“บลจ.กรุงไทย”...ขาย ‘กองตราสารหนี้’ 3 เดือนชูยีลด์ 0.75% ต่อปี

“บลจ.กรุงไทย”...ส่ง ‘กอง KTFIX3M2’ อายุ 3 เดือน ลุยตราสารหนี้คุณภาพในประเทศ คาดผลตอบแทน 0.75% ต่อปี ขายวันนี้ – 17 ม.ค. 20


นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่าย Roll Over รอบใหม่ คือ “กองทุนเปิดกรุงไทยประจำ 3 เดือนมุ่งรักษาเงินต้น 2 (KTFIX3M2)” รหัสกองทุน คือ “K5H” ตั้งแต่วันที่ 13-17 ม.ค. 20 อายุโครงการประมาณ 3 เดือน มีระดับความเสี่ยงของกองทุนที่ระดับ 4 คือ ปานกลางค่อนข้างต่ำ เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ เงินฝาก/ตราสารหนี้ธนาคารพาณิชย์และตราสารหนี้ภาคเอกชนไทย ผลตอบแทนของกองทุนอยู่ที่ประมาณ 0.75% ต่อปี ซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับไม่เสียภาษี ยกเว้นนิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ประกอบกิจการในประเทศไทย

 

(ชวินดา หาญรัตนกูล)

 

 

 “โดยตราสารที่คาดว่าจะลงทุน คือ พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ในสัดส่วนประมาณ 100% ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ โดยประมาณ 1.04% ต่อปี (ที่มาของข้อมูล: ข้อมูลจากธนาคารพาณิชย์และผู้ค้าตราสารหนี้ วันที่ 10 ม.ค. 20)”


อนึ่ง ทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นและสมควรเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นที่สำนักงานฯ อนุญาตให้ลงทุนได้ภายใต้กรอบการลงทุนของ บลจ. กรุงไทย ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่ประมาณการไว้


นางชวินดา ยังกล่าวอีกว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 ม.ค. 20 อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศมีการปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุตามแรงซื้อของนักลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากกระแส Risk Off ตามแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย การลดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของ กนง. เป็น 1%-3% จากเดิม 1%-4% ที่ทำให้ตลาดคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะเวลาข้างหน้าที่น้อยลงถึงแม้ว่าเงินเฟ้อเดือนธ.ค. 19 จะอยู่ในระดับที่สูงสุดในรอบเดือนก็ตาม และกระแส Risk Off จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ท่ามกลางสภาพคล่องในระบบที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติเป็นยอดซื้อสุทธิจำนวน 2,673 ล้านบาท


“สำหรับปัจจัย ที่ต้องติดตามจะเป็นสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทิศทางการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนระหว่างประเทศ และการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ”


ส่วนอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ มีการปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุท่ามกลางกระแส Risk Off จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังสหรัฐสังหารผู้นำทางทหารระดับสูงของอิหร่านที่ผ่านมา ในขณะที่ตลาดยังคงขานรับความคืบหน้าในการทำข้อตกลงทางการค้าเฟส 1 ระหว่างสหรัฐกับจีน ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองจากการดำเนินการถอดถอนประธานาธิบดีของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ โดยสรุปอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ อายุคงเหลือ 2 ปี ปรับตัวลดลง 4 bps. มาอยู่ที่ 1.53% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี ปรับตัวลดลง 10 bps. มาอยู่ที่ 1.59% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับตัวลดลง 12 bps. มาอยู่ที่ 1.80% ต่อปี


“สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามจะเป็นความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง การลงนามในข้อตกลงการค้าเฟส 1 ระหว่างสหรัฐกับจีน การถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธันวาคม  ตัวเลขเศรษฐกิจและการเมืองของสหรัฐ”

Share: