บรรยากาศการลงทุนติดลบ หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพอากาศสหรัฐในอิรัก

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้



บริษัทหลักทรัพย์ (บล
.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเป็นลบคาด SET Index ปรับตัวลงทดสอบโซนแนวรับ 1,565 – 1,570 จุด จากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตรึงเครียดขึ้นหลังอิหร่านเปิดฉากตอบโต้สหรัฐด้วยการยิงขีปนาวุธหลายสิบลูกเข้าโจมตีฐานทัพอากาศสหรัฐในอิรัก ส่งผลให้ sentiment การลงทุนเป็นลบและตลาดยังคงอยู่ในภาวะ Risk-off ซึ่งสะท้อนได้จากราคาสินทรัพย์ปลอดภัยทองคำพุ่งขึ้นเหนือ 1,600 US และ US bond yield 10 ปีปรับตัวลงสู่ 1.74%

 

อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นแรงเหนือ 65 US/Barrel จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนให้ดัชนีสลับรีบาวด์ในจังหวะที่อ่อนตัวได้ จึงแนะนำรอซื้อเล่นรีบาวด์ช่วงอ่อนตัว

 

ประเด็นสำคัญวันนี้

 

  • (-) อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพอากาศสหรัฐในอิรัก ติดตามว่าสหรัฐจะตอบโต้ 52 เป้าหมายตามที่เคยประกาศไว้หรือไม่:บรรยากาศการลงทุนกลับมาเป็นลบอีกครั้งหลังเหตุการณ์รุนแรงในตะวันออกกลางบานปลาย โดยเช้าวันนี้มีรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธ เข้าใส่ฐานทัพอากาศสหรัฐจังหวัดอันบาร์ ทางตะวันตกของประเทศอิรัก เพื่อตอบโต้ที่กองทัพสหรัฐปลิดชีพนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการทหารระดับสูงของอิหร่าน ขณะที่วันนี้ติดตามปฏิกิริยาตอบโต้จากสหรัฐว่าจะมีการโจมตี 52 เป้าหมายตามที่โดนัล ทรัมป์ เคยประกาศไว้หรือไม่ รวมไปถึงการตอบสนองของประเทศพันธมิตรต่างๆเพื่อประเมินถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

  • (+) PTTEP กลับมาเด่น ส่วนกลุ่มท่องเที่ยวโรงแรมและสายการบินน่าจะมีแรงเทขายอีกครั้ง:จากข่าวข้างต้นผลักดันให้นักลงทุนเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย นำโดย ทองคำ และพันธบัตร และจะลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง อาทิ หุ้น เป็นการชั่วคราว โดยเช้าวันนี้ดัชนีดาวโจนส์ร่วงแรงกว่า 400 จุด และ ดัชนีนิเคอิของญี่ปุ่นลดลงกว่า 500 จุด (-2%) ส่วนราคาทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปีที่ระดับ 1,600 เหรียญ/ออนซ์ เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบเช้านี้ที่พุ่งขึ้นแรงกว่า 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือ +3%


    ปัจจัยนี้คาดว่าจะหนุนให้หุ้น PTTEP ที่พักตัวเมื่อวานกลับมาเป็นที่สนใจของนักลงทุนอีกครั้ง เนื่องจากเป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น โดยทุกๆ 1 เหรียญที่ราคาน้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้นจะทำให้กำไร PTTEP เพิ่มขึ้นประมาณ 3% ส่วนกลุ่มท่องเที่ยว (โรงแรม สายการบินและสนามบิน) จะได้รับผลกระทบจากการชะลอเดินทางท่องเที่ยวด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ขณะที่สายการบินได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

 

  • (+/-) กระทรวงพลังงานเตรียมคุมราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร หากราคาตลาดโลกพุ่งแรงบรรเทาความเดือดร้อนต่อประชาชน:กระทรวงพลังงานเตรียมคุมราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร จากปัจจุบันราคาดีเซล B10 อยู่ที่ 39 บาท/ลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชนในช่วงราคาน้ำมันผันผวน หลังราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบดูไบ อยู่ที่ราว 69.60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล


    หากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอีก 5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลภายในสัปดาห์นี้  กระทรวงพลังงานเตรียมใช้เงินจากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปพยุงราคาขายปลีกน้ำมัน (ประชุม กบง.ครั้งถัดไป 10 ม.ค.2020) อย่างไรก็ตามปัจจัยนี้อาจจะเป็นลบต่อผู้ประกอบการค้าปลีกน้ำมันซึ่งจะทำให้ค่าการตลาดไม่ได้ปรับขึ้นตามต้นทุนราคาน้ำมันตามที่ควรจะเป็น ส่งผลลบต่อผลการดำเนินงานในอนาคตคล้ายกับเหตุการณ์ที่ภาครัฐตึงราคาน้ำมันดีเซลเมื่อปี 2018

 

 

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

 

  • กลุ่มพลังงาน: PTTEP, TOP, PTTGC, SPRC, IVL ได้อานิสงส์ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเหนือ 63 US/Barrel และข่าวการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐ-จีนในวันที่ 15 ม.ค.
  • กลุ่ม Defensive และงบ 2019F มีแนวโน้มเติบโต: GPSC, GULF, CPF, SAWAD, MTC, JMT, BTS, BEM, INTUCH, ADVANC, DTAC


หุ้นแนะนำวันนี้

  • PTTEP (ปิด 133 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 145)ได้ Sentiment บวกโดยตรงจากราคาน้ำมันดิบพุ่งแรงตอบรับข่าวอิหร่านโจมตีฐานทัพอากาศของสหรัฐในอิรัก โดยทุกๆ 1 เหรียญที่ราคาน้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้นจะทำให้กำไร PTTEP เพิ่มขึ้นประมาณ 3% (สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่ USD60/bbl)

 

  • INTUCH (ปิด 25 ซื้อ/เป้า 82)INTUCH เหมาะสำหรับหลบภัยในภาวะตลาดผันผวนเนื่องจากจ่ายปันผลสม่ำเสมอและให้ Dividend yield สูง ประมาณ 4.5% ต่อปี สูงกว่าเมื่อเทียบกับ ADVANC ที่ 3.5% ขณะที่ราคาปัจจุบันยังไม่สะท้อนมูลค่าเงินลงทุน (NAV) ใน ADVANC และ THCOM โดยมี Discount จากมูลค่า NAV ถึง 28% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 20-25%

 

Share: