“พินัยกรรม”...ทำได้เฉพาะคนรวยจริงหรือ?

เมื่อได้ยินคำว่า “พินัยกรรม” เราจะนึกถึงละครที่มักสื่อถึง เศรษฐีคนหนึ่งเสียชีวิตแล้วมีทนายความประจำตระกูล มาพบทายาทแล้วนั่งรวมกันในห้องรับแขกคอยฟังการเปิดพินัยกรรมว่าแต่ละคนจะได้รับทรัพย์สินใดบ้าง ทำให้หลายท่านคิดว่า การทำพินัยกรรมเป็นเรื่องเฉพาะคนรวยเท่านั้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรมีข้อมูลดังนี้ครับ

         

 

“พินัยกรรม” หมายถึง เจตนาของบุคคล ที่ตั้งใจจะจัดการส่งต่อทรัพย์ที่ตนเป็นเจ้าของในขณะมีชีวิตอยู่ ให้กับบุคคลหรือองค์กรใดก็ตาม ภายหลังจากตนเองเสียชีวิตแล้ว ทรัพย์ที่ส่งต่อนั้นจะเรียกว่า ‘มรดก’ โดยพินัยกรรมที่มีรูปแบบตรงตามกฎหมายกำหนดทำได้ 5 แบบ คือ แบบธรรมดา แบบเขียนเองทั้งฉบับ แบบเอกสารฝ่ายเมือง แบบเอกสารลับ และ แบบทำด้วยวาจา  พินัยกรรมไม่ว่าแบบใด เป็นประโยชน์ต่อคนทุกระดับชั้นฐานะ ด้วยเหตุผลดังนี้

 

 

  1. ส่งต่อมรดกให้ทายาทที่ต้องการได้ถูกคน หากไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ เมื่อบุคคลถึงแก่ความตาย มรดกจะถูกแบ่งให้ทายาทโดยธรรมตามลำดับ ซึ่งบางกรณีอาจไม่ได้เป็นดั่งความต้องการของเจ้ามรดก ยกตัวอย่าง คู่สามี ภรรยา มิได้จดทะเบียนสมรส ภรรยาตั้งครรภ์  แม้สามีตั้งใจจะยกทรัพย์แก่บุตรในอนาคต แต่หากสามีเสียชีวิตโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม มรดกของสามีจะตกไปถึง บุพการี หรือ พี่น้อง ของสามี  ตามลำดับทายาทตามกฎหมาย  เพราะการไม่จดทะเบียนสมรส ทำให้ภรรยาไม่ถือเป็นทายาทโดยธรรมแม้ตั้งครรภ์ก็ตาม บุตรที่เกิดมาไม่อาจรับทรัพย์มรดกของสามี

 

 

  1. จัดการมรดกส่งต่อให้ทายาทได้อย่างเหมาะสม พินัยกรรมสามารถระบุสัดส่วน หรือ แบ่งแยกประเภทมรดก ให้เหมาะสมกับผู้รับมรดกตามที่ผู้ทำพินัยกรรมตั้งใจจะยกมรดกให้ ตัวอย่างเช่น  บิดาทำพินัยกรรม ยก สวน ไร่นา ให้บุตรที่ชอบการเกษตร ยกหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ให้บุตรที่ชอบลงทุนยกบ้านหลังเล็กให้น้องชายอยู่อาศัย เป็นต้น


  2. ลดการขัดแย้งของทายาท ภายหลังการเสียชีวิตของบุคคลที่ไม่ได้ทำพินัยกรรม กฎหมายบังคับต้องมีการแบ่งมรดกเป็นสัดส่วนเท่าๆกันให้แก่ทายาทโดยธรรม ซึ่งการแบ่งมรดก ไม่ว่าฐานะไหน มรดกมีจำนวนมากหรือน้อย หากทายาทตกลงกันไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม ย่อมนำมาซึ่งความขัดแย้งภายในครอบครัว หากทำพินัยกรรมไว้จะช่วยลดการขัดแย้งของทายาทได้


  3. ประหยัดเวลาจัดการมรดกแก่ทายาท เมื่อพินัยกรรมมีการระบุทรัพย์สิน และผู้รับมรดก หรือมีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกในพินัยกรรม ย่อมลดเวลาแก่ทายาทในการสืบหาทรัพย์และเวลาในการประสานงานหน่วยงานต่างๆ เช่น ศาล สถาบันการเงิน หน่วยงานราชการ เป็นต้น

           


จะเห็นได้ว่าการทำ
‘พินัยกรรม’ เหมาะสำหรับคนทุกระดับชั้นฐานะที่มีความประสงค์ส่งต่อมรดกของตนให้ถึงมือผู้รับตามที่ตั้งใจ  ส่วนรูปแบบการทำพินัยกรรมทั้ง 5 แบบที่กล่าวข้างต้น สามารถทำให้ถูกต้องและครบองค์ประกอบของแต่ละแบบได้อย่างไร สามารถศึกษาเพิ่มเติมต่อได้ แต่ ปัจจัยที่ต้องควรตระหนักคือความไม่แน่นอนของชีวิต ไม่มีใครรู้วันตาย เมื่อมีความประสงค์ทำพินัยกรรม ควรดำเนินการทันที

 

 

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand  , TFPA Facebook Fanpage และ  www.tfpa.or.th

 

Share:

Related Stories