pop-up store จุดเปลี่ยนเกมของอาฟเตอร์ ยู

อาฟเตอร์ ยู ยังคงเป็นขนมหวานในใจของใครหลายคน และพิสูจน์ตัวได้เองได้แล้วว่า ไม่ได้เป็นขนมหวานที่ฮิตตามกระแส โดยการเติบโตของอาฟเตอร์ ยู หรือ AU ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการสร้างโฟกัสตลาดที่ชัดเจน ประกอบกับการคิดค้นเมนูที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะออกเมนูอะไรใหม่ก็พร้อมที่จะได้รับความนิยมทุกเมื่อ



สิ่งหนึ่งยอมความจริงว่าที่ผ่านมา นักลงทุนหลายคนมองหุ้น AU ที่มีอยู่ 38 สาขาอาจชะลอตัว จากการขยายสาขาใหม่ที่อาจทำได้ไม่มากอีกแล้ว และในขณะเดียวกันปัจจุบันราคาหุ้นเทรดบนค่า P/E 34.52 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สูง แถมแผนการขยายสาขาในต่างประเทศโดยเฉพาะในฮ่องกง อาจเกิดปัญหาจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำให้หากนับความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น 120 วันย้อนหลังจะพบว่า ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 25%



แต่กระนั้น AU ก็ไม่ได้หวั่นไหวกับข้อกังวล ยังหาโอกาสการเติบโตผ่านกลยุทธ์ใหม่ จากการกลยุทธ์การตั้งร้านที่มีลักษณะคล้ายแผงลอย หรือ pop-up store ที่อาจดูเป็นกลยุทธ์ที่หลายคนมองว่าไม่น่าสนใจ แต่รู้หรือไม่ สาขาขนาดเล็กพวกนี้สร้างรายได้เท่าสาขาขนาดใหญ่ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่ามหาศาล


pop-up store คือ จุดเปลี่ยนเกม

 


บางครั้งการสร้างการเติบโตของธุรกิจอาจเกิดจากจุดเล็กๆที่เราคาดไม่ถึง อย่างใน AU ที่สร้างโอกาสการเติบโตผ่านจุดสาขาขนาดเล็ก โดยจากข้อมูลจาก MD&A บอก ว่า การเปิดสาขา pop-up store เกิดจากแนวคิดที่ว่า AU อยากจะเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคให้มากที่สุด จึงเลือกพัฒนาสาขาผ่าน pop-up store ที่จะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย



คอนเซ็ปท์ของ pop-up store คือ การเปิดสาขาในย่านที่ผู้คนพลุกพล่าน เช่น ใต้สถานีรถไฟฟ้า MRT หรือสามย่านมิตรทาวน์ หรือที่อื่นๆ จุดเด่นคือ มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำมากต่อสาขา เน้นการจำหน่ายสินค้าที่เป็นสินค้า Take Home เป็นหลัก และจะเปลี่ยนโลเคชั่นที่ตั้งของร้านไปเรื่อยๆ ไม่ซ้ำอยู่ที่เดิมเป็นระยะเวลานาน

 

ผลที่ตามมาคือสาขาเหล่านี้ได้รับความนิยมสูงมาก โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ขนมปังเนยโสด ซึ่งในบางสาขาที่ได้รับความนิยมสูงๆ มียอดขายเทียบเท่ากับสาขาขนาดใหญ่เลยทีเดียว!! จนปัจจุบันมีสาขาในลักษณะ pop-up store จำนวนถึง 13 สาขาในไตรมาสที่ 3 และในขณะเดียวกันจะเดินหน้าพัฒนาสินค้าประเภท Take Home เพิ่มขึ้นด้วย



ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญและช่วยพลิกเกมให้ AU ไม่ต้องพึ่งพาการเปิดสาขาด้วยเงินทุนหลายล้านบาทต่อสาขา กลับใช้ต้นทุนที่ถูกลงสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า และน่าจะเป็นแรงผลักดันครั้งใหม่ให้ AU กลับมาโดดเด่นได้อีกครั้งหนึ่ง

 


กำไรยังโตต่อเนื่อง



บล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่า AU จะยังเติบโตได้ โดยให้ราคาที่เหมาะสมที่ 13.1 บาท AU รายงานกำไรสุทธิ ไตรมาสที่ 3 ปีที่แล้ว ที่ 65 ลบ. (เพิ่มขึ้น 68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนสูงกว่าเราและ Consensus คาดไว้เล็กน้อยจากยอดขายหน้าร้านโตได้ดีกว่าคาดตาม SSSG ที่ยังสูงถึง +13.3% ทั้งนี้สำหรับ Core Operation อื่นๆ ยังรักษาระดับได้ดีตามคาดทั้ง Profitability Margin ที่ยังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นทั้ง EBITDA margin และ NP margin สอดคล้องกับภาพของ SG&A expenses to sales ที่ยังปรับตัวลงต่อเนื่องตามอานิสงส์ของ Economies of Scales



สำหรับผลประกอบการช่วงไตรมาสที่ 4ที่ผ่านมา คาดจะยังโตต่อเนื่อง โดยมอง Key Growth Driver จะมาจากจำนวนสาขาใหม่ที่เพิ่มขึ้นถึง 6 - 7 แห่ง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้จาก SSSG ที่สูงกว่าคาดใน ไตรมาสที่ 3 ทำให้มองว่าประมาณการกำไรปีของปี 2562 ของเรามีโอกาสเกิด upside เล็กน้อยในขาของ Full Year SSSG ที่สูงกว่าคาด โดยเบื้องต้นเราประเมินว่าทุกๆ +2% ที่เพิ่มขึ้นของ Full Year SSSG จะส่งผลให้ประมาณการกำไรเพิ่มราว +1% หรือราว 3 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเรายังคงคำแนะนำ Neutral สำหรับ AU ที่ TP20F 13.10 บาท/หุ้น



อย่างไรก็ตามแม้ว่า Story ของหุ้นยังโตต่อได้ตามการขยายสาขาและการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ต่อเนื่อง แต่เรามองว่าผลประกอบการของบริษัทฯ มีแนวโน้มจะไม่หวือหวาเท่าช่วงที่ผ่านมา จึงแนะนำเพียงรอซื้อเมื่ออ่อนตัว

Share: