เป็น “หนี้เสีย” บัตรเครดิตต้องทำอย่างไร?

เชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ต้องประสบปัญหาหนี้บัตรเครดิตกันไม่มากก็น้อย ใครมีวินัยจ่ายตรง จ่ายครบตามกำหนดก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าใครจ่ายช้าแถมยังก่อหนี้เพิ่มอีก ในไม่ช้าสถานะทางการเงินต้องเข้าสู่วิกฤตอย่างแน่นอน


เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่สามารถชำระหนีได้แล้ว เนื่องจากรายรับที่มีน้อยกว่ายอดค่าใช้จ่าย การปรับโครงสร้างหนี้หรือการเจรจาประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ขอลดยอดหนี้ลงบางส่วน ขอขยายเวลาการชําระหนี้ ขอลดจํานวนเงินที่ต้องผ่อนในแต่ละงวด หรือขอหยุดดอกเบี้ยและไม่คิดดอกเบี้ยระหว่างที่ผ่อนชําระ เป็นต้น นอกจากจะเป็นการป้องกันไม่ให้หนี้ของเรากลายเป็นหนี้เสียแล้ว ยังแสดงออกถึงความตั้งใจในการชำระหนี้อีกด้วย

 



แต่ถ้าไม่ทันละ หนี้ของเรากลายเป็น “หนี้เสีย” ไปแล้ว จะทำอย่างไรดี? วันนี้ Wealthy Thai มีข้อมูลดีๆจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มาฝากกัน

 

 

ขอลดหนี้ค้างชำระแบบ “แฮร์คัต”

แม้หนี้ของเราจะกลายเป็นหนี้เสียไปแล้ว ก็ยังสามารถใช้กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้และประนอมหนี้ได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าปรับไปแล้วก็ยังไม่รอด เพราะไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระได้อีก สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป คือ สถาบันการเงินจะฟ้องร้องเพื่อให้เราชำระหนี้ ส่วนเรามีหน้าที่เดินหน้าตามกระบวนการ อย่าหนี และถ้าวันใดมีเงินเข้ามาพอจะชำระหนี้ที่เหลือได้ ถ้าเจ้าหนี้ใจดียอมปรับลดมูลค่าหนี้ลงบ้าง เราก็สามารถเข้าไปเจรจาเพื่อขอลดหนี้ค้างชำระได้ เรียกว่า แฮร์คัต (Hair cut) จะได้ชําระหนี้ปิดบัญชี


ทั้งนี้ การแฮร์คัต สถาบันการเงินหรือหน่วยงานติดตามหนี้ของสถาบันการเงินจะเป็นคนยื่นข้อเสนอมาให้ (แต่ถ้าเราไม่ลองติดต่อเข้าไปก็ไม่มีทางรู้ ว่าจะได้รับส่วนลดหรือไม่) และส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ที่มีการค้างชําระมานาน โดยโอกาสที่จะได้ลดหนี้ค้างชําระขึ้นอยู่กับการเจรจาและนโยบายของแต่ละสถาบันการเงินด้วย


เมื่อเจรจาลดหนี้เพื่อปิดบัญชีได้แล้ว จะต้องได้รับหนังสือยืนยันการปิดบัญชีจากสถาบันการเงินก่อนที่จะไปชำระเงิน และจะต้องชำระเงินกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้เท่านั้นไม่ใช่ตัวแทน หลังจากนั้นสถาบันการเงินจะส่งเอกสารยืนยันการปิดบัญชีมาให้อีกครั้งหนึ่ง (ต้องเก็บรักษาใบเสร็จและเอกสารยืนยันเอาไว้) จากนั้นรอเวลาอีก 1-2 เดือน ให้ไปตรวจสอบประวัติเครดิตที่เครดิตบูโรว่าสถาบันการเงินได้นําส่งประวัติเครดิตที่ถูกต้องแล้วหรือยัง

 

 

เปลี่ยน “หนี้เสีย” กลับเป็น “หนี้ดี”

เมื่อปิดบัญชีหนี้แล้ว แม้จะไม่สามารถลบประวัติเครดิตที่ไม่ดีออกไปได้ แต่เราสามารถสร้างเครดิตที่ดีขึ้นเพื่อเข้าไปแทนที่ได้ เพราะสถาบันการเงินจะส่งข้อมูลเครดิตให้กับเครดิตบูโรทุกเดือน ถ้าเรามีวินัย ชำระหนี้ตรงเวลา ข้อมูลการชำระหนี้ใหม่ที่ดีก็จะทยอยเข้าไปแทนที่ประวัติไม่ดีมากขึ้น จนเวลาผ่านไป 3-5 ปี แล้วแต่ประเภทของสินเชื่อ ข้อมูลเครดิตที่ไม่ดี ผิดนัดชำระ จะทยอยหายไปจากฐานข้อมูล แล้วประวัติของเราก็จะกลับมาใสสะอาดอีกครั้ง ถ้าไม่มีการแก้ไขให้กลับมาเป็นหนี้ที่ดี ยังมีหนี้ค้างชำระ ประวัติการค้างชำระก็จะไม่หายไปไหน เวลาจะทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคตก็จะยากลำบากมากยิ่งขึ้น




อย่างไรก็ตาม การใช้บัตรเครดิตขึ้นอยู่กับวินัยของแต่ละบุคคล หากเรามีวินัยที่ดี ชำระหนี้ตรงเวลา และประมาณค่าใช้จ่ายพอตัว สถานการณ์ทางการเงินของเราก็จะไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤต แต่ถ้าพลาดแล้วควรตั้งสติและเริ่มแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ปรับลดค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ทยอยจ่ายหนี้อย่างอดทน ไม่ก่อหนี้เพิ่ม และสิ่งสำคัญ คือ การเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ เชื่อว่าถ้าเราบริหารจัดการเงินได้ดี ปัญหาหนี้เสียจะไม่ตามมาอย่างแน่นอน

 

 

 

 

Share: