“หลักทรัพย์ที่มี ESG ที่ดี”...จะให้ ‘ผลตอบแทนที่ดี สม่ำเสมอ และยั่งยืนในระยะยาว (Sustainable Investment)’

การลงทุนอย่างรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล (ESG) ได้รับความสนใจมากขึ้น เห็นได้จากการเติบโตของสินทรัพย์สุทธิที่ลงทุนโดยคำนึงถึงปัจจัย ESG ทั่วโลก มีแนวโน้มที่ปรับตัวสูงขึ้นมาโดยตลอด จาก 13.3 Trillion USD ในปี 2012 เพิ่มเป็น 22.8 Trillion USD ในปี 2016 และเป็น 30.6 Trillion USD ในปี 2018 โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรป สหรัฐอเมริกา ตามด้วยประเทศในแถบเอเซีย

 

 

โดยส่วนใหญ่แล้ว การลงทุนใน ‘กองทุนรวม’ ที่คำนึงถึงปัจจัย ‘ESG’  ผู้จัดการกองทุนต่างประเทศ จะมีหลากหลายวิธีการ (Strategy) ที่ใช้ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ลงทุนนั้นซึ่งมีความแตกต่างกัน โดยวิธีการที่เร็วที่สุด คือ การยกเว้นการลงทุนในหลักทรัพย์บางประเภทออกไป (Portfolio Screening) ส่วนวิธีการที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วในระยะหลังคือ การนำปัจจัย ESG พิจารณาประกอบในกระบวนการลงทุนเพื่อคัดเลือกหลักทรัพย์ (ESG Integration)



และวิธีการเข้าเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเพื่อผลักดันให้บริษัทต่าง ๆ เห็นความสำคัญและตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ผ่านกิจกรรมที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับ ESG รวมถึงการออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น (Active Ownership) วิธีการสุดท้ายคือ การลงทุนที่คำนึงถึงผลกระทบเชิงบวกในมิติด้านสังคม สิ่งแวดล้อม (Impact Investing) เช่น ลงทุนในมูลนิธิเพื่อพัฒนาชุมชน เป็นต้น


 

“ทั้งนี้ ‘ผู้จัดการกองทุนรวมในต่างประเทศ’ โดยเฉพาะใน ‘ยุโรป’ และ ‘สหรัฐอเมริกา’ คำนึงถึงเรื่อง ESG มาเป็นระยะเวลาที่นานกว่าประเทศในกลุ่ม ‘เอเชีย’ การพัฒนาความเข้าใจของการลงทุนคัดเลือกหลักทรัพย์ค่อนข้างจะกว้างขวางและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้จัดการกองทุนมีความเชื่อว่าการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มี ESG ที่ดีนั้น จะสามารถทำให้เกิดผลตอบแทนที่ดี สม่ำเสมอ และยั่งยืนในระยะยาว (Sustainable Investment)”

 

 

ผู้จัดการกองทุนรวมในต่างประเทศ จะเป็นผู้รับผิดชอบการพิจารณารายละเอียดข้อย่อยของทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาวิเคราะห์ ก่อนตัดสินใจเลือกหลักทรัพย์ในการลงทุน โดย ‘ทีมวิเคราะห์’ หรือ ‘ทีม ESG’ จะทำหน้าที่รับผิดชอบในการหาข้อมูลประกอบการวิเคราะห์อย่างชัดเจนในอุตสาหกรรมในทุกภูมิภาคที่ดูแล ขั้นตอนการดำเนินการประกอบด้วย

 

 

  1. รวบรวมข้อมูลของบริษัท ปัจจัยความเสี่ยงที่เกิดจากผลกระทบในเรื่อง ESG เพื่อการตัดสินใจเลือกลงทุนในหลักทรัพย์
  2. วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ร่วมกับการประเมินอัตราผลตอบแทน และโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงจากการได้มาของผลตอบแทน โดยคำนึงถึงปัจจัย ESG ประกอบ
  3. สนับสนุน ผลักดัน ให้บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ให้ความสำคัญต่อการลงทุนและการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ทำให้เป็นธุกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างยั่งยืน และเหมาะในการเข้าลงทุน
  4. ตรวจสอบในเรื่องของธรรมาภิบาลผ่านการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัท
  5. ประเมินความเสถียร ความยั่งยืน ของอัตราผลตอบแทนระยะยาวของหลักทรัพย์ที่ลงทุน อย่างต่อเนื่อง


ขั้นตอนการดำเนินการข้างต้นของ ‘ผู้จัดการกองทุนรวมในต่างประเทศ’ ย่อมเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนว่ากองทุนรวมที่ลงทุนโดยคำนึงถึงปัจจัย ESG มีโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนการลงทุนในระยะยาวที่ ‘สม่ำเสมอ’ และ ‘ยั่งยืน’ ได้ตามที่คาดหวัง

                                                         

Share: