที่สุด หนึ่งในเรื่องที่ทำคือการลดการใช้กระดาษแล้วเปลี่ยนมาใช้ระบบออนไลน์ต่างๆ แทน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ช่วยลดการใช้กระดาษไปถึงครึ่งหนึ่ง


“นอกจากนี้ยังผลักดันให้บริษัทลูกมีการดูแลในเรื่องของขยะต่างๆ เช่นกัน  ธุรกิจของบริษัทลูกเกี่ยวข้องกับขยะประเภทไหนก็พยายามจัดการกับขยะประเภทนั้นให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงสร้างให้พนักงานมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน”

 

 

เช่นเดียวกับ “ดร.ชญานิน เทพาคำ” ประธานกรรมการบริหาร บมจ.สิงห์ เอสเตท (S) ที่มองว่า การทำลายธรรมชาติลงไปให้เรามีเงินมากแค่ไหนก็ไม่สามารถกู้ธรรมชาตินั้นให้กลับมาในชั่วอายุคนหนึ่งรุ่น ดังนั้นสิ่งที่บริษัททำคือการ ‘อยู่ร่วมกับธรรมชาติ’ และช่วยดูแลรักษาธรรมชาติไปคู่กัน เรามีโรงแรมนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเขาก็มาเพราะธรรมชาติ ที่ผ่านมาเรามีโครงการดูแลทะเลเพราะเชื่อว่าออกซิเจนส่วนใหญ่มาจากท้องทะเล อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นให้กับชีวิตที่หลากหลาย ที่ผ่านมาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้รับผลกระทบจากขยะที่ลอยมาในทะเล ถุงพลาสติก 1 ใบ สามารถเดินทางไกลไปถึงทะเลได้ ดังนั้นถ้าเราไม่ทิ้งขยะไม่เป็นที่ ก็จะช่วยลดขยะที่ลงไปสู่ทะเลได้เช่นกัน


“เราพยายามเชิญชวนให้ ‘ลด ละ เลิก’ การใช้ถุงพลาสติกที่เป็น Single Use ในศูนย์อาหาร Sun Plaza ของตึก Sun Tower ให้ร่วมมือกับเราโดยการลดใช้ถุงพลาสติกเปลี่ยนมาถุงผ้าแทน และมีการแยกขยะทิ้งตามประเภท นำขยะพลาสติกมาทิ้งที่เราเพื่อแลกเป็นคะแนน เป็นต้น”


ด้าน “จินดา มไหสวริยะ” รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EASTW) บอกว่า ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมามีการเขียนเป็นนโยบายไว้เลยว่าจะ ‘กันเงิน 5% ของกำไรสุทธิมาดูแลด้านสิ่งแวดล้อม’ เราทำมาตั้งแต่ต้นและไม่ได้มองว่าเป็น Cost ของธุรกิจแต่ประการใด แต่เป็นการ ‘แบ่งปันกำไร’ คืนกลับสู่สังคม ซึ่งผู้ลงทุนที่เข้ามาลงทุนก็จะเห็นนโยบายนี้ชัดเจนมาตั้งแต่ต้นแล้ว ในด้านของการดูแลขยะเรามีถังขยะแยกตามประเภทไว้ในชั้นต่างๆ เพื่อช่วยในการคัดแยกขยะตั้งแต่เบื้องต้น รวมถึงการจัดหน้าบ้าน (บริเวณฟุตบาทและป้ายรถเมล์) ให้สวยและเตรียมถังขยะไว้ให้ เป็นการปิดจุดอ่อนเพื่อลดโอกาสที่คนภายนอกที่มาใช้บริการแล้วทิ้งขยะลงบริเวณดังกล่าวด้วย


“โครงการดีๆ แบบนี้เรายังชักชวนผู้เช่าให้มาร่วมด้วย รวมถึงจะขยายไปสู่ชุมชนบริเวณข้างเคียงต่อไป ด้วยการให้ความรู้ ส่งเสริม เพื่อมีส่วนร่วมในการสร้างขยะให้น้อยลงนั่นเอง”


ในขณะที่ พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา” ผู้อำนวยการ เครือข่ายเพื่อความยั่งยืนแห่งประเทศไทย (TRBN) มองว่า เรื่องของ ESG นี้เป็นเรื่องของ ‘ความใส่ใจ’ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมากกว่าที่จะมองในเรื่องของการลงทุนว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของการแบ่งปันเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศต่อไปเป็นสำคัญ


สำหรับโครงการ “ถนนวิภาวดีฯ ไม่มีขยะ” ของสำนักงานก.ล.ต. ในครั้งนี้ ถือเป็นปฐมบทสู่ความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ของประเทศต่อไป โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 ธ.ค. 19 นี้ ซึ่งตรงกับ ‘วันสิ่งแวดล้อมไทย’ พอดี ก็หวังว่าบริษัทจดทะเบียนทั้ง 38 แห่งที่อยู่บนถนนวิภาวดีฯ จะตอบรับคำเชิญเข้าร่วมโครงการดีๆ ในครั้งนี้กันอย่างพร้อมเพรียงเลยทีเดียว

Tags:
Share: