โค้งท้ายปี 62 แรงส่งปีนี้เศรษฐกิจโต 2.6% “ท่องเที่ยวโตแรง-ส่งออกฟื้นตัว” ช่วยดัน

เศรษฐกิจไทยในช่วงโค้งสุดท้ายปีนี้ คงยังต้องใช้แรงผลักดันจากภาคต่างๆเข้ามาร่วมวงด้วย แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลออกมาตรการชิมช็อปใช้ มากระตุ้นกำลังซื้อในประเทศก็ตาม แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้สามารถเติบโตตามเป้าหมาย 2.6%


ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. รายงานสัญญาณเศรษฐกิจเดือนต.ค. ที่ผ่านมา ยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว โดย “ดอน นาครทรรพ “ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาคธนาคารแห่งประเทศไทย ฉายภาพรวมว่า ตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ต.ค.62 ชี้ว่า การบริโภคเอกชนปรับสูงขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และปรับขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา (QoQ)


แต่อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังมีความกังวลว่าการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับตัวสูงขึ้น มาจากมาตรการชิมช็อปใช้ ดังนั้นจึงยังจะต้องพิจารณาตัวเลขการบริโภคของเดือน พ.ย.นี้อีกครั้ง ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐ เดือน ต.ค. กลับมาหดตัวตามรายจ่ายลงทุน


สำหรับภาคการส่งออก ไม่รวมทองคำเดือน ต.ค. หดตัว 5.0 %จากระยะเดียวกันปีก่อน และช่วง 10เดือนแรกปีนี้ ติดลบ 3% แต่ธปท.คาดหวังว่าช่วงที่เหลือปีนี้ ภาคส่งออกจะกลับมา ส่วนหนึ่งเพราะฐานการส่งออกไตรมาส 4/2561 อยู่ระดับต่ำ และเรื่มเห็นสัญญาณสินค้าส่งออกในบางหมวดที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นในเดือน ต.ค. เช่น ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ผลิตภัณฑ์วงจรรวม (IC) และส่วนประกอบรถยนต์ เป็นต้น


“เราแนะนำให้ติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ซึ่งหากสามารถตกลงกันได้จะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนการส่งออกของไทย “


ขณะที่มูลค่าการนำเข้าลดลงเช่นกันในเกือบทุกหมวดสินค้าที่ 9.2% สอดคล้องกับตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวลงเช่นกันที่ 8.5% และ 3.1% ตามลำดับ


สำหรับภาคการท่องเที่ยว ธปท .คาดว่า น่าจะขยายตัวได้ 12.5 ช่วงไตรมาส 4 นี้ เป็นช่วงไฮซีชั่น ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เป็นแรงส่งเศรษฐกิจที่เติบโตได้ตามเป้าหมาย


ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัด เดือน ต.ค. เกินดุล “ลดลง”ตามดุลการค้า และดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุลสุทธิจากด้านสินทรัพย์


“แต่จากที่ประเมินแนวโน้มของปี 2563 เชื่อว่าโอกาสที่เศรษฐกิจจะไถลลงต่ำกว่าที่ผ่านมาน่าจะมีไม่มากแล้ว แต่การปรับดีขึ้นก็อาจจะไม่เห็นชัดเหมือนในอดีตที่ผ่านมา จึงต้องลุ้นกันว่าปีนี้จะทำได้ถึง 2.6% หรือไม่ ซึ่งเราจะมีการรีวิวตัวเลขเศรษฐกิจอีกครั้งในการประชุมกนง.วันที่ 18 ธ.ค.นี้” นายดอน กล่าว


สำหรับมุมมองภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปี 2563 “ดอน” กล่าวว่า ยังมีปัจจัยบวกที่จะเข้ามาหนุนเศรษฐกิจ ได้แก่ งบประมาณภาครัฐปี 2563 ที่มีการเบิกจ่ายล่าช้าจะถูกเลื่อนไปเบิกจ่ายในปีหน้า ทิศทางการค้าโลกระยะหลังมีสัญญาณที่ดีขึ้น และการลงทุนภาคเอกชนที่ได้อานิสงส์จากโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในพื้นที่อีอีซี แลละการกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐผ่านมิติต่างๆ เหล่านี้จะเป็นปัจจัยหนุนต่อเศรษฐกิจไทยในปีหน้า


ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ เดือน ต.ค. ้ พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากเดือนก่อนมาอยู่ที่ 0.11% ตามอัตราเงินเฟ้อในหมวดพลังงาน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัวที่ 0.44% สำหรับอัตราการว่างงานในเดือน ต.ค.ลดลงเล็กน้อยจากที่กำลังแรงงานนอกภาคแรงงานกลับเข้ามาในภาคการเกษตรเพิ่มขึ้น

Share: