“High Risk, High Expected Return”

เชื่อแน่ว่า หลายๆ คนคงเคยได้ยินประโยคซึ่งเป็นคำเตือนยอดนิยมเกี่ยวกับการลงทุนที่ได้กล่าวไว้ว่า “การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนเสมอ” กันมาบ้างไม่มากก็น้อย โดยประโยคดังกล่าวชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า  “ความเสี่ยง (Risk)” เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าผู้ลงทุนจะตัดสินใจเลือกลงทุนในอะไรก็ตาม


ทั้งนี้ ตามหลักทฤษฎีการลงทุนได้ให้นิยามว่า “ความเสี่ยง” คือ โอกาสที่อัตราผลตอบแทนที่ได้รับจริง จากการลงทุนใดๆ เบี่ยงเบน หรือคาดเคลื่อนไปจากอัตราผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนคาดหวังว่าจะได้รับจากการลงทุนนั้นๆ โดยความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ได้ทั้ง ‘ทางบวก’ และ ‘ทางลบ’ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่ว่าอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจริงจะสูง หรือต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนคาดหวังไว้มากน้อยเพียงใด ก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงทั้งสิ้น


“อย่างไรก็ตาม ในทางปฎิบัติ ผู้ลงทุนส่วนใหญ่กลับคิดว่า ‘ความเสี่ยง’ จะเกิดขึ้นเฉพาะกรณีที่ผลลัพธ์เป็นไปใน ‘ทางลบ’ หรืออัตราผลตอบแทนที่ได้รับจริงต่ำกว่าที่คาดหวังไว้เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นความเข้าใจที่ผิดครับ”

 

 

จึงขอยกตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจในเรื่องความเสี่ยงมากขึ้นโดยเปรียบเทียบการลงทุนเสมือนกับการจีบสาวสวย ซึ่งมีคู่แข่งจำนวนมาก หนุ่มที่จีบก็ย่อมคาดหวังที่จะได้สาวสวยคนนั้นมาเป็นแฟนของตน แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงอาจมีโอกาสเป็นไปดังนี้ครับ


  • กรณีแรก จีบติด และได้สาวเจ้ามาเป็นแฟนจริง ตรงตามที่คาดหวังไว้ตั้งแต่ต้น หากเปรียบกับการลงทุน ก็คือ ‘ไม่มีความเสี่ยง’ จากการลงทุนเกิดขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจริงตรงกับที่คาดหวังไว้
  • กรณีที่สอง จีบไม่ติด แม้ว่าจะเป็นสายเปย์ ทั้งพาไปเที่ยว พาไปดูหนังฟังเพลง และซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ให้มากมาย แต่สุดท้ายสาวเจ้ากลับหันไปเลือกหนุ่มอื่นแทน หากเปรียบกับการลงทุน ก็คือ อัตราผลตอบแทนที่ได้รับจริงต่ำกว่าที่ได้คาดหวังไว้ อย่างนี้ถือว่า ‘ขาดทุน’ และเป็น ความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ใน ‘ทางลบ’ ซึ่งอาจทำให้หนุ่มคนนี้เข็ดหลาบ และจำฝังใจไปอีกนานเลยทีเดียว
  • กรณีสุดท้าย จีบติด ประสบความสำเร็จ แต่กลับได้มากกว่าที่คาดตรงที่ แทนที่จะได้สาวสวยคนนั้นมาเป็นแฟนเพียงคนเดียว กลับได้เพื่อนสาวเค้ามาเป็นกิ๊กอีกคนด้วย อย่างนี้ ถือว่า ‘กำไร’ แน่นอน หากเปรียบกับการลงทุน ก็คือ ได้รับอัตราผลตอบแทนจริงสูงกว่าที่ได้คาดหวังไว้ ถือเป็นความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ใน ‘ทางบวก’ แต่ก็อาจทำให้การดำเนินชีวิตในอนาคตของหนุ่มคนนี้วุ่นวาย และยากลำบากขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้ เพราะแค่แฟนคนเดียวก็รับมือลำบากละครับ



“แน่นอนว่า การลงทุนใดที่มี ‘ความเสี่ยงน้อย’ แสดงว่า การคาดการณ์อัตราผลตอบแทนของผู้ลงทุนมีความคลาดเคลื่อนน้อย ในทางกลับกัน หากการลงทุนใดมี ‘ความเสี่ยงมาก’ ก็แสดงว่า การคาดการณ์อัตราผลตอบแทนมีความคลาดเคลื่อนมาก จึงกล่าวได้ว่า อัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง และความเสี่ยงถือเป็นสองสิ่งที่เกิดขึ้นคู่กันเสมอ เปรียบเสมือนกับอิ่วจาก้วย หรือปาท่องโก๋ ที่ต้องมี 2 ซีกคู่กัน จึงจะเรียกว่าเป็นอิ่วจาก้วย หรือปาท่องโก๋ได้”


ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ของ ‘อัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง’ และ ‘ความเสี่ยง’ จะมีลักษณะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หากการลงทุนใดมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนย่อมคาดหวังอัตราผลตอบแทนที่สูง ในทางกลับกัน หากการลงทุนใดมีความเสี่ยงต่ำ ผู้ลงทุนย่อมคาดหวังอัตราผลตอบแทนที่ต่ำ ซึ่งเป็นไปตามวลียอดนิยมของฝรั่งที่ว่า “High Risk, High Expected Return” นั่นเอง


“อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ลงทุนควรพึงระวังไว้ก็คือ การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงไม่จำเป็นต้องให้อัตราผลตอบแทนที่สูงเสมอไปนะครับ เพราะอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงอาจไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ก็เป็นได้”


นอกจากนี้ ผู้ลงทุนมักเข้าใจผิดกันมากเกี่ยวกับคำว่า “ความไม่แน่นอน (Uncertainty)” และ “ความเสี่ยง” โดยนึกว่า เป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่จริงกลับไม่ใช่ โดย ‘Frank H. Knight’ ได้แยกความหมายของ 2 คำนี้ออกจากกันอย่างชัดเจนว่า ‘ความไม่แน่นอน’ คือ เหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ หรือคำนวณหาค่าได้ ในขณะที่ ‘ความเสี่ยง’ คือ เหตุการณ์ที่คลาดเคลื่อนจากสิ่งที่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า จึงสามารถคำนวณหาค่าได้ด้วยเครื่องมือทางสถิติ


“อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการลงทุนใดๆ ไม่ได้เป็นการกระทำขึ้นเพื่อรับผลภายใต้ความแน่นอนในทันที หากแต่เป็นการกระทำเพื่อหวังผลในอนาคต หรือคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าซึ่งเกิดขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอน จึงอาจกล่าวได้ว่า ความเสี่ยงเป็นผลที่เกิดขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนซึ่งวัดค่าได้นั่นเอง”


แน่นอนว่า “ความเสี่ยง” เป็นสิ่งที่ ‘หลีกเลี่ยงไม่ได้’ ดังนั้น ก่อนที่จะเริ่มต้นลงทุนใดๆ ผู้ลงทุนควรประเมินตนเองให้ดีเสียก่อนว่า สามารถยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากน้อยเพียงใด ตลอดจนศึกษาทำความเข้าใจถึงลักษณะ และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ที่ตนเองต้องการจะลงทุน เพื่อจะได้ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ

Share: