ถึงเวลาของหุ้นรับเหมาก่อสร้าง หลังสภาฯ ลงมติเห็นชอบงบปี 63

ที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างถูกเทขายอย่างหนัก จากหลายปัจจัยทั้งการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นจากการเข้ามาของบริษัทรับเหมาจีน และการประมูลงานที่ล่าช้าของภาครัฐ ทำให้ผลประกอบการของแต่ละบริษัทออกมาน่าผิดหวัง


ในปีนี้หลายฝ่ายคาดหวังว่ากลุ่มรับเหมาฯ จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง หลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มีมติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ซึ่งใช้เวลาพิจารณายาวนานกว่า 4 วัน โดยขั้นตอนต่อไปคือ การส่งร่างร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว) พิจารณา โดยจะมีระยะเวลาการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน จากปัจจัยบวกดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มรับเหมาฯ หลายตัวปรับเพิ่มขึ้นทันทีหลังเปิดตลาด

 

 

โบรกประเมินปัจจัยบวกเดียวกัน ชู CK-STEC- SEAFCO เด่น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินไปในทิศทางเดียวกัน โดยบล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองปี 2563 โครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลจะมีการเปิดประมูลมากขึ้นหลังล่าช้ามาจากปีก่อน และพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านสภาช่วยกระตุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง


นอกจากนี้หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างหลัก คือ CK, ITD, STEC และ UNIQ ปี 2562 ราคาทรุดลงหนักปรมาณ 25%-30% ปัจจุบันซื้อขายบน Valuation ที่ถูก คือ ซื้อขายบริเวณ P/BV-2SD รับผลประกอบการที่น่าผิดหวัง การประมูลงานของรัฐบาลมีความล่าช้า และการแข่งขันที่รุนแรงมีรับเหมาจากจีนเข้ามาแข่ง


คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มรับเหมาฯ “เท่าตลาด” โดยเลือก CK เป็น Top Pick ของกลุ่ม เนื่องจากมีมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทลูกสูง แนะนำ TRADING BUY ตามภาวะกลุ่มรับเหมาฯ เป้าหมาย 25 บาท


บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองกลุ่มรับเหมาฯ มีปัจจัยบวกหลังสภาฯ โหวตผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 แล้ว โดยคาดว่าจะเสนอให้ สว. พิจารณาในวันที่ 20 ม.ค. นี้ ดังนั้นหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมดจะส่งผลให้งานประมูลขนาดใหญ่กลับมาเดินหน้าและเป็น Catalyst ต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง


แนะนำเก็งกำไร STEC แนวต้านทางเทคนิค 20.00 บาท ส่วนภาพรวมทางเทคนิคมีโอกาสไต่ระดับขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 15.30 บาท แนวรับ 14.50 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 14.20 บาท


ขณะที่บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มรับเหมาฯ "มากกว่าตลาด" โดยประเมิน Sentiment บวกจากการที่สภาฯ ผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยคาดโครงการที่จะเริ่มเดินหน้าในปีนี้ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก, รถไฟฟ้าสีแดงเข้ม และ รถไฟทางคู่เฟส 2 อีกราว 2 - 3 เส้นทาง และเลือก SEAFCO เป็น Top pick ของกลุ่มรับเหมาฯ



แม้จะมีปัจจัยบวกต่างๆ เข้ามาสนับสนุนกลุ่มรับเหมาฯ ในปีนี้ แต่ก็ยังมีปัจจัยลบที่ต้องติดตาม ทั้งผลประกอบการปีก่อนที่ออกไม่ดีจะกลับมาฟื้นตัวได้หรือไม่ และโครงการที่ล่าช้าของภาครัฐ จะเร่งประมูลในปีนี้ได้ทันไหม รวมถึงการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ซึ่งแต่ละบริษัทจะงัดกลยุทธ์อะไรออกมาสู้กับบริษัทรับเหมาจากจีน

 

Share: