คาดหุ้นรีบาวด์หลังดาวโจนส์ปิดบวก คลายความกังวลสหรัฐ-อิหร่าน 

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ มีมุมมองเป็นกลาง-บวกคาด SET Index รีบาวด์ขึ้นทดสอบบริเวณ 1,580 จุด ก่อนจะสลับอ่อนตัว จาก Sentiment เชิงบวกตลาดหุ้นสหรัฐและเอเชียที่ดีดตัวขึ้นหลังวานนี้ปรับตัวลงตอบรับความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางไปบ้างแล้ว นอกจากนี้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเตรียมโหวตญัตติจำกัดอำนาจของปธน.ทรัมป์ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านในสัปดาห์นี้ส่งผลให้สถานการณ์ผ่อนคลายลง ซึ่งสะท้อนได้จากสินทรัพย์ปลอดภัยเช่น ราคาทองคำมีการอ่อนตัวลง รวมถึง US bond yield 10 ปีดีดตัวขึ้น ซึ่งมองเป็นบวกต่อทิศทางการลงทุน อย่างไรก็ตามควรระวังแรงขายในจังหวะที่ดัชนีดีดตัวขึ้นจากความกังวล Foreign Net Short TFEX พร้อมกับ Open interest ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับยังคงต้องติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางหากพลิกเป็นลบอีกครั้ง



ประเด็นสำคัญวันนี้

 

  • (+) ดัชนีดาวโจนส์พลิกมาเป็นบวกคาดช่วยลดความกังวลและความกลัวจากเหตุการณ์รุนแรงในตะวันออกกลางได้ : ความรุนแรงในตะวันออกกลางยังไม่มีเหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้นเพิ่มเติม ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นต่างประเทศเริ่มกลับมาเป็นบวก นำโดยดัชนีดาวโจนส์ของสหรัฐ นิเคอิของญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ น่าจะช่วยให้ความกลัวที่มีอยู่ลดลง เช่นเดียวกับราคาทองคำที่ลดช่วงบวกขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเริ่มฟื้นตัว น่าจะส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยซึ่งมีโอกาสเกิด Technical rebound กลับมาได้ในวันนี้ หลังจากที่วานนี้ลดลงแรงกว่า 26 จุด หรือ 66% หนักสุดของภูมิภาค ส่วนดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 68.5 จุด (+0.24%) ปิดที่ระดับ 28,703 จุด หลักๆมาจากการเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีในกลุ่ม FAANG (เฟซบุ๊ก, แอปเปิ้ล, อเมซอน, เน็ตฟลิกซ์ และอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล)

  • (+/-) ราคาน้ำมันดิบเริ่มชะลอตัวอาจต้องระวังแรงขายหุ้นที่ได้อานิสงส์ในช่วงก่อนหน้า อาทิ PTT และ PTTEP : วานนี้ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้นเพียง 22 เซนต์ (+4%) ปิดที่ระดับ 63.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าการตอบโต้ของอิหร่านเพื่อแก้แค้นสหรัฐจะไม่กระทบแหล่งผลิตน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันดิบที่เริ่มลดช่วงบวกอาจจะกดดันให้นักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นในกลุ่มธุรกิจน้ำมันที่เคยได้ประโยชน์ในช่วงก่อนหน้านำโดย PTTEP และ PTT เว้นแต่ในระหว่างวันจะมีเหตุการณ์ใหม่เพิ่มเติม ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าหากเหตุการณ์รุนแรงบานปลายและลุกลามเป็นวงกว้างอาจจะผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะระดับ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

  • (+) กลุ่มอสังหาฯ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอแบงก์ชาติผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ให้กับบ้านหลังที่ 2 เป็นบวกต่อกลุ่มอสังหาฯและธนาคาร : กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือกับแบงก์ชาติเพื่อผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ให้กับบ้านหลังที่ 2 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่ามาตรการนี้จะผ่อนปรนเกณฑ์ LTV ให้กับบ้านหลังที่ 2 มาใช้เกณฑ์เดียวกับบ้านหลังแรกภายในเดือนนี้ โดยจะให้ผู้ซื้อสามารถกู้ได้ 100% โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ หากมาตรการนี้เกิดขึ้นจริงจะส่งผลบวกโดยตรงต่อกลุ่มอสังหาฯและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่เน้นปล่อยสินเชื่อบ้าน โดยกลุ่มอสังหาฯที่ได้ประโยชน์มากสุด คือ PSH, AP และ SPALI ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่เน้นสินเชื่อบ้านคือ SCB

 

 

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

 

  • กลุ่มพลังงาน: PTTEP, TOP, PTTGC, SPRC, IVL ได้อานิสงส์ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเหนือ 63 US/Barrel และข่าวการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐ-จีนในวันที่ 15 ม.ค.

  • กลุ่ม Defensive และงบ 2019F มีแนวโน้มเติบโต: GPSC, GULF, CPF, SAWAD, MTC, JMT, BTS, BEM, INTUCH, ADVANC, DTAC


หุ้นแนะนำวันนี้

 

  • AP (ปิด 45 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 8.7)ได้ Sentiment บวกจากข่าวคลังเตรียมเสนอแบงก์ชาติผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ให้กับบ้านหลังที่ 2 ซึ่ง AP น่าจะได้ประโยชน์เป็นอันดับต้นๆของกลุ่มเพราะเน้นโครงการบ้านที่มีราคาขายในระดับต่ำถึงกลาง นอกจากนี้ AP ยังจ่ายปันผลสม่ำเสมอประมาณ 0.33 บาทให้ Dividend yield ประมาณ 4.4%

  • CPF (ปิด 75 ซื้อ/เป้า 33.5)คาดทิศทางผลกำไร 4Q19 และต่อเนื่องไปยัง 1Q20 จะยังดีต่อเนื่อง ตอบรับราคาหมูในประเทศฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 73-74 บาท ต่อ ก.ก.เทียบจาก 55 บาทต่อ ก.ก.ในช่วง 2Q19-3Q19  เช่นเดียวกับราคาหมูเวียดนามที่ฟื้นตัวขึ้นกว่าเท่าตัวจากระดับ 33,000 ดองต่อ ก.ก. ขึ้นเป็น 80,000 ดองต่อก.ก. ในปัจจุบัน

 

 

Share: