“กอง ASP-SMELTF” ควงคู่ “กอง TMBCORMF”...แชมป์ผลตอบแทนสูงสุดแห่งปี ‘กองทุนประหยัดภาษี’

ปีหมู2019 ที่เพิ่งผ่านไปนั้น ถือเป็นปีแห่งการอำลา “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” อย่างเป็นทางการ ในฐานะของ ‘กองทุนประหยัดภาษี’ แต่ก็จะกลายร่างมาเป็น ‘กองทุนหุ้นปกติ’ ให้ลงทุนกันได้ต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้นี้ สำหรับใครที่ยังติดใจในผลงานที่กองทุนกลุ่มนี้ทำได้ตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ผ่านมา


ในปีทิ้งทวนนี้ ‘กอง LTF’ ที่มีผลงาน ‘ดีสุด’ สามารถทำผลตอบแทนได้ 13.33% ในขณะที่ ‘ดัชนี SET TRI’ +4.29% เท่านั้น


ในส่วนของ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ก็ไม่น้อยหน้า กองที่มีผลงาน ‘ดีสุด’ ก็ให้ผลตอบแทนสูงถึง 39.10% เลยทีเดียว


บทสรุปผลงานกลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี” ในปี2019 ที่ผ่านมาเป็นยังไง ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

 

“กอง ASP-SMELTF”...แชมป์ LTF โชว์ผลตอบแทนสูงสุด 13.33%

สิ้นปี2019 ที่ผ่านมา “กองทุนประหยัดภาษี” มีสินทรัพย์สุทธิรวมกันทั้งสิ้น 710,721.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.05% จากสิ้นปี2018 แบ่งเป็น ‘กอง LTF’ 406,415.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.35% และ ‘กอง RMF’ 304,305.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.03% เรียกว่า...ยังคงเติบโตสวนเศรษฐกิจซบกันเลยทีเดียว!!!

 


ในแง่ของผลตอบแทนในปี19 ที่ผ่านมานั้น จาก ‘กอง LTF’ ทั้งหมด 93 กอง (ผลงานครบปี 91 กอง) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.27% มี 45 กอง จากทั้งหมด คิดเป็น 49.45% ที่ชนะค่าเฉลี่ยของกลุ่ม อีก 46 กอง คิดเป็น 50.55% นั้น แพ้ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ในจำนวนนี้มีกองทุนที่มีผลงาน ‘ติดลบ’ 18 กอง ด้วยกัน


โดย ‘กอง LTF’ ที่มีผลงานดีสุดเป็น Top of the Year 2019 ได้แก่ กองทุนเปิด แอสเซทพลัส สมอล แอนด์ มิด แคป อิควิตี้ หุ้นระยะยาว (ASP-SMELTF) ของ ‘บลจ.แอสเซท พลัส’ ให้ผลตอบแทน 13.33%

 

 

“กอง TMBCORMF”...แชมป์ RMF โชว์ผลงานสุดสวย 39.10%

สำหรับกลุ่ม ‘กอง RMF’ นั้นมีหลากหลายนโยบายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนระยะยาวนั้น แบ่งตามเกณฑ์ของ “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC)” เป็น 4 ประเภท ด้วยกัน โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดของแต่ละกลุ่มให้ผลตอบแทน 6.71-39.10% ซึ่งถือว่าน่าพอใจเลยทีเดียว


กลุ่ม ‘กอง RMF-หุ้น’ มีทั้งหมด 115 กอง (มีผลงานครบปี 109 กอง) มีทั้งหุ้นในประเทศและต่างประเทศให้เลือกลงทุนกัน ในปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8.99% โดยมี 55 กอง คิดเป็น 50.46% ที่มีผลงานดีกว่าค่าเฉลี่ย ในขณะที่มีอีก 54 กอง คิดเป็น 49.54% ที่แพ้ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ในจำนวนนี้มีกองทุนที่ผลงาน ‘ติดลบ’ อยู่ 13 กอง


“โดยกองทุนในกลุ่มนี้ที่มีผลงานดีสุด เป็น Top of the Year 2019 ได้แก่ “กองทุนเปิดทหารไทย China Opportunity เพื่อการเลี้ยงชีพ (TMBCORMF)” ของ ‘บลจ.ทหารไทย’ ให้ผลตอบแทน 39.10%

 

 

ส่วนกลุ่ม ‘กอง RMF-ผสม’ นั้น มีทั้งหมด 43 กอง (มีผลงานครบปี 41 กอง) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.75% โดยมี 19 กอง คิดเป็น 46.34% ที่ชนะค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ในขณะที่มี 22 กอง คิดเป็น 53.66% ที่แพ้ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ในจำนวนนี้มีที่ผลงาน ‘ติดลบ’ อยู่ 4 กอง


“โดยกองทุนในกลุ่มนี้ที่มีผลงานดีสุด เป็น Top of the Year 2019 ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงไทยพร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ เฟล็กซิเบิ้ล เพื่อการเลี้ยงชีพ (KT-PIF RMF)” ของ ‘บลจ.กรุงไทย’ ให้ผลตอบแทน 21.64%


ด้านกลุ่ม ‘กอง RMF-ตราสารหนี้’ นั้น มีอยู่ 48 กอง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.33% มีกองทุนที่ชนะและแพ้ค่าเฉลี่ยเท่ากันอย่างละ 24 กอง คิดเป็น 50-50 โดยไม่มีกองทุนที่มีผลตอบแทนติดลบเลย


“กองทุนในกลุ่มนี้ที่มีผลงานดีสุด เป็น Top of the Year 2019 ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ (KFSINCRMF) ของ ‘บลจ.กรุงศรี’ ให้ผลตอบแทน 6.71%


และกลุ่มสุดท้าย ‘กอง RMF-อื่นๆ’ มีทั้งหมด 13 กอง เป็นกลุ่มของสินทรัพย์ทางเลือกต่างๆ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 13.70% มีกองที่ชนะค่าเฉลี่ยของกลุ่ม 7 กอง คิดเป็น 53.85% ในขณะที่มี 6 กอง คิดเป็น 46.15% ที่แพ้ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม และเป็นอีกกลุ่มที่ไม่มีกองทุนที่มีผลงานติดลบเลย


“โดยกองทุนในกลุ่มนี้ที่มีผลงานดีสุด เป็น Top of the Year 2019 ได้แก่ กองทุนเปิดทีเอ็มบี Global Property เพื่อการเลี้ยงชีพ (TMBGPROPRMF)” ของ ‘บลจ.ทหารไทย’ ให้ผลตอบแทน 16.39%



ทั้งหมดนี้ คือ ที่สุดของผลงานกลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี” ในปี2019 ที่ผ่านมา และในปีหนู2020 นี้ จะเป็นการกลับมาในรูปแบบใหม่ของกองทุนในกลุ่มนี้ ทั้ง “กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)” และเงื่อนไขใหม่ของ ‘กอง RMF’ ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับการออมเพื่อตอบโจทย์วัยเกษียณได้ดียิ่งขึ้น อย่าลืมว่า...การออมเพื่อเป้าหมาย ‘ระยะยาว’ คงต้องมองกันไกลๆ นี่เป็นเพียงภาพ ‘ระยะสั้น’ ที่ถูกนำมาสรุปให้เห็นภาพในปีที่ผ่านมาเท่านั้นเอง

Share: