สแกนเศรษฐกิจไทย ปี’63 ซึม รอแรงส่งเศรษฐกิจโลกผงกหัว

สัญญาณชีพของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 4 ดูจะเป็นความหวังที่สดใสสุดในรอบปีนี้  

 

หลังจากที่ช่วงไตรมาส 3 ที่ออกมาแย่กกว่าที่ตลาดคาดการณ์กัน โดยอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP)  2.4% แต่ถือว่ากระเตื้องขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา สาเหตุหลักๆ จากภาคส่งออกที่หดตัวเป็นสำคัญ ฉุดให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว ทำให้นักเศรษฐศาสตร์มองว่าได้ผ่านจุดตำ่สุดไปแล้ว

 

 
โดยมุมมองของดร.สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) บอกว่า 3 เดือนหลังของปีนี้ มีสัญญาณเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จากภาคท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น และภาคส่งออกน่าจะเริ่มค่อยๆ ฟื้นตัวมนไตรมาสนี้ เนื่องจากเห็นตัวเลขภาคการผลิตของจีนพลิกกลับมาดีขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลบวกต่อภาคส่งออกไทยได้รับออร์เดอร์อีกครั้งฝ

 


“เรามองว่าเศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว หลังจากที่ปีนี้เจอปัจจัยต่างประเทศ ที่ฉุดส่งออกไทยในช่วงที่ผ่านมา และเห็นสัญญาณชัดเจนจากการลงทุนที่แย่ลงและส่งผลมาสู่ภาคการบริโภคหรือกำลังซื้อในขณะนี้ “



ดังนั้นภาพโดยรวมของเศรษฐกิจปีนี้ยังอยู่ในทิศทางชะลอตัว ท่ามกลางความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย ดังนั้น จึงได้ปรับประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปี 2562 นี้ ลดลงเหลือ 2.4% จากเดิมคาดการณ์ 2.9% สาเหตุที่ปรับลด GDP เนื่องจากภาคส่งออกที่ติดลบ 2.5% จากผลกระทบประเด็นสงครามทางการค้าที่ยืดเยื้อมาตลอดทั้งปี  

 


อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยอยู่ในชภาวะชะลอตัวมาตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งปกติวัฏจักรขาลงจะเกอดขึ้นราว 2-3 ปี และจะสามารถกลับมาฟื้นตัวไม่เกินระยะเวลา 1 ปี

 

“ปีหน้า เศรษฐกิจไทยยังซึม แต่เศรษฐกิจนอกประเทศ น่าจะสว่างมากกว่าในประเทศ  เนื่องจากประเทศยักษ์ใหญ่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น มีเสถียรภาพ แสดงว่ากรอบล่างของเศรษฐกิจโลกอยู่ระดับจำกัด  ดังนั้นเมื่อเศรษบกิจโลกเริ่มผงกหัว  ภาคส่งออกจะได้อานิสงค์  และจะไม่ได้เป็นตัวฉุดเศรษฐกิจไทยแล้ว แต่จะเป็นตัวช่วยด้วยซ้ำ แต่ภาพโดยรวมของเศรษบกิจไทยอาจจะยังไม่ได้ผงกหัวตาม  คิดว่าจะเห็นชัดเจนต้องปี 2564”

 


ทั้งนี้ดร.สมประวิณ ประมาณการณ์จีดีพีไทยปีหน้า เติบโต2.5% โดยภาคส่งออกจะกลับมาขยายตัว 1.5% เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกเริ่มจะฟื้นตัว หลังจากที่ธนาคารหลายประเทศ ได้ใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำ ส่งนภาคการท่องเที่ยวจะเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษบกิจในประเทศ ซึ่งแนวโน้มนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 3 ล้านคน



ขณะที่ผลสำรวจของ China Outbound Tourism Research Institute คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มขึ้น 180 ล้านคนในปี 2562 และจะเพิ่มเป็น 300 ล้านคนในปี 2569  ซึ่งหากไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนมาไทยได้ประมาณ 6% หรือประมาณ 18 ล้านคนในปี 2569


 
ดร.สมประวิณกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2563  จะต้องใช้ทั้งนโยบายการเงินและการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยต่อเนื่อง โดยคาดว่าน่าจะเห็นคณะกรรมการนโยบายการเงิน ของแบงก์ชาติ ปรับลดดอกเบี้ยอีกครั้งในไตรมาส 1 และรัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น เนื่องจากสัดส่วนหนี้สาธารณะยังอยู่ระดับต่ำ  42% เท่านั้น



นอกจากนี้จะเห็นภาครัฐบาลมีการอัดฉีดเงินงบประมาณเต็มๆตั้งแต่เดือนก.พ. 2563 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนเข้าระบบเศรษฐกิจและเพิ่มความเชื่อมั่นด้านการลงทุน  น่าจะทำให้การลงทุนภาคเอกชนกลับมาได้000000

Share: