จีนเริ่มใช้ระบบสแกนหน้ายืนยันตัวตนก่อนใช้อินเทอร์เน็ต

ทางการจีนเริ่มใช้บังคับกฎระเบียบใหม่ที่กำหนดให้ผู้ที่ลงทะเบียนใช้งานซิมโทรศัพท์มือถือต้องสแกนใบหน้าก่อนทุกครั้ง เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน

 

 

รัฐบาลจีนประกาศกฎการสแกนใบหน้าในการลงทะเบียนใช้ซิมการ์ดเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผลบังคับใช้จริงในวันนี้ (1 ธ.ค. 2019) โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการปกป้องสิทธิอันชอบธรรมและผลประโยชน์ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต

 

 

ที่ผ่านมาผู้ลงทะเบียนใช้งานซิมโทรศัพท์มือถือใหม่หรือเข้าใช้อินเทอร์เน็ต ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนเช่นที่ปฏิบัติกันในหลายประเทศ และต้องถ่ายภาพเพื่อยืนยันตัวตน ทว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ รัฐบาลจีนพยายามให้ประชาชนทุกคนยืนยันตัวตนที่แท้จริง อาทิ ในปี 2017 ทางการกำหนดให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงก่อนที่ผู้ใช้งานจะโพสต์เนื้อหาต่างๆ

 

 

แต่นับจากนี้เป็นต้นไป ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจีนต้องสแกนใบหน้าเพิ่มอีกขั้นตอนหนึ่ง เพื่อตรวจสอบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับในบัตรประจำตัวประชาชนที่ให้ไว้หรือไม่ เพื่อให้รัฐบาลสามารถระบุตัวตนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือได้ทุกคน

 

อย่างไรก็ดี หลังทางการประกาศกฎดังกล่าว บรรดาผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในจีนต่างแสดงความกังวลว่ารัฐบาลเริ่มเก็บข้อมูลของประชาชนมากขึ้นๆ เช่น ผู้ใช้เว่ยปั๋วรายหนึ่งระบุว่า “เราเริ่มถูกจับตามองอย่างเช้มงวดขึ้นทุกวัน รัฐบาลจีนกลัวอะไรพวกเรา”

 

 

ขณะที่อีกหลายคนบ่นว่าข้อมูลในอินเทอร์เน็ตของพวกเขารั่วไหลบ่อยครั้ง “เมื่อก่อนพวกโจรจะรู้ว่าเราชื่ออะไร แต่อนาคตโจรพวกนี้จะรู้จักกระทั่งหน้าตาของพวกเรา” ผู้ใช้เว่ยปั๋วอีกรายกล่าว ซึ่งความคิดเห็นนี้มียอดไลค์กว่า 1,000 ครั้ง ส่วนอีกรายหนึ่งเผยว่า “กฎนี้ออกโดยไม่ได้รับความยินยอมของสาธารณชน”

Share: