“Top 5”…กอง FIF ปีหมูโชว์ผลตอบแทนทะลุ 30%

ในปีหมู2019 ที่ผ่านมา ไม่ทราบว่าการลงทุนของคุณสร้างผลตอบแทนได้มากน้อยแค่ไหน? เพราะถือเป็นอีกปีที่ยากสำหรับการลงทุนเช่นเดียวกัน


‘ตลาดหุ้นไทย’ ให้ผลตอบแทนรวม (SET TRI) ตลอดทั้งปี +4.29% ยังยืนระยะผลตอบแทนที่เป็นบวกเอาไว้ได้


แต่คุณทราบหรือไม่ว่า...ในปี2019 ที่เพิ่งมานั้น หากมองออกไปในต่างประเทศผ่านกลุ่ม “กองทุนที่ไปลงทุนต่างประเทศ (FIF)” แล้ว กองทุนที่มี ‘ผลงานดีสุด 5 อันดับแรก’ ให้ผลตอบแทนมากกว่า 30%


โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดนั้น ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 51.32% เลยทีเดียว และนี่คือโอกาสของการติดปีกกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศที่คุณไม่ควรมองข้ามแต่ประการใด


ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีบทสรุปผลงานของ ‘กอง FIF’ ในปี2019 มาฝากกัน

 

 

“กอง KFACHINA-A”...แชมป์ผลตอบแทนสูงสุดแห่งปี 51.32%

ปัจจุบันการติดปีกเงินบาทไปลงทุนในต่างประเทศไม่ถูกจำกัดไว้แค่กลุ่มคนที่มั่งมีเท่านั้น นักลงทุนรายย่อยทั่วไปก็สามารถทำได้โดยผ่าน ‘กอง FIF’ ที่มีให้เลือกหลากหลายค่อนข้างจะครบถ้วนแล้วในปัจจุบัน จากข้อมูลของ ‘สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC)’ ณ 30 พ.ย. 19 นั้น มี ‘กอง FIF’ ในระบบ 747 กอง มีขนาดสินทรัพย์สุทธิรวมกันกว่า 1.02 ล้านล้านบาท เรียกว่าการลงทุนในต่างประเทศตอนนี้...ใกล้แค่เอื้อม!!!


ในปี2019 ที่ผ่านมา ‘กอง FIF’ ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในแต่ละประเภทนั้น สามารถโชว์ผลตอบแทนได้ดีและนั่นสะท้อนถึง ‘โอกาส’ การลงทุนที่มีอยู่จริงนอกเหนือจากตลาดไทยที่เราคุ้นเคยกัน


สำหรับ ‘กอง FIF’ ที่มีผลงานดีสุด 5 ประเภทแรกนั้น อยู่ในกลุ่ม ‘ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market)’ ถึง 3 กอง เป็น ‘หุ้นโลก’ 1 กอง และกอง ‘หุ้นจีน’ ที่อยู่ใน ‘ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)’ อีก 1 กอง โดยทั้ง 5 กอง สามารรถทำผลตอบแทนได้สูงสุดมากกว่า 30% ทั้งหมด นำมาโดย


  • กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าเอแชร์อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า (KFACHINA-A)” ของ ‘บลจ.กรุงศรี’ ให้ผลตอบแทน 32%
  • กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยุโรปสมอลแคป-ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล (SCBEUSMP)” ของ ‘บลจ.ไทยพาณิชย์’ ให้ผลตอบแทน 67%
  • กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ โกลด์ แอนด์ เพรเชียส เอคควิตี้ (KT-PRECIOUS)” ของ ‘บลจ.กรุงไทย’ ให้ผลตอบแทน 04%
  • กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (K-USXNDQ-A(D)” ของ ‘บลจ.กสิกรไทย’ ให้ผลตอบแทน 19%
  • กองทุนเปิดเคแทม เจแปน อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดสะสมมูลค่า (KT-JAPAN-A)” ของ ‘บลจ.กรุงไทย’ ให้ผลตอบแทน 61%

 

 

“มองไปในกลุ่ม ‘กองตราสารหนี้’ ในต่างประเทศ ในภาพรวมสำหรับกองที่มีผลงานดีนั้น ยังให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ‘กองหุ้น’ ในหลายภูมิภาคเลยเช่นกัน แต่ในแง่ของ ‘ความเสี่ยง’ เองก็จะมากกว่าการลงทุนกองตราสารหนี้ในประเทศด้วย ตรงนี้...นักลงทุนก็ต้องเข้าใจ ไม่ใช่มองว่า ‘กองตราสารหนี้’ แล้วก็จะกระโจนเข้าใส่ได้เลยทันที เพราะนี่คือบริบทของการลงทุนในต่างประเทศนั่นเอง”



ทั้งหมดนี้ คือ บทสรุปของผลงานอันเป็นที่สุดของกลุ่ม ‘กอง FIF’ ที่ลงทุนในต่างประเทศในรอบปี2019 ที่ผ่านมา ใครเลือกกองถูกก็คงแฮบปี้ไปตามระเบียบ อย่าลืมว่า...การติดปิดเงินบาทไปลงทุนต่างประเทศนั้น เป็นการ ‘กระจายความเสี่ยง’ ซึ่งหากคุณเข้าใจและรับความเสี่ยงได้ นี่ก็เป็นอีกทางเลือกที่ไม่ควรละเลยเช่นเดียวกัน

 

 

 

           

 

 

Share: