The conversation ภารกิจพลิกฟื้น A&W ในวันที่คนดื่ม ROOT BEER ลดลง

ย้อนไป 20-30 ปีก่อนในสมัยก่อนหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมของวัยรุ่นสมัยนั้นหนีไม่พ้น Root Beer และหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในตลาด Root Beer ในไทย คือ A&W  


จุดขายของ A&W คือ วาฟเฟิล ที่หอมอร่อยกับ Root Beer เย็นๆ ในยุคนั้นไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการกินทั้ง 2 อย่างนี้คู่กัน จนในอดีตว่ากันว่า A&W เป็นสถานที่นัดพบกันของหนุ่มสาวคู่รักที่ฮอตที่สุดในสมัยนั้น


แต่เมื่อเวลาผ่านไป Root beer กลับไม่หอมหวาน  ยุคสมัยผ่านไปคนรุ่นใหม่ไม่สนใจจะดื่ม Root Beer อีกแล้ว ทำให้ร้าน A&W ต้องหากลยุทธ์ใหม่เพื่อสร้างการเติบโต และยิ่งการเปลี่ยนแปลงของผู้ถือหุ้นรายใหม่ ที่เข้ามาถือหุ้นของ GLOCON หรือ บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ที่เห็นอนาคตของ A&W และต้องการพลิกฟื้นธุรกิจที่ขาดทุนให้กลับมาสดใสอีกครั้ง

 

 

เมนูที่ขายดีที่สุดไม่ใช้ Root Beer

 

“เมนูที่ขายดีที่สุดของ A&W ในวันนี้ไม่ใช่ Root Beer แต่เป็นข้าวปลาลุยสวน”  คำพูดนี้ถูกเปิดเผยโดยเชิดศักดิ์  กู้เกียรตินันท์ ประธานกรรมการบริหาร GLOCON เจ้าของ A&W ในไทย ได้พูดถึงสถานการณ์ของ A&W ในขณะนี้ โดยเขามองว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันของ A&W เปลี่ยนไป จากเมนูยอดฮิตที่ขายในร้าน A&W ไม่ใช่เมนูที่เกี่ยวข้องกับ A&W เลย แต่เป็นเมนูอาหารไทยที่บริษัทได้ใส่เข้าไป


กลุ่มลูกค้าของ A&W เราต้องยอมรับว่าเป็นกลุ่มลูกค้าในวัย 40 ขึ้นไป ซึ่งคนกลุ่มนั้นเป็นกลุ่มที่ดื่ม Root Beer กับกินวาฟเฟิล  ทำให้เราต้องปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ และที่ผ่านมา เราได้ปรับรูปแบบทำธุรกิจไปค่อนข้างมาก และเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นและรีบเร่งในการแก้ไขปัญหา


โดยภายหลังจากที่เราเข้ามาบริหารบริษัทได้มีการปรับโครงสร้างของ GLOCON ไปมากมาย อย่างในส่วน A&W นั้นมีการปรับไปค่อนข้างเยอะ อย่างในสาขาขนาดใหญ่ที่เราเปิดให้บริการ เชื่อไหมว่า บางสาขา นั้นไม่ได้ทำกำไรให้เราเลย มีผลการดำเนินงานที่ขาดทุน ในขณะเดียวกันหลายสาขาที่เป็นสาขาขนาดเล็กกลับทำกำไรได้อย่างดี ทำให้เราต้องปรับรูปแบบในการดำเนินธุรกิจใหม่


ทั้งการปรับปรุงให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการทำสาขาที่มีอยู่เดิมให้สามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ และในขณะเดียวกันสาขาไหนที่ไม่ไหว ก็ต้องหยุด ที่ผ่านมาการทำงานของเราถือว่าดีและเป็นไปตามแผน ในอนาคตสิ่งที่เราจะทำคือ การลดอายุกลุ่มลูกค้าให้เข้าถึงกับคนในยุคปัจจุบันให้ได้มากขึ้นเพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ของบริษัทให้เติบโต

 

 

การแข่งขันยังรุนแรง

อย่างไรก็ตามในมุมมองของผู้บริหาร GLOCON มองว่า ภาพรวมการแข่งขันของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคยังเป็น “สีแดง” การแข่งขันยังสูงมาก ซึ่งการทำกลยุทธ์การตลาดเป็นสิ่งที่สำคัญ เราต้องการสร้างธุรกิจในเชิงรุก เราต้องเติมคนหนุ่มที่กล้าเสี่ยงและมีความคิดแบบใหม่ๆเข้ามา   ขณะเดียวกันต้องไม่ใช้เงินทุนที่มากเกินไปในการขยายธุรกิจ ซึ่งเรามองว่ายังเป็นไปได้ที่เราจะกลับมาทำตลาดได้ดีอีกครั้ง


สำหรับแผนการดำเนินงานของ GLOCON ในปี 2020 บริษัทวางเป้าหมายรายได้อยู่ที่  1,626 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ 25 -30 % และมั่นใจว่าผลการดำเนินงานปี 2020 จะกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง  ซึ่งเป็นผลจากการปรับโครงสร้างธุรกิจในหลายส่วนให้กลับมามีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งในอนาคต บริษัทจะมีสัดส่วนจากธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้นตามลำกับ โดยปีหน้าคาดว่าจะมีรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 31 % และธุรกิจแพ็คเกจจิ้ง อยู่ที่ 45 % ซึ่งในอนาคตสัดส่วนธุรกิจอาหารน่าจะมีสัดส่วนที่มากกว่านี้  ส่วนประเด็นการขาดทุนสะสมที่มีอยู่  794 ล้านบาท บริษัทขอเวลาอีก 2-3 ปีในการเคลียร์ส่วนนี้ให้หมด โดยคาดหวังจะใช้ผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่องเข้ามาลบล้างขาดทุนสะสมดังกล่าว

 

Tags:
Share: