วางแผนเก็บเงินด้วยวิธี OKRs

 

ทำไงดี…เงินก็อยากออม แต่ของก็อยากซื้อ ไหนจะทริปเที่ยวต่างจังหวัด ต่างประเทศอีก แล้วจะต้องเก็บเงินเท่าไหร่ถึงจะสร้างความมั่งคั่งไปพร้อมๆ กับการได้ใช้จ่าย “ให้รางวัล” ตัวเองด้วย ดังนั้นเริ่มต้นปีมาแบบนี้ ถือเป็นโอกาสได้เริ่มต้นเก็บเงินใหม่กัน วันนี้ Wealthy Thai เลยอยากทิปดีๆ มาฝากกัน เผื่อนำไปปรับใช้กับแผนเก็บเงินของตัวเองกันได้

 

โดยเราจะปรับจากหลัก OKRs (Objective &Key Results) ที่เป็นกลยุทธ์การตั้งเป้าหมายขององค์กร มาปรับใช้กับแผนการเงินส่วนบุคคล โดยลำดับแรกเราจะต้องตั้งเป้าหมาย หรือ Objective ขึ้นมาก่อน โดยการตั้งเป้าหมาย ต้องมี 2 ส่วนที่สำคัญคือ 1.ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นไปได้ เช่น เก็บเงินเรียนต่อ และ 2.เป้าหมายต้องท้าทาย มีโอกาสสำเร็จ 80% (ถ้าทำจริง)

 

ส่วน Key Results (KR) หรือวิธีการที่นำไปสู่เป้าหมาย ถือเป็น “หัวใจ” สำคัญของ OKRs เลยทีเดียว เพราะถ้าเราสามารถทำ KR ได้ครบ หรือได้มากเท่าไหร่ โอกาสสำเร็จมีสูง และเพื่อให้ง่ายต่อการวางแผน Wealthy Thai ได้ดีไซน์ออกมาเป็นตาราง เพื่อให้นำไปใช้ได้จริงและปรับใช้ได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

 

โดยอันดับแรก เราต้องกำหนด KR ขึ้นมาก่อน โดยสิ่งที่ควรคำนึงเมื่อกำหนด KR คือ จะต้องเป็นเครื่องมือที่วัดผลได้จริง นำไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ดังนี้

 

KR1 : การวัดผลเป็นตัวเงินที่ชัดเจน เพื่อให้เราสามารถเดินตามแผนที่วางไว้ เพราะฉะนั้นจึงควรกำหนดวงเงินที่จะเก็บไปเลย เช่น เก็บเงิน 5,000 บาท เพื่อซื้อรองเท้า เก็บเงิน 3 ล้านบาทไว้ใช้หลังเกษียณ เป็นต้น

KR2 : จำนวนเงินที่จะเก็บต่อเดือน ควรจะระบุไปเลยชัดๆ ว่าจะเก็บเดือนละเท่าไหร่ เช่น เดือนละ 500 บาท 1,000 บาท 2,000 บาท 5,000 บาท ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะเป็นการมุ่งไปที่วิธีการระหว่างทาง หากเราทำได้ เป้าหมายก็จะสำเร็จ

KR3 : เงินเก็บมาจากแหล่งไหนบ้าง เช่น เก็บแบงก์ 50 หยอดกระปุกหมู ปันผลหุ้น-กองทุนรวม ทำงานเสริม เป็นต้น เพราะบางครั้งเราไม่สามารถเก็บจาก “เงินเดือน” ได้จากช่องทางเดียว

KR4 : ระยะเวลา ซึ่งถ้าจะให้ดี ควรจะแบ่งเป็นเฟสๆ ให้ชัดเจน

 

  • ระยะสั้น (1 เดือน- 2 ปี) สำหรับเที่ยว-ซื้อของ
  • ระยะกลาง (อีก 3-5 ปีข้างหน้า) เช่น เรียนต่อป.โท ซื้อบ้าน-คอนโด ซื้อรถ แต่งงาน               
  • ระยะยาว (5 ปีขึ้นไป) เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน เงินเลี้ยงดูพ่อแม่-บุตร และเงินใช้จ่ายหลังเกษียณ

Share: