“บลจ.วี”...ส่ง ‘กอง WE-GEQUITY’ ลุยหุ้นคุณภาพดีทั่วโลก ขายถึง 18 ธ.ค. 19 นี้

 

“บลจ.วี”...ส่งท้ายปี ส่ง ‘กอง WE-GEQUITY’ ชูกลยุทธ์คัดหุ้นคุณภาพดี พื้นฐานธุรกิจแกร่งทั่วโลก บริหารโดย ‘Fundsmith LLP’ ผู้จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญการคัดเลือกหุ้น สร้างโอกาสรับผลตอบแทนในทุกภาวะตลาด ขายวันนี้- 18 ธ.ค. 19 นี้ 

 


น.ส.นิตยา เลิศแสงเพชร
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์และช่องทางบริการ บลจ. วี จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2020 ปัจจัยสำคัญต่อการลงทุน คือ  ปัญหาสงครามการค้าที่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน และคาดว่าความไม่แน่นอนของสงครามการค้าจะยังคงมีอยู่ในปี 2020 ทำให้แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับต่ำ รวมไปถึงแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการลงทุนยังคงอ่อนแอและอาจมีผลต่ออัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยผลักดันให้ธนาคารกลางมีโอกาสลดดอกเบี้ยลงได้อีกในปีหน้า หลังจากปัจจุบันที่ธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางหลายๆ ประเทศเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เพื่อประคองการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากตราสารหนี้จะยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ

 

 

อย่างไรก็ตาม การดำเนินผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน (QE) ของสหรัฐในปัจจุบัน เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจนั้น คาดว่าน่าจะเริ่มเห็นผลในเชิงบวกต่อต่อระบบเศรษฐกิจในปีหน้า ซึ่งบริษัทประเมินว่า หากสหรัฐฯสามารถรักษาระดับการเติบโตทางเศรษกิจในปัจจุบันที่ระดับ 1.9% หรือได้เป้าหมาย 2% จะทำให้อัตราผลตอบแทนของแต่ละสินทรัพย์ทั้งหุ้นและตราสารหนี้สหรัฐสามารถปรับตัวอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

 

“โดยรวมเแม้เศรษฐกิจจะยังไม่เกิดภาวะถดถอย แต่ผลกระทบจากสงครามการที่ยังมีผลอยู่ต่อไป และการใช้มาตรการ QE ของสหรัฐที่ยังต้องดูผลว่าจะเป็นอย่างไรนั้น ทำให้เศรษฐกิจและการลงทุนอยู่ในภาวะที่ไม่แน่นอน ซึ่งบริษัทมองว่าไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ‘การเลือกหุ้นที่ดี’ ยังเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนในการจัดพอร์ตการลงทุนในหุ้น โดยเฉพาะหุ้นที่มีคุณภาพในการทำกำไรที่ดี มีพื้นฐานการทำธุรกิจที่แข็งแกร่งจากการเติบโตจากความต้องการของโลก (Secular Growth) โดยสะท้อนจากแม้ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในอดีต หุ้นจดทะเบียนในประเทศพัฒนาแล้วดังกล่าว เช่น กลุ่ม Medical supply, Healthcare, Equipment, Solution service ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี”

 

 

น.ส.นิตยา ยังกล่าวอีกว่า การกระจายการลงทุนในหุ้นที่มีคุณภาพการทำกำไรที่ดี เช่น มีกำไรจากการดำเนินงาน (Returns on Capital Employed) ในรูปเงินสดอย่างสม่ำเสมอและยาวนาน สามารถสร้างอัตราการเติบโตของธุรกิจจากการนำกระแสเงินสดมา re-invest ได้สูง โครงสร้างทางธุรกิจที่ได้เปรียบ จากคู่แข่งเลียนแบบยาก ต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และมีอำนาจการต่อรองสูง จะทำให้พอร์ตการลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนในระดับที่ดี  บริษัทจึงเปิดเสนอขาย IPO ‘กองทุนเปิด วี โกลบอล อิควิตี้ (WE-GEQUITY)’ วันนี้ -18 ธ.ค. 19  เน้นลงทุนในกองทุน ‘Fundsmith Equity Fund’ ซึ่งบริหารจัดการโดย ‘Fundsmith LLP’  ผู้จัดการกองทุนของอังกฤษ ที่มีความเชี่ยวชาญในการคัดเลือกหุ้นรายตัวจากปัจจัยพื้นฐาน ที่มีชื่อเสียงและมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น จากแนวทางการเลือกหุ้นคุณภาพดี ลงทุนแบบ ระยะยาว (Long-term investor) , ซื้อแล้วถือ (Buy and Hold Strategy) เพื่อให้หุ้นสร้างมูลค่าอย่างต่อเนื่อง

 

 

นายอิศรา พุฒตาลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.วี จำกัด กล่าวว่า ในด้านการบริหารพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก Fundsmith Equity Fund  ที่เป็นจุดแข็งและแตกต่างของ Fundsmith LLP นอกจากการเลือกบริษัทที่มีการเติบโตที่ดีแล้ว ในด้านการประเมินมูลค่าหุ้นมีจุดเด่นในการวิเคราะห์ราคาที่ดีบนแนวคิด  Don’t Overpay ด้วยการประเมินมูลค่าหุ้นจากการวิเคราะห์ Free Cash Flow Yield ปัจจุบันที่คาดว่าจะสามารถเติบโตในอนาคตได้ 4-5 เท่า และหลักการ Do nothing  คือ

 

 

1.) ไม่เก็งกำไรในหุ้นที่คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนในระดับสูง หรือหุ้นที่คาดว่าราคาลงทุนไปต่ำแล้ว 2.) ไม่เลือกจังหวะเข้าลงทุน (Market Timing) 

3.)  ไม่ทำการขายหุ้นตามกระแสตลาด หากหุ้นที่ถืออยู่ยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

4.)  จะทำการขายหุ้นนั้นๆ เมื่อปัจจัยพื้นฐานในการทำธุรกิจเปลี่ยน หรือเมื่อมีโอกาสทำกำไรที่ไม่ควรพลาด

 


“ถือเป็นกลยุทธ์ลงทุนที่ทำให้ Fundsmith มีผลการดำเนินงานที่ดีและเป็นที่รู้จัก มีขนาดของกองทุนเติบโตอย่างต่อเนื่อง”



ในด้านผลการดำเนินงานกองทุนหลัก (ณ วันที่ 29 พ.ย. 19) กองทุนหลัก Fundsmith Equity Fund  ให้ผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปี  25.36%,  ย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่  16.73%,  3 ปีอยู่ที่ 60.61% และย้อนหลัง 5 ปี  133.35%  เทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน MSCI World Index  ซึ่งอยู่ที่  20.83%, 12.72% ,  33.96% ,   และ 63.22% ตามลำดับ

 

“ด้วยกลยุทธ์ลงทุนเน้นเลือกหุ้นรายตัวของ Fundsmith บริษัทมองว่า ‘กอง WE-GEQUITY’ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการวางแผนการลงทุนในตลาดต่างประเทศในภาวะที่เศรษฐกิจและการลงทุนยังมีแนวโน้มความไม่แน่นอน เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนอยู่ในระดับต่ำ”

Share: